โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฮนรี เบอร์นีย์ เล่าเรื่องยุค ร.3 ครั้งอัญเชิญพระพุทธชินสีห์ บอก “ผู้สนใจคอยชมดูอยู่อย่างหาระเบียบมิได้”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 10.34 น.
วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งถ่ายจากถนนสิบสามห้าง ราวสมัยรัชกาลที่ 5 (ภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)

ร้อยเอก เฮนรี เบอร์นีย์ เป็นชาวต่างชาติที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์สยาม-อังกฤษ เพราะปฏิบัติหน้าที่ทูตอังกฤษเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีและเจรจาทำสนธิสัญญากับสยาม อย่างที่เรารู้จักกันในชื่อ “สนธิสัญญาเบอร์นีย์” ซึ่งทำขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) นอกจากเอกสารราชการที่ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เบอร์นีย์ยังบันทึกเรื่องราวที่ได้พบเจอในสยาม หนึ่งในนั้นคือ การอัญเชิญพระพุทธชินสีห์

อัญเชิญพระพุทธชินสีห์

พระพุทธชินสีห์ เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก รัชกาลที่ 3 โปรดให้อัญเชิญพระพุทธชินสีห์ลงมายังกรุงเทพฯ ปัจจุบันประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

เบอร์นีย์ ซึ่งเข้ามาสยามสมัยรัชกาลที่ 3 บันทึกเหตุการณ์ครั้งอัญเชิญพระพุทธชินสีห์ รวมทั้งพระราชพิธีสมโภชพระพุทธชินสีห์ไว้ว่า (จัดย่อหน้าใหม่โดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม)

“ในวันที่ ๒๖ พระคลังรับพระราชโองการให้เชิญคณะเราไปร่วมในพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปซึ่งเก่าแก่ที่สุดในราชอาณาจักร ซึ่งทางราชสำนักจะต้องขึ้นไปสักการะเป็นประจำทุกปีที่พิษณุโลก การอัญเชิญกระทำโดยล่องลงมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา และนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ เพื่อพระเจ้าอยู่หัวจะได้ไม่ต้องเสด็จขึ้นไปทำการสักการะทุกๆ ปี…

เช้าวันที่ ๒๗ มีเรือลำใหญ่ ๒ ลำมารับเราและแล่นขึ้นไปอีก ๑๕-๑๖ ไมล์ จนถึงสถานที่ที่แพอัญเชิญพระพุทธรูปจอดรออยู่ เราได้ไปถึงสักครู่หนึ่ง พระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยวังหน้ากับผู้ติดตามในเรืออีกหลายร้อยลำเป็นพวกข้าราชบริพารที่สำคัญๆ กับคณะทหาร มีวงมโหรีบรรเลงอยู่ด้วย ขบวนเรือผ่านคณะเราไป เรือของเราจะจอดอยู่กับขบวนเรืออื่นๆ ห่างจากขบวนเรือหลวงออกไปมาก และอยู่คนละฝั่งของแม่น้ำ

ในวันนี้รู้สึกว่าประชาชนทั้งกรุงเทพฯ พากันออกมาร่วมในพิธี และเรือแพน้อยใหญ่แบบต่างๆ ทุกแบบลอยกันแน่นแม่น้ำไปหมด มีตั้งแต่เรือขนาด ๑๒๐ ฟุต บรรจุคนได้ ๖๐-๗๐ คน จนถึงขนาดเล็กบรรจุคนได้คนเดียว

เมื่อขบวนเรือเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก็มีข่าวเข้ามาแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบว่า พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้เรือของข้าพเจ้าเข้าไปช่วยเรือหลวงและเรือราชสำนักอัญเชิญพระพุทธรูปล่องลำน้ำลงมา

ข้าพเจ้าตอบกลับไปว่าข้าพเจ้ายินดีจะแสดงความเคารพสักการะต่อพระพุทธรูปที่ข้าพเจ้าหาได้มีความศรัทธาไม่ แต่ก็มีรับสั่งอีกว่าให้เรือเราแล่นเข้าไปใกล้ๆ เรือเราต้องแล่นผ่านไปถึง ๒ ครั้ง จึงหาพระองค์พบ

ในที่สุดข้าพเจ้าก็มองเห็นพระองค์ท่านกับวังหน้าฉลองพระองค์แบบธรรมดา คือ มีผ้าพันรอบพระวรกายเพียงชั้นเดียว และก้มกราบอยู่ที่พระบาทของพระพุทธรูปนั้น

เรือหลวงของพระเจ้าอยู่หัวจอดอยู่ด้านหนึ่งของแพ เรือวังหน้าจอดอีกด้านหนึ่ง เรือทั้งสองลำตกแต่งประดับประดาอย่างงดงาม เรือที่ชักลากมีอยู่ ๓๐ ถึง ๔๐ ลำ ตกแต่งด้วยม่านสีแดง มีทหารและวงมโหรีบรรเลงอยู่ด้านหลังของเรือ บนท้องน้ำนั้นเต็มไปด้วยเรือข้าราชบริพารและผู้สนใจคอยชมดูอยู่อย่างหาระเบียบมิได้”

แม้เบอร์นีย์จะระบุปีที่รัชกาลที่ 3 ทรงประกอบพระราชพิธีสมโภชพระพุทธชินสีห์ไว้ที่ พ.ศ. 2368 แตกต่างจากเอกสารฉบับอื่นๆ ที่ระบุแตกต่างออกไป ทั้ง พ.ศ. 2372 หรือบ้างก็บันทึกว่า พ.ศ. 2374

ถึงอย่างนั้นเอกสารของเบอร์นีย์ก็ยังมีคุณค่าในแง่การให้ภาพความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชาวสยามยุคนั้น ทั้งยังสะท้อนสภาพสังคมที่นิยมเดินทางด้วยเรือได้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ชรัตน์ สิงหาเดชากุล. (2554). ประเพณีในราชสำนักที่ปรากฏในเอกสารเบอร์นีย์. ใน ประวัติศาสตร์ไทยจากเอกสารเฮนรี เบอร์นีย์. (พิมพ์ครั้งที่ 1, 147-150), กรมศิลปากร.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เฮนรี เบอร์นีย์ เล่าเรื่องยุค ร.3 ครั้งอัญเชิญพระพุทธชินสีห์ บอก “ผู้สนใจคอยชมดูอยู่อย่างหาระเบียบมิได้”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...