โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Fentanyl ทำให้อเมริกันตายวันละ 100 คนและคือข้ออ้างที่สหรัฐฯทำสงครามการค้ากับจีน

The Better

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 00.07 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 10.50 น. • THE BETTER

ข้อมูลเบื้องหลังข่าว

  • แถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุว่า "การจัดการกับสถานการณ์ฉุกเฉิน (นั่นคือ) ภัยคุกคามที่ไม่ธรรมดาที่เกิดจากผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายและยาเสพติด รวมถึงเฟนทานิล (Fentanyl) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA)"
  • แถลงการณ์ชี้แจงต่อมาว่า ในการนี้ "ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังดำเนินการอันกล้าหาญเพื่อให้เม็กซิโก แคนาดา และจีนรับผิดชอบต่อคำมั่นสัญญาที่จะหยุดยั้งการอพยพที่ผิดกฎหมาย และหยุดยั้งไม่ให้สารเฟนทานิลซึ่งเป็นพิษและยาเสพติดชนิดอื่นๆ ไหลเข้ามาในประเทศของเรา"
  • และ "การลักลอบขนยาเสพติด เช่น เฟนทานิล เข้าสู่สหรัฐอเมริกาผ่านเครือข่ายการจำหน่ายที่ผิดกฎหมาย ก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินระดับชาติ รวมถึงวิกฤตด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่จีนล้มเหลวในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อหยุดยั้งการลักลอบขนสารเคมีตั้งต้นเข้าสู่กลุ่มอาชญากรที่รู้จักกัน และยุติการฟอกเงินโดยองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ"
  • นอกจากจะกล่าวหาจีนแล้ว ทำเนียบขาวยังระบุว่า "ยังมีกลุ่มค้ายาชาวเม็กซิกันที่ดำเนินการห้องแล็บสังเคราะห์เฟนทานิลและไนตาซีน (Nitazenes) ในแคนาดาเพิ่มมากขึ้น การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่าแคนาดามีการผลิตเฟนทานิลในประเทศเพิ่มมากขึ้น และยังมีการขยายฐานการผลิตไปยังต่างประเทศอีกด้วย"
  • ดังนั้นเพื่อสกัดกั้นการไหลบ่าของเฟนทานิล ทรัมป์จึงสัญญาไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 ว่าจะ “ลงนามในเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% จากเม็กซิโกและแคนาดาสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่นำเข้ามาในสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเปิดพรมแดนเปิดที่ไร้เหตุผลนี้ด้วย ภาษีนี้จะยังคงมีผลบังคับใช้จนกว่ายาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเฟนทานิลและคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมายทั้งหมดจะหยุดการรุกรานประเทศของเรา!”

ก่อนอื่น Fentanyl คืออะไร?
เฟนทานิล (Fentanyl) เป็นโอปิออยด์ (opioid) สังเคราะห์ที่มีฤทธิ์แรงซึ่งใช้เป็นยาแก้ปวดเป็นหลัก โดยมีฤทธิ์แรงกว่าเฮโรอีน 30 ถึง 50 เท่าและแรงกว่ามอร์ฟีน 100 เท่า โดยมีสาร opioid ซึ่งมีฤทธิ์แบบเดียวกับฝิ่น ประโยชน์ทางการแพทย์หลักๆ ของเฟนทานิลคือการจัดการความเจ็บปวดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งและผู้ป่วยที่กำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัดที่เจ็บปวดและยังใช้เป็นยาสงบประสาทอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แทนที่จะใช้กันเฉพาะทางเฟนทานิลกลับใช้กันอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชนทั่วไปเพื่อแทนที่ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์เบากว่า แต่เพราะมันมีฤทธิ์ที่รุนแรงมาก จึงทำให้ผู้ใช้มันอย่างไม่มีคำแนะนำจากแพทย์เกิดอาการเสพติด นำไปสู่การระบาดของผู้เสพติดสารโอปิออยด์ หรือ Opioid epidemic ในสหรัฐฯ

ทำไม Fentanyl ถึงเป็นปัญหา?
สาเหตุที่เฟนทานิลแพร่ระบาดเกิดกว่าจะเป็นการใช้เฉพาะกลุ่ม มีเหตุผลหลักๆ มาจาก โครงสร้างของระบบการดูแลสุขภาพของสหรัฐฯ ซึ่งผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการของรัฐจะต้องซื้อประกันสุขภาพเอกชนนั้น ทำให้คนจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงการรักษาในระบบได้ จึงต้องไปซื้อยามารักษาเองแทนการรักษาที่มีราคาแพงกว่ามาก ศาสตราจารย์จูดิธ ไฟน์เบิร์ก (Judith Feinberg) แห่งคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเวสต์เวอร์จิเนีย กล่าวว่า "ประกันสุขภาพส่วนใหญ่ โดยเฉพาะสำหรับคนจน จะไม่จ่ายค่าอะไรเลยนอกจากยาเม็ด"

อัตราการสั่งจ่ายยาที่มีสารโอปิออยด์ในสหรัฐอเมริกาสูงกว่าอัตราในประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ เช่น เยอรมนี หรือแคนาดาถึง 40% ในขณะที่อัตราการสั่งจ่ายยาโอปิออยด์เพิ่มขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2544 ถึง พ.ศ. 2553 การสั่งจ่ายยาแก้ปวดทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่โอปิออยด์ (แอสไพริน ไอบูโพรเฟน เป็นต้น) ลดลงจาก 38% เป็น 29% เฉพาะในปี 2560 มีใบสั่งยาแก้ปวดโอปิออยด์ประมาณ 58 ใบต่อประชากรชาวอเมริกัน 100 คน โดยพบว่าเมืองที่มีอัตราผู้ไม่มีประกันสุขภาพ/ว่างงานสูงมีจำนวนผู้รับใบสั่งยาที่มีสารโอปิออยด์ เช่น เฟนทานิลสูงกกว่าพื้นที่อื่นๆ

จากการศึกษาที่นำโดย Ballreich J พบว่าแบบจำลองการวิเคราะห์การตัดสินใจของประชากรในสหรัฐอเมริกาที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป พบว่า "ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน คาดว่ามีผู้เสียชีวิตจากการใช้ยาโอปิออยด์เกินขนาดประมาณ 484,429 ราย" ระหว่างปี 2563 ถึง 2572

เม็กซิโกและจีนเกี่ยวอะไรด้วย?
ตามรายงานของสำนักงานปราบปรามยาเสพติด (DEA) แห่งสหรัฐอเมริกาในปี 2566 จีนยังคงเป็นแหล่งที่มาหลักของสารเฟนทานิลที่นำเข้ามาในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีชาวอเมริกันเสียชีวิตมากกว่า 100 รายต่อวัน ในช่วงระยะเวลาสองปี ผู้จัดจำหน่ายชาวจีนได้ขายสารเฟนทานิลทางออนไลน์ไปยังสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฎหมายโดยมีมูลค่าเกือบ 800 ล้านดอลลาร์ โดยปกติแล้วยาชนิดนี้จะผลิตในประเทศจีน จากนั้นจึงจัดส่งไปยังเม็กซิโก เพื่อแปรรูปและบรรจุหีบห่อ จากนั้นจึงลักลอบนำเข้าสู่สหรัฐอเมริกาโดยกลุ่มค้ายา นอกจากนี้ ยังมีการสั่งซื้อจำนวนมากทางออนไลน์และส่งผ่านทางไปรษณีย์ของสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังสามารถซื้อโดยตรงจากจีน

ในเดือนพฤษภาคม 2562 จีนได้ควบคุมยาประเภทเฟนทานิลทั้งหมดและสารตั้งต้นเฟนทานิล 2 ชนิด อย่างไรก็ตาม จีนยังคงเป็นแหล่งกำเนิดหลักของเฟนทานิลในสหรัฐอเมริกา กลุ่มค้ายาในเม็กซิโกจัดหาสารตั้งต้นเฟนทานิลจากซัพพลายเออร์ในจีน เช่น Yuancheng Group ซึ่งผลิตในเม็กซิโกและลักลอบนำเข้าสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม ตามเอกสารเก็บถาวรแห่งชาติและ DEA การขนส่งเฟนทานิลโดยตรงจากจีนถูกหยุดลงตั้งแต่ปี 2565 เฟนทานิลที่ผิดกฎหมายและสารอนุพันธ์ส่วนใหญ่ที่เข้าสู่สหรัฐอเมริกามาจากเม็กซิโกในปัจจุบันเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายในรูปแบบ "เม็ด" และเฮโรอีนผสมจากเฟนทานิลที่สังเคราะห์ขึ้นก่อนหน้านี้

สงครามการของการกล่าวโทษจีน
ในเดือนกันยายน 2562 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกคำสั่งเพื่อระงับการขนส่งเฟนทานิลและสินค้าปลอมจากประเทศอื่นๆ ซึ่งผู้จัดจำหน่ายผิดกฎหมายใช้ไปรษณีย์ธรรมดาในการจัดส่ง แม้ว่าจีนจะเป็นประเทศเป้าหมายในการดำเนินการ แต่คำสั่งดังกล่าวยังครอบคลุมถึงประเทศใดๆ ที่ผลิตหรือจัดส่งเฟนทานิลด้วย ทรัมป์อ้างว่ารัฐบาลจีนไม่ได้ดำเนินการมากพอที่จะหยุดการลักลอบนำเฟนทานิลที่ผลิตในประเทศจีน

ผู้ช่วยอัยการสหรัฐฯ แมตต์ โครนิน (Matt Cronin) กล่าวในปี 2562 ว่า "เป็นข้อเท็จจริงที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นแหล่งที่มาของสารโอปิออยด์สังเคราะห์จำนวนมากที่ไหลท่วมท้องถนนในสหรัฐอเมริกาและประเทศประชาธิปไตยในโลกตะวันตก เป็นข้อเท็จจริงที่สารโอปิออยด์สังเคราะห์เหล่านี้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดที่เพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้นในสหรัฐอเมริกา เป็นข้อเท็จจริงที่ว่าหากสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการปิดอุตสาหกรรมสารโอปิออยด์สังเคราะห์ พวกเขาสามารถทำได้ภายในวันเดียว"

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะเล็งเป้าหมายไปที่จีนว่าเป็นผู้ัผลผิตเฟนตานิล แต่กลับไม่ได้เพ่งเล็งที่ปัญหาต้นเหตุที่ทำให้คนอเมริกันเสติดเฟนทานิลและสารโอปิออยด์อื่นๆ นั่นคือความล้มเหลวของระบบสาธารณสุขในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับการการจัดอันดับจากสถิติขององค์การ OECD ว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้วเพียงแห่งเดียวที่มีระบบสาธารณสุขที่ไม่ครอบคลุมประชาชนทั้งหมด ระบบที่ล้มเหลวนี้ทำให้คนรายได้ต่ำไม่สามารถรับการรักษาได้ และต้องหามาพึ่ง "ยาแก้ปวด" ที่มีฤทธิ์รุนแรงเหมือนยาเสพติดแบบนี้

แทนที่จะร่วมมือกับทางการจีนให้ราบรื่นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ กลับบั่นทอนความพยายามนี้ เช่นหลังจากที่แนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาคองเกรสเดินทางเยือนไต้หวันในปี 2565 ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีนอย่างมาก จีนจึงได้ยุติความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในการปราบปรามการค้ายาเสพติดเป็นการชั่วคราว

ล่าสุด หลังจากที่รัฐบาลทรัมป์สมัยที่สองประกาศขึ้นภาษีกับจีนและเม็กซิโกโดยอ้างว่าเป็นแหล่งกระจายเฟนทานิลเข้ามาในสหรัฐ กระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวว่า "เฟนทานิลเป็นปัญหาของอเมริกา"

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by Patrick T. Fallon / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...