โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปความน่าสนใจของ “YSS” แนวโน้มกำไรปี 67-69 เติบโตเฉลี่ย 29% โบรกฯ เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 4.9 บาท

Wealthy Thai

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2567 เวลา 05.00 น.

บริษัท วาย.เอส.เอส. (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ YSS ผู้ผลิตและจำหน่ายระบบกันสะเทือนรถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ หรือ โช๊คอัพ ของไทย ที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแห่งประเทศไทยเร็วๆ นี้ Wealthy Thai จึงได้สรุปมุมมองสำคัญจากนักวิเคราะห์จากหลายแห่งมาให้ผู้อ่านได้สำรวจแนวโน้มของหุ้น YSS ในแบบที่เข้าใจได้ง่ายกัน

📌บริษัทเสนอขายหุ้น IPO เพื่อระดมทุนขยายกิจการ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

โดยบริษัทได้เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 160 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 1 บาท คิดเป็น 26.67% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ แบ่งเป็น 1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น และ 2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Victory Rise Holdings Limited จำนวนไม่เกิน 60 ล้านหุ้น
สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุน บริษัทจะนำเงินไปใช้ ลงทุนในเครื่องจักรและปรับปรุงกระบวนการผลิต การวิจัย และพัฒนาสินค้าใหม่ ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในหรือต่างประเทศ ชำระเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

📌นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ เห็นตรงกันว่ามี 4 ปัจจัยหลักที่จะช่วยหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต

1.บริษัทเป็นผู้นำในธุรกิจโช้คอัพและมีสินค้ามาตรฐานระดับสากล โดยในปัจจุบัน มีการส่งออกสินค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก และได้รับรองมาตรฐานสินค้า Allgemeine Betriebserlaubnis (ABE) จากสถาบัน Kraftfahrt-Bundesamt (KBA) - Federal Motor Transport Authority จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับสำหรับการผลิตสินค้ายานยนต์ระดับสากล
2.บริษัทมีศูนย์วิจัย ทั้งในและต่างประเทศกว่า 8 แห่ง ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
3.บริษัทความสามารถในการทำกำไรสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม โดย YSS มี Gross Profit Margin (GPM) อยู่ที่ 37-38% ซึ่งสูงกว่า GPM โดยเฉลี่ยโดยของอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งอยู่ที่ 15-16% ตามรายงานของบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)
4.บริษัทมีโอกาสในการเติบโตหลังได้เงิน IPO มาช่วยขยายธุรกิจและทำให้เกิด Economy of Scale

📌จากปัจจัยเหล่านี้ นักวิเคราะห์มองกำไรบริษัทมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของ YSS ในปี 2567-2569 จาก 4 บริษัทหลักทรัพย์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 29%และราคาเป้าหมายสำหรับปี 2568 มีค่าเฉลี่ยที่ 4.8 บาทต่อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด(มหาชน) คาดการณ์กำไรสุทธิเติบโตสูงเฉลี่ย 26% (CAGR) ต่อปี ในช่วงปี 2567-2569 และมองราคาเป้าหมายปี 2568 อยู่ที่ 4.92 บาทต่อหุ้น
บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) (MST) ประเมินกำไรปี 2567-2569 จะเติบโตเฉลี่ยที่ 32% (CAGR) ต่อปี และให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 4.9 บาทต่อหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) คาดกำไรในปี 2567-2569 โต 28.7% (CAGR) ต่อปี และประเมินราคาพื้นฐานปี 2568 ที่ 4.68 บาทต่อหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนิตี้ จำกัดมองกำไรปี 2567-2569 เติบโตที่ 29% (CAGR) ต่อปี และให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 4.80 บาทต่อหุ้น
จากความแข็งแกร่งและแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีในอนาคตของบริษัท หุ้น YSS จึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจและน่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่กำลังหาโอกาสทำกำไรในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...