สรุปความน่าสนใจของ “YSS” แนวโน้มกำไรปี 67-69 เติบโตเฉลี่ย 29% โบรกฯ เคาะราคาเป้าหมายสูงสุด 4.9 บาท
บริษัท วาย.เอส.เอส. (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ YSS ผู้ผลิตและจำหน่ายระบบกันสะเทือนรถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ หรือ โช๊คอัพ ของไทย ที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพยแห่งประเทศไทยเร็วๆ นี้ Wealthy Thai จึงได้สรุปมุมมองสำคัญจากนักวิเคราะห์จากหลายแห่งมาให้ผู้อ่านได้สำรวจแนวโน้มของหุ้น YSS ในแบบที่เข้าใจได้ง่ายกัน
📌บริษัทเสนอขายหุ้น IPO เพื่อระดมทุนขยายกิจการ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
โดยบริษัทได้เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 160 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 1 บาท คิดเป็น 26.67% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งนี้ แบ่งเป็น 1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 100 ล้านหุ้น และ 2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Victory Rise Holdings Limited จำนวนไม่เกิน 60 ล้านหุ้น
สำหรับวัตถุประสงค์การระดมทุน บริษัทจะนำเงินไปใช้ ลงทุนในเครื่องจักรและปรับปรุงกระบวนการผลิต การวิจัย และพัฒนาสินค้าใหม่ ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในหรือต่างประเทศ ชำระเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
📌นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ เห็นตรงกันว่ามี 4 ปัจจัยหลักที่จะช่วยหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต
1.บริษัทเป็นผู้นำในธุรกิจโช้คอัพและมีสินค้ามาตรฐานระดับสากล โดยในปัจจุบัน มีการส่งออกสินค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก และได้รับรองมาตรฐานสินค้า Allgemeine Betriebserlaubnis (ABE) จากสถาบัน Kraftfahrt-Bundesamt (KBA) - Federal Motor Transport Authority จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับสำหรับการผลิตสินค้ายานยนต์ระดับสากล
2.บริษัทมีศูนย์วิจัย ทั้งในและต่างประเทศกว่า 8 แห่ง ที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
3.บริษัทความสามารถในการทำกำไรสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม โดย YSS มี Gross Profit Margin (GPM) อยู่ที่ 37-38% ซึ่งสูงกว่า GPM โดยเฉลี่ยโดยของอุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งอยู่ที่ 15-16% ตามรายงานของบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)
4.บริษัทมีโอกาสในการเติบโตหลังได้เงิน IPO มาช่วยขยายธุรกิจและทำให้เกิด Economy of Scale
📌จากปัจจัยเหล่านี้ นักวิเคราะห์มองกำไรบริษัทมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของ YSS ในปี 2567-2569 จาก 4 บริษัทหลักทรัพย์ มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 29%และราคาเป้าหมายสำหรับปี 2568 มีค่าเฉลี่ยที่ 4.8 บาทต่อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด(มหาชน) คาดการณ์กำไรสุทธิเติบโตสูงเฉลี่ย 26% (CAGR) ต่อปี ในช่วงปี 2567-2569 และมองราคาเป้าหมายปี 2568 อยู่ที่ 4.92 บาทต่อหุ้น
บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) (MST) ประเมินกำไรปี 2567-2569 จะเติบโตเฉลี่ยที่ 32% (CAGR) ต่อปี และให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 4.9 บาทต่อหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) คาดกำไรในปี 2567-2569 โต 28.7% (CAGR) ต่อปี และประเมินราคาพื้นฐานปี 2568 ที่ 4.68 บาทต่อหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนิตี้ จำกัดมองกำไรปี 2567-2569 เติบโตที่ 29% (CAGR) ต่อปี และให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 4.80 บาทต่อหุ้น
จากความแข็งแกร่งและแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีในอนาคตของบริษัท หุ้น YSS จึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจและน่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่กำลังหาโอกาสทำกำไรในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า