โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การ์ตูนที่รัก : อลิซในแดนมหัศจรรย์ / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 พ.ย. 2564 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2564 เวลา 10.30 น.

 

 

อลิซในแดนมหัศจรรย์

 

หนังการ์ตูนดิสนีย์เรื่องนี้ชื่อ Alice in Wonderland หรือ อลิซในแดนมหัศจรรย์ สร้างจากหนังสือสองเล่มของลูอิส คาร์รอลล์ (Lewis Carroll 1832-1898) คือAlice’s Adventures in Wonderland และภาคต่อThrough the Looking-Glass

ลูอิส คาร์รอลล์ เป็นนามปากกาของ Charles Dodgson หนังสือ Alice’s Adventures in Wonderland ตีพิมพ์ปี 1865 และ Alice Through the Looking-Glass ปี 1872 เล่มแรกอายุมากกว่า 150 ปีแล้ว ส่วนเล่มสองจะครบ 150 ปีในปีหน้า

ดิสนีย์สร้างการ์ตูนสั้น Alice’s Wonderland มาก่อนแล้วเมื่อปี 1923 เล่าเรื่องเด็กหญิงท่องไปในโรงถ่ายหนังการ์ตูน เป็นงานทดลองผสานคนแสดงจริงกับแอนิเมชั่น

ต่อมาสร้างหนังสั้นมิกกี้เมาส์ Thru the Mirror ในปี 1936 มิกกี้อ่านหนังสือ Through the Looking-Glass แล้วหลับไป เขาฝันผ่านกระจกบานหนึ่งเข้าไปในโลกที่สิ่งไม่มีชีวิตมีชีวิต ได้พบราชินีโพแดง และได้ดวลกับราชาโพแดง จากนั้นใช้ปากกาสู้กับกองทัพไพ่แล้วใช้พัดลมเป่าไพ่ทั้งกองทัพกระเจิงไป

ถัดมายังมีโดนัลด์ดั๊กรับบทของอลิซในหนังสั้นปี 1959 เรื่อง Donald in Mathmagic Land**

แม้ว่าดิสนีย์จะสร้างอลิซหลายครั้ง แต่โครงการอลิซในแดนมหัศจรรย์ฉบับสมบูรณ์ถูกเลื่อนเรื่อยมา เหตุหนึ่งเพราะแฟนตาซีมากไป

อีกเหตุหนึ่งคือดิสนีย์นับตัวละครในหนังสือด้วยตนเองแล้วพบว่ามีตัวละครประมาณ 80 ตัว การใส่ตัวละครทั้งหมดนี้ในหนังการ์ตูนความยาว 75 นาทีเท่ากับได้บทคนละไม่ถึงหนึ่งนาที งานเขียนบทจึงใช้เวลานานมาก

ตัวละครสำคัญในหนังสือที่ถูกตัดออกไปคือเต่ากำมะลอ Mock Turtle และ กระปัน Gryphon (สำนวนแปลอาษา ขอจิตต์เมตต์) แล้วรวบราชินีจากหนังสือทั้งสองเล่มเข้าเป็นคนเดียวกัน

จากนั้นสร้างตัวละครใหม่คือลูกบิดประตูพูดได้ขึ้นมาสนทนากับอลิซในตอนต้นเรื่องเพื่อทดแทนบทพรรณนายืดยาวในช่วงแรกๆ ของหนังสือ

ดิสนีย์พยายามจะคงงานเขียนของ John Tenniel ซึ่งวาดอลิซให้แก่ลูอิส คาร์รอลล์ แต่ด้วยงานแอนิเมชั่นเป็นสื่อที่ใช้การเปลี่ยนมุมมองรอบตัวการ์ตูนและการเคลื่อนไหวเป็นการสื่อความหมาย ภาพลายเส้นที่ลงรายละเอียดแบบของเทนนิลจึงไม่สะดวกใช้

ตัวละครสำคัญคืออลิซเองดิสนีย์ทำให้เด็กลง น่ารักขึ้นและใส่ชุดที่มิใช่สตรีวิกตอเรียแท้ๆ ส่วนหนึ่งเพื่อความสดใส แต่อีกเหตุผลหนึ่งคือเพื่อความคล่องตัวในการวาด

 

ดิสนีย์ถูกนักวิจารณ์อังกฤษสับตั้งแต่ต้น จนกระทั่งหนังออกฉายในปี 1951 จึงได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์อังกฤษเกินความคาดหมาย แต่ได้รับคำวิจารณ์แง่ลบจากฝั่งอเมริกาเองซึ่งดิสนีย์ยอมรับว่าหนังน่าจะยากเกินกว่าจะเข้าถึง ตัวเขาเองก็ไม่ชอบหนังอลิซนี้เท่าใดนัก

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงทศวรรษที่ 1960-1970 หนังการ์ตูนเรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมและความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จากวัฒนธรรม psychedelic ในอเมริกาเอง หนอนสูบยากลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของหนังและหนังถูกยกไปเปรียบเทียบกับหนังสือของอัลดัส ฮักซเล่ย์ ผู้เขียน Brave New World เลยทีเดียว

อลิซออกฉายทีหลังสโนว์ไวต์และซินเดอเรลลาทำให้ถูกเปรียบเทียบได้มาก โดยเฉพาะเรื่องหลังซึ่งออกฉายห่างกันเพียงปีเดียว

อลิซที่ควรเป็นวัยทีนในหนังสือถูกทำให้เด็กลงไปอีกในหนังแต่เธอมีทีท่าเด็ดเดี่ยวและโต้กลับมากกว่าเจ้าหญิงดิสนีย์สองคนแรก เธอไม่พาสซีฟ

เธอแอ็กทีฟมากกว่าที่ทุกคนคาดหมาย

 

อย่างไรก็ตาม ดิสนีย์มิได้หลงลืมความเป็นวิกตอเรียนของอลิซจึงได้ใส่บทของพี่สาวผู้เรียบร้อยและเคร่งครัดเข้ามาในตอนต้นและตอนจบของหนัง

ลูอิส คาร์รอลล์ เป็นคนอังกฤษ ยุควิกตอเรีย เป็นผู้ชายมีฐานะ มีสถานะ มีการศึกษาสูง เป็นนักคณิตศาสตร์ และเป็นนักตรรกวิทยา เป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยไครสต์เชิร์ช ออกซ์ฟอร์ด มีบิดาเป็นพระ ส่วนตนเองบวชเป็นอุบาสกโดยมิได้บวชเป็นพระเพราะติดอ่าง ด้วยจุดอ้างอิงที่เขาเป็น อยู่ มี เราจะเข้าใจอลิซง่ายขึ้นมาก

อลิซเป็นลูกผู้ดีมีสกุล ช่วงแรกๆ อลิซเดี๋ยวยืดเดี๋ยวหด เมื่อยืดก็ติดขัดคับห้อง เมื่อหดก็ทำอะไรมิได้ นี่คือสตรียุควิกตอเรียที่อยู่ใต้ระเบียบเคร่งครัดไม่สามารถออกนอกกรอบได้

กรอบคืออะไร ลูอิสบรรยายโลกที่อลิซมองเห็นจากสายตาของอลิซหลายครั้ง เท้าที่ห่างไกลออกไป โต๊ะที่อยู่สูงเกินเอื้อม รูเล็กๆ ที่ไม่นำไปสู่ที่ไหน นอกเหนือจากมุมมองที่จำกัดของอลิซแล้ว ทุกข์ของสตรียุควิกตอเรียนั้นใหญ่เท่าทะเลน้ำตาของเธอ

อลิซมิได้เป็นตัวของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรก บ้างว่าเรื่องที่อลิซเข้าไปในโพรงกระต่ายเป็นความฝัน แต่ในความฝันที่ซึ่งคนเราควรทำอะไรก็ได้ อลิซทำมิได้อยู่ดี เธอถูกใครต่อใครปั่นหัวและโยนไปมาอยู่เสมอๆ ในตอนแรกๆ

นอกจากนี้ เรายังได้เห็นแง่มุมทางคณิตศาสตร์และตรรกะบ่อยครั้ง

“ข้างหนึ่งทำให้เจ้าสูงขึ้น อีกข้างหนึ่งทำให้เจ้าเตี้ยลง” หนอนว่า

“ข้างหนึ่งของอะไร อีกข้างหนึ่งของอะไร” อลิซงง

“เห็ดไงล่ะ” ว่าแล้วหนอนก็จากไป

แต่เพราะจานเห็ดเป็นวงกลม อลิซเอื้อมสุดแขนอ้อมจานเห็ดแล้วใช้มือหักเห็ดออกมาทั้งสองมือ แต่ว่ามือไหนล่ะที่จะสูงขึ้น มือไหนล่ะที่จะเตี้ยลง จะเห็นว่าลูอิสมีคำถามทางตรรกะและคณิตศาสตร์แฝงอยู่เล็กๆ น้อยๆ เสมอ

เป็นหนังสือที่ magic ตีคู่ขนานกับ logic

สตรีไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองคือเรื่องที่อลิซเป็น ยิ่งไปกว่านั้นหากให้สตรีครองเมืองจะเป็นความเสียหายมากมาย เพราะขึ้นชื่อว่าผู้หญิงย่อมมีอารมณ์แปรปรวน ไม่คงเส้นคงวา ซึ่งนอกจากจะเห็นได้จากทะเลน้ำตาของอลิซแล้ว เราจะได้เห็นจากพฤติกรรมของราชินี

ราชินีไพ่โพแดงหรือ Queen of Hearts ของดิสนีย์อาจจะชวนให้สับสนกับราชินีหมากรุกแดงหรือ Red Queen ใน Through the Looking-Glass เพราะราชินีโพแดงของดิสนีย์จะพูดประโยคที่ราชินีแดงพูดถึง 2 ครั้งคือ All ways are my ways ทุกหนทางเป็นของฉัน

คำพูดที่ถูกต้องของราชินีแดงในหนังสือคือ All the ways about here belong to ME ซึ่งมีความหมายที่สองว่าตัวควีนบนกระดานหมากรุกเดินได้ทุกทิศทางด้วย

ราชินีโพแดงเป็นไพ่ เปิดตัวด้วยฉากสั่งตัดหัวไพ่สามคนที่ทาสีกุหลาบขาวเป็นกุหลาบแดง การเปิดตัวเช่นนี้ย่อมถูกตีความว่าราชินีโพแดงเป็น House of Lancaster ซึ่งทำสงครามกับ House of York อย่างดุเดือดในสงครามดอกกุหลาบของอังกฤษ

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับดิสนีย์ได้จากหนังสือ Encyclopedia of Walt Disney’s Animated Characters ของ John Grant ปี 1998

อลิซในแดนมหัศจรรย์สร้างเป็นหนังยากทุกครั้ง ดีที่สุดคืออ่านหนังสือครับ วันนี้หนังสือทั้งสองเล่มมีสำนวนแปลของจิระนันท์ พิตรปรีชา ฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...