โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

นานา น่ารู้ เกี่ยวกับยาพาราเซตามอล

อาวุโส โซไซตี้

อัพเดต 15 พ.ย. 2564 เวลา 00.40 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2564 เวลา 00.40 น. • อาวุโสโซไซตี้
นานา น่ารู้ เกี่ยวกับยาพาราเซตามอล

ยาพารา หรือ ยาพาราเซตามอล เป็นยาที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย รู้ว่ายานี้ใช้เพื่ออะไร จะใช้ตอนไหน เมื่อไหร่ แต่เรารู้จักยามันดีจริง ๆ ใช่หรือไม่

ยาพารา หรือ ยาพาราเซตามอลมีอีกชื่อว่า acetaminophen เป็นยาแก้ปวด ลดไข้ โดยกลไกที่ทำให้ยามีฤทธิ์ดังกล่าวยังไม่แน่ชัด ในประเทศไทยยานี้มีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ยาหยด ยาน้ำ ยาเม็ด ยาเหน็บทวารหนัก และยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ นอกจากนี้ยังมีการนำยามาควบรวมกันด้วย เช่น ยาแก้หวัดที่เป็นแผง (คงนึกภาพกันออก) ยาพาราเซตามอลเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูงสามารถใช้ได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่หรือแม้กระทั่งคนท้องและสตรีในช่วงที่ให้นมบุตร แล้วก็หาซื้อยาได้ง่ายมากด้วย อีกทั้งทาง อย. ก็ระบุว่าเป็นหนึ่งในยาสามัญประจำบ้าน จึงไม่แปลกที่จะมีการใช้ยานี้อย่างกว้างขวาง

ขนาดยาพาราเซตามอลที่แนะนำจะคำนวณตามน้ำหนักตัว คือ 10–15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ยกตัวอย่างเช่นน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม ขนาดยาพาราเซตามอลที่คำนวณได้คือ 550-825 มิลลิกรัม ดังนั้นเมื่อมีอาการปวด หรือต้องการลดไข้ จะต้องรับประทานยาพาราเซตามอลครั้งละ 550-825 มิลลิกรัมโดยจะให้ซ้ำทุก 4-6 ชั่วโมง และสามารถรับประทานได้ต่อเนื่องไม่เกิน 3 วัน สำหรับการรับประทานยาจะรับประทานก่อนอาหารหรือหลังอาหารก็ได้ เพราะอาหารไม่มีผลต่อการดูดซึม อีกทั้งยาก็ไม่ได้มีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินอาหารเหมือนพวกยากลุ่ม NSAID ด้วย โดยปริมาณสูงสุดสำหรับผู้ใหญ่คือ 1 กรัม (1000 มก.) ต่อโดส และ 4 กรัม (4000 มก.) ต่อวัน

ถึงแม้ว่าอาหารดูจะไม่ผลต่อยาพาราเซตามอล แต่ว่าแอลกอฮอล์จะมีผลกับยาพาราเซตามอล เนื่องจากยาพาราเซตามอลจะมีผลต่อตับ คือ ปกติร่างกายจะมีความสามารถและกลไกในการกำจัดออกของยาพาราเซตามอลอยู่แล้ว แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดยาออกได้หมด (อาจจะเป็นเพราะว่าได้รับยามาเกินขนาดหรือเป็นโรค) ยาพาราเซตามอลส่วนที่หลงเหลือจะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่มีพิษโดยสารนี้มีความสามารถในการทำให้เกิดความเสียหายต่อระดับเซลล์มาก จนเป็นสาเหตุของการเกิดความเสียหายของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ และอยากที่ทราบกันดีว่าแอลกอฮอล์ก็จะส่งผลเสียต่อตับเช่นกัน ดังนั้นการรับประทานยาพาราเซตามอลและแอลกอฮอล์ จึงอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงที่ส่งผลต่อตับได้ มีคำแนะนำว่า หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 3 แก้วต่อวัน ก่อนจะรับประทานยาพาราเซตามอลควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน และไม่ควรรับประทานยาพาราเซตามอลมากกว่า 2 กรัม (2000 มก.) ต่อวัน สำหรับการรับระทานยาแล้วมีไข้ หนาวสั่น ปวดข้อหรือบวม เหนื่อยล้าหรืออ่อนแรงมากเกินไป มีเลือดออกหรือช้ำผิดปกติ ผื่นที่ผิวหนังหรือมีอาการคัน เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือผิวเหลืองหรือตาเหลือง ให้เราแจ้งแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...