โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ยูนิวานิช" ยอดจองกล้าปาล์มน้ำมันทะลักข้ามปี’65

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 พ.ย. 2564 เวลา 08.46 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2564 เวลา 09.00 น.

ต้นกล้าปาล์มน้ำมันขาดตลาดหนัก ต้องสั่งจองล่วงหน้ากันข้ามปี 2565 ยังไม่มีสินค้าส่ง แถมพ่อค้าหัวใสซื้อไปปั่นบวกราคาต่อทำราคาทะลุ 200 บาท ด้าน “ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม” ยอดจองทะลัก ปิดจองล่วงหน้า 6 สาขา ยอดจองล่าสุดสาขาชะอวดต้องส่งมอบเดือนสิงหาคม 2565

แหล่งข่าวในวงการปาล์มน้ำมันเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ความต้องการต้นกล้าปาล์มน้ำมันในตลาดเพิ่มสูงขึ้นมาก จนทำให้บริษัทเอกชนหลายรายที่ผลิตพันธุ์กล้าปาล์มน้ำมันขายมีผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ต้องจองล่วงหน้าข้ามปียังไม่มีของ

โดยเฉพาะบริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) จ.กระบี่ ผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบครบวงจร และเป็นผู้ขายต้นกล้าพันธุ์รายใหญ่ ซึ่งได้เปิดให้จองต้นกล้าปาล์มน้ำมันปี 2565 ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2564 ปัจจุบันปิดขายต้นกล้าพันธุ์ทั้ง 6 สาขา เนื่องจากยอดจองล้นมือผลิตไม่ทัน เพราะมีพื้นที่เพาะปลูกต้นกล้าจำกัด

ทั้งที่ศูนย์อ่าวลึก ศูนย์ลำทับ ศูนย์ปลายพระยา ศูนย์ป่าบอน ศูนย์บางวัน ขณะที่ศูนย์ชะอวดเพิ่งเริ่มเปิดรับจองอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 ยอดจองเต็มภายในวันเดียว โดยยอดจองวันนี้กว่าจะได้ต้นกล้าปาล์มต้องรอถึงเดือนสิงหาคม 2565 และบริษัทยังไม่สามารถเปิดรับจองเพิ่มได้ ทั้งนี้ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นมากทำให้มีพ่อค้าคนกลางหัวใสเข้าไปจองซื้อกับบริษัทเอกชนและส่วนราชการที่ผลิตต้นกล้าขาย และนำไปบวกราคาขายต่อในราคาที่สูงจากราคาซื้อ 130-160 บาทต่อต้น ไปขายต่อในราคาสูงถึง 200 บาทต่อต้น

“ที่ผ่านมาผู้ผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมันอาจจะคาดการณ์ความต้องการคลาดเคลื่อนกันไป ทำให้ผลผลิตต้นกล้าปาล์มน้ำมันที่มีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด อย่างยอดจองตอนนี้กว่าจะได้ต้นกล้าใช้เวลาอีก 7-8 เดือน เรียกว่าจองข้ามปียังไม่มีของ และกว่าจะเติบโตให้ผลผลิตได้ใช้เวลาอีก 2 ปีครึ่งถึง 3 ปี”

“ซึ่งถึงตอนนั้นไม่รู้ทิศทางราคาปาล์มจะเป็นอย่างไร แต่ดูแนวโน้มราคาตอนนี้อย่างมากขึ้นไปประมาณ 10 บาทกว่านิดหน่อย เพราะช่วงอีก 2 เดือนปาล์มจะเริ่มให้ผลผลิตแล้ว และจะพีกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนปีหน้า คาดว่าจะดึงราคาขึ้นไม่ได้มาก ตอนนี้แม้จะมีเกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น แต่ไม่มากเหมือนในอดีต เพราะปัจจุบันทุเรียนมีราคาดีกว่าปาล์ม ทำให้เกษตรกรแบ่งพื้นที่ไปปลูกทุเรียนกันมากขึ้น”

นายโอภาส หนูชิต เกษตรกรเจ้าของสวนปาล์มน้ำมันและอดีตประธานสหกรณ์ปาล์มน้ำมันจังหวัดพัทลุง จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้มีความต้องการซื้อต้นกล้าปาล์มน้ำมันกันจำนวนมาก จนต้องสั่งจองซื้อกันล่วงหน้า เนื่องจากภาวะราคาปาล์มน้ำมันปีนี้ดีต่อเนื่องมาตลอด โดยล่าสุดราคาเคลื่อนไหวประมาณกว่า 9 บาท/กก. ส่งผลให้ชาวสวนปาล์มต่างต้องการขยายพื้นที่ปลูก ทั้งนี้ความต้องการต้นกล้าปาล์มที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ราคาขยับขึ้นต่อเนื่อง ราคาเฉลี่ยประมาณ 100-200 บาทต่อต้น

แหล่งข่าวจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุงเปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวเลขปาล์มน้ำมันยืนต้น จ.พัทลุง มีกว่า 90,000-100,000 ไร่ โดยให้ผลผลิตแล้วกว่า 70,000 ไร่ ให้ผลผลิตกว่า 3,000 กก./ไร่ พื้นที่ปลูกมากเป็นอันดับต้น ๆ คือ อ.ปากพะยูน รองลงมา อ.ควนขุน อ.เมือง อ.เขาชัยสน และปลูกแล้วครบทั้ง 11 อำเภอ ขยายการปลูกเพิ่มประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์/ปี จากส่วนหนึ่งมีการโค่นยางพาราออก และส่วนหนึ่งเลิกทำนาข้าวหันมาปลูกปาล์มทดแทน

นายกฤษณชนม์ เทพเกลี้ยง อดีตหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ตนได้เออร์ลี่จากราชการและได้หันมาพัฒนาปลูกปาล์มน้ำมัน ประมาณ 200 ต้น และได้สั่งจองต้นกล้าพันธุ์ปาล์มน้ำมันสายพันธุ์สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ จ.พัทลุง ปรากฏสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันถูกสั่งจองเต็มจนถึงปี 2565 และได้สั่งปิดการสั่งจองปี 2565 ไปแล้ว เพราะประการสำคัญขณะนี้ขาดแคลนเมล็ดปาล์มน้ำมันที่มีคุณภาพ

ทางด้าน ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนตุลาคม 2564 พบว่าในส่วนราคาปาล์มน้ำมันได้มีการปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ตลอดเดือนตุลาคม 2564 ล่าสุด 9 บาท/กก. โดยที่ราคาขยับขึ้นเป็นผลจากตลาดโลกมีความต้องการปาล์มมากขึ้น รวมทั้งสหภาพยุโรปที่นำเข้าปาล์มไปผลิตไบโอดีเซล เมื่อน้ำมันราคาปรับตัวสูงขึ้น

ขณะที่ประเทศผู้ปลูกปาล์มน้ำมันมีผลผลิตลดลง โดยเฉพาะบราซิลประสบภัยแล้ง ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในต่างประเทศขยับขึ้นเป็น 42 บาท/กก. และในประเทศไทยขยับขึ้นเป็น 44 บาท/กก. สูงสุดในรอบหลายปี สร้างรายได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...