“ศุภจี” แถลงผลการคัดเลือก 12 ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2568
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นประธานการแถลงข่าวผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2568 โดยมีนาวาตรีวรวิทย์ เตชะสุภากูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายเอกวัฒน์ พิริยะวรสกุล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายนนทกร โรจน์อุ่นวงศ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายพรชัย สุทธิวิรัชชัย คณะทำงานของรองนายกรัฐมนตรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน
นางศุภจี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติว่า คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ มายกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ ใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาทัศนศิลป์ สาขาวรรณศิลป์ และสาขาศิลปะการแสดง เป็นประจำทุกปี
สำหรับปีพุทธศักราช 2568 มีจำนวนศิลปินที่มีผู้เสนอชื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นศิลปินแห่งชาติทุกสาขา รวมทั้งสิ้น 595 คน และมีบุคคลที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ จำนวน 12 คน รายนามดังต่อไปนี้
สาขาทัศนศิลป์
1. นายพีระพงษ์ ดวงแก้ว (ประติมากรรม)
2. นายชัยโรจน์ มหาดำรงค์กุล (ภาพถ่าย)
3. นายพรธรรม ธรรมวิมล (ภูมิสถาปัตยกรรม)
4. นายวีรธรรม ตระกูลเงินไทย (การออกแบบประณีตศิลป์)
สาขาวรรณศิลป์
5. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวกานท์ ปทุมสูติ
6. นายไมตรี ลิมปิชาติ
สาขาศิลปะการแสดง
7. นายสมศักดิ์ ทัดติ (นาฏศิลป์ไทย-โขน)
8. นายตรึก ปลอดฤทธิ์ (ลิเกป่า)
9. นางอังคนางค์ ศิริมณี (หมอลำ-ลำเพลิน)
10.นายวิชัย ปุญญะยันต์ (ดนตรีไทยสากล)
11. นายณัฐ ยนตรรักษ์ (ดนตรีสากล)
12. ศาสตราจารย์กิตติคุณสุรพล วิรุฬห์รักษ์ (ภาพยนตร์และละคร)
นางศุภจี กล่าวว่า ศิลปินแห่งชาติทุกคนจะได้รับสวัสดิการ คือ
(1) ค่าตอบแทนรายเดือน ๆ ละ 25,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่มีชีวิตอยู่
(2) ค่ารักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลโดยอนุโลม เว้นแต่มีสิทธิเบิกจากหน่วยงานอื่น ให้เบิกจากหน่วยงานนั้นก่อน ถ้าเบิกจากหน่วยงานนั้นได้ต่ำกว่าสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ให้มีสิทธิเบิกในส่วนที่ยังขาดอยู่ได้อีกภายในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) ต่อปีงบประมาณ
(3) เงินช่วยเหลือประสบสาธารณภัยเท่าที่เสียหายจริง รายละไม่เกิน 50,000 บาทต่อครั้ง
(4) ค่าของเยี่ยมในยามเจ็บป่วยหรือในโอกาสสำคัญเท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง สำหรับกรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินช่วยเหลือบำเพ็ญกุศลศพ รายละ 20,000 บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดทำหนังสือเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริง รายละไม่เกิน 150,000 บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท)
นางศุภจี ยังเปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะทำหนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสนำศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2568 ทั้ง 12 คน เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี รับพระราชทานโล่และเข็มเชิดชูเกียรติ ในวัน เวลา ตามแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ