โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

บอร์ดอีวี เห็นชอบหลักการ ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ไฟฟ้า หนุนผลิต - ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ต่อยอดไทยฐานผลิตโลก

สวพ.FM91

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บอร์ดอีวีเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ชูแนวคิด “ปรับภาษีตามการสร้างประโยชน์ประเทศ” ส่งเสริมการผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศ เผยรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วน จดทะเบียนใหม่กว่าร้อยละ 50 ขณะที่ยอดส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทะลุ 1.52 แสนล้านบาท ค่ายรถฯ ญี่ปุ่นเร่งลงทุนเพิ่มกว่า 5 หมื่นล้านบาท

(10 ก.ย.69) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดอีวี เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบหลักการในการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลกในทุกเทคโนโลยี โดยมุ่งให้โครงสร้างภาษีสะท้อนประโยชน์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งด้านการลงทุน การผลิต การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และการจ้างงาน

ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เชื่อมการนำเข้ากับการผลิตรถยนต์และการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ยึดหลักการสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ 1.) นำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาว (Investment-Driven Import) โดยการผูกเงื่อนไขการนำเข้ากับการลงทุนผลิตจริงในประเทศ 2.) ผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า (Regional and Global Export Hub) และ 3.) การยกระดับการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Local Content) รวมถึงการส่งเสริมการจ้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานไทย 4.) การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม (Level Playing Field) ระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศและรถยนต์นำเข้า และ
5.) การพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ (Local Suppliers) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทย

ภายใต้โครงสร้างภาษีใหม่ จะกำหนดอัตราภาษีให้แตกต่างกันตามระดับการลงทุน การผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้

รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยผู้นำเข้าไม่มีโรงงานผลิตในประเทศจะมีอัตราภาษีที่สูงขึ้น

รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าโดยผู้ผลิตซึ่งมีโรงงานในประเทศไทยแล้ว แต่มีความจำเป็นต้องนำเข้ารถบางรุ่นเพื่อทดลองตลาด จะกำหนดปริมาณนำเข้า โดยพิจารณาจากการเชื่อมโยงกับมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตสร้างในประเทศไทย

รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศและมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศระดับปานกลางแต่ยังไม่สามารถใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญที่ผลิตในประเทศได้ โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีปริมาณการผลิตน้อย แต่มีศักยภาพพัฒนาไปสู่การใช้ชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น รถยนต์กลุ่มพรีเมียม

รถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศและสามารถใช้ชิ้นส่วนในประเทศระดับสูง โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ

ทั้งนี้ อัตราภาษีจะลดหลั่นตามระดับการลงทุน การผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย เพื่อจูงใจให้ผู้ผลิตขยายฐานการผลิตและเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ
ตั้ง 2 คณะอนุฯ ขับเคลื่อน EV ครบวงจร

ที่ประชุมเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ คณะอนุกรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์สมัยใหม่และชิ้นส่วน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ทำหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่การผลิตยานยนต์สมัยใหม่และชิ้นส่วนตลอดวงจรชีวิต รวมถึงให้ดูแลการบริหารจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าใช้แล้วอย่างเป็นระบบและการกำจัดซากรถยนต์ และคณะอนุกรรมการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ทำหน้าที่ผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบอัดประจุไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังศึกษามาตรการส่งเสริมให้มีการใช้และผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

ยอดจดทะเบียน xEV แซงรถสันดาป ลงทุนสะสมทะลุ 1.52 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ บอร์ดอีวีได้รับทราบความคืบหน้าการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ BEV อยู่ที่ 126,950 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 88 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์กลุ่ม xEV ทั้ง BEV, HEV และ PHEV มีสัดส่วนรวมกันร้อยละ 55 ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าตลาดรถยนต์ไทยได้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี xEV อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน การลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าได้ขยายตัวครอบคลุมตลอดระบบนิเวศ โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2569 บีโอไอให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและกิจการที่เกี่ยวข้องรวม 189 โครงการ เงินลงทุน 151,372 ล้านบาท โดยกิจการผลิตแบตเตอรี่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 87,073 ล้านบาท ของเงินลงทุนทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ การผลิตรถยนต์ BEV มูลค่า 38,563 ล้านบาท และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ มูลค่า 12,558 ล้านบาท นอกจากนี้ โครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมีแผนติดตั้งหัวจ่ายรวม 23,135 หัวจ่าย ในจำนวนนี้เป็นหัวจ่ายแบบ Quick Charge 10,249 หัวจ่าย หรือประมาณร้อยละ 85 ของเป้าหมาย 12,000 หัวจ่ายในปี 2573 แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทั้งฐานการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนาไปพร้อมกัน

ด้านผู้ผลิตรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย ได้แก่ มิตซูบิชิ ฮอนด้า มาสด้า และอีซูซุ ยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมรวมกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ ปรับปรุงสายการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และรองรับเทคโนโลยี HEV, MHEV และยานยนต์ไฟฟ้ารูปแบบต่าง ๆ สะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไม่ได้ขับเคลื่อนจากผู้ผลิต BEV รายใหม่เท่านั้น แต่ผู้ผลิตรายเดิมกำลังเร่งปรับฐานการผลิตในประเทศไทยให้สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลกด้วย

“อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทั้ง BEV, HEV, PHEV และเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต ประเทศไทยจึงต้องปรับตัวเพื่อรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตยานยนต์ในระยะยาว โจทย์สำคัญคือการออกมาตรการที่เปิดกว้างต่อเทคโนโลยี แต่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตครั้งนี้จึงเป็นจังหวะสำคัญในการปรับสมดุลระหว่างการนำเข้าและการลงทุนในประเทศ พร้อมส่งเสริมการผลิต การใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยี และการจ้างงานที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อตอกย้ำสถานะฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลกที่พร้อมรับทุกเทคโนโลยีแห่งอนาคต” นายนฤตม์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...