โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เบื้องหลังแทรกแซงค่าเงิน! “สหรัฐ” เลือกใช้ยูโรซื้อเยน เลี่ยงแรงกดดันต่อดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ส.ค. เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. เวลา 03.57 น.

นักกลยุทธ์คาดกระทรวงการคลังสหรัฐเลือกใช้เงินยูโรแทนเงินดอลลาร์ในการเข้าซื้อเงินเยนระหว่างแทรกแซงตลาดร่วมกับญี่ปุ่น หลีกเลี่ยงส่งสัญญาณกำลังลดค่าเงินดอลลาร์

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 10.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อาจเลือกใช้ เงินยูโรแทนเงินดอลลาร์ ในการเข้าซื้อเงินเยนระหว่างปฏิบัติการแทรกแซงตลาดร่วมกับญี่ปุ่น เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังขายเงินดอลลาร์ ซึ่งอาจขัดแย้งกับนโยบายสนับสนุนดอลลาร์แข็งค่าของรัฐบาลสหรัฐ ตามความเห็นของนักกลยุทธ์ในตลาดเงิน

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 แห่ง ได้รับการติดต่อจาก ธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก (New York Fed) ให้ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง เงินเยนและเงินยูโร ก่อนที่ New York Fed จะดำเนินการขายเงินยูโรเพื่อซื้อเงินเยนในนามของกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้าของ Financial Times

เดวิด ฟอร์เรสเตอร์ นักกลยุทธ์อาวุโสจาก Credit Agricole CIB กล่าวว่า สหรัฐฯ น่าจะต้องการหลีกเลี่ยงภาพลักษณ์ของการขายเงินดอลลาร์ เพราะรัฐบาลยังคงยึดแนวทางสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง และไม่ต้องการให้ถูกมองว่ากำลังลดค่าเงินของตนเองเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า ซึ่งจะขัดกับหลักการที่ประเทศสมาชิก G20 ตกลงร่วมกันเกี่ยวกับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน

การใช้เงินยูโรเป็นสกุลเงินตัวกลางในการแทรกแซงครั้งนี้ ถือว่าแตกต่างจากการดำเนินการในอดีต เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐมักใช้เงินดอลลาร์โดยตรง ในการเข้าแทรกแซงตลาดเงิน ขณะที่เงินยูโรเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากดอลลาร์ โดยคิดเป็นประมาณ 29% ของมูลค่าการซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตราโลก ซึ่งมีมูลค่าราว 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ตามข้อมูลของ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)

ด้าน เจสัน หว่อง นักกลยุทธ์ค่าเงินจาก Bank of New Zealand กล่าวว่า การใช้เงินยูโรแทนเงินดอลลาร์ช่วยลดแรงกดดันด้านภาพลักษณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แม้ท้ายที่สุดกระบวนการดังกล่าวอาจยังนำไปสู่การขายเงินดอลลาร์ในภายหลัง เพียงแต่เป็นการดำเนินการที่ไม่ปรากฏชัดต่อสายตาตลาดมากนัก

หลังญี่ปุ่นเริ่มเข้าแทรกแซงค่าเงินตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนราว 4% ขณะที่ Bloomberg Euro Index ปรับลดลง 0.2% ในวันจันทร์ แม้ว่ายังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.

นักกลยุทธ์ของ JPMorgan Chase & Co. ได้แก่ จุนยะ ทานาเสะ และ แพทริก ล็อก มองว่า เป้าหมายหลักของการแทรกแซงครั้งนี้คือ การสนับสนุนญี่ปุ่นในการสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน มากกว่าการพยายามทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ยังระบุว่า เนื่องจากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของสหรัฐ (ไม่นับรวมทองคำและสิทธิพิเศษถอนเงิน หรือ SDR) ถือครองสินทรัพย์หลักเป็น เงินยูโรและเงินเยน จึงอาจตีความได้ว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นเพียง การปรับสัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อร่วมมือกับญี่ปุ่นในการลดแรงกดดันต่อค่าเงินเยน มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนด้านนโยบายค่าเงินของสหรัฐ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...