โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ลุงพิการร้องถูกสวมสิทธิ์บัตรคนจน หวั่นโดนเอาชื่อไปทำผิดกฎหมาย

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 56 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 56 นาทีที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(25 ส.ค. 69) ที่สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง นางกัญญา อายุ 81 ปี ผู้เป็นแม่ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ อายุ 61 ปี ลูกชายซึ่งเป็นผู้พิการตาบอดหนึ่งข้างและป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเป็นอัมพฤกษ์ และนางกุลนันท์ น้องสะใภ้ เดินทางเข้าพบ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังพบความผิดปกติทางทะเบียนราษฎรและการถูกสวมสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ

.

ญาตินายนิพนธ์ เปิดเผยว่า นายนิพนธ์ ป่วยพิการ ไม่มีรายได้อื่นนอกจากเบี้ยผู้พิการ ใช้ชีวิตยากลำบากอยู่กับแม่วัย 81 ปี จนกระทั่งน้องชายและน้องสะใภ้พาไปขึ้นทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลับแจ้งว่า มีผู้มาลงทะเบียนและยืนยันตัวตนในชื่อของตนไปเรียบร้อยแล้ว

.

เมื่อประสานตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม กลับพบข้อมูลสุดช็อกจากระบบว่า มีการจดทะเบียนสมรสและมีบุตร 4 คน ทั้งที่นายนิพนธ์ครองตัวเป็นโสดมาตลอดชีวิต ไม่เคยมีภรรยาหรือบุตรแม้แต่คนเดียว ชื่อแม่ซ้ำซ้อน ในระบบราษฎรพบชื่อนางกัญญา ผู้เป็นแม่ มีลูกที่ใช้ชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประชาชนเดียวกับนายนิพนธ์ ซ้ำกันอีกหลายคน

.

และเมื่อมีการพูดคุยกับฝ่ายหญิงที่มีชื่อจดทะเบียนสมรสด้วย อีกฝ่ายกลับโยนให้ตนเป็นผู้เซ็นใบหย่า ซึ่งครอบครัวเห็นว่าไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม เพราะตนไม่เคยจดทะเบียนตั้งแต่แรก

.

ทางครอบครัวระบุว่า รู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าที่ผ่านมาจะมีผู้สูญเสียประโยชน์หรือนำชื่อของนายนิพนธ์ไปสวมสิทธิ์ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อ ดร.ธนกฤต เพื่อขอความช่วยเหลือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบสืบสวนข้อเท็จจริง คืนสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐที่ควรได้รับ และแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนราษฎรให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยเร็ว

.

นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ระบุว่าทีมงานเตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์เพื่อตรวจสอบเรื่องการสวมสิทธิ์โครงการฯ และประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ามาดูแลสวัสดิการของผู้พิการ หากพบการสวมสิทธิ์จริงหรือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่รัฐ จะต้องมีการกล่าวโทษและดำเนินคดี รวมถึงขยายผลว่ามีประชาชนรายอื่นถูกสวมสิทธิ์ลักษณะนี้อีกหรือไม่

.

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเอกสารทางราชการที่ระบุเลขบัตรประชาชน 13 หลักเดียวกับนายนิพนธ์ และใช้ชื่อแม่คนเดียวกัน แต่ปรากฏข้อมูลลูกในระบบทะเบียนราษฎรมากกว่า 4 คน รวมถึงมีประวัติจดทะเบียนสมรสที่อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่ปี 2533 แต่เมื่อไปขอตรวจสอบ เอกสารทะเบียนสมรสกลับสูญหาย นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่ามีผู้นำชื่อไปใช้รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช จึงกังวลว่าเลขบัตรที่ซ้ำซ้อนอาจถูกนำไปใช้แอบอ้างทำธุรกรรม ผูกเรื่องกู้หนี้ยืมสิน หรือสร้างคดีความผิดกฎหมายอื่นๆ ในอนาคต จึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งตรวจสอบและแก้ไขโดยด่วน

.

ทางด้าน นางกุลนันท์ น้องสะใภ้ผู้ดูแลระบุว่าพยายามเรียกร้องความเป็นธรรมและแก้ไขปัญหานี้มานานกว่า 5 ปี ไปติดต่อทั้งอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรม กรมการปกครอง และยื่นเรื่องถึงสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องกลับไม่เดินหน้า ทางเจ้าหน้าที่ท้องที่กลับแนะนำให้พาผู้เสียหายไปเซ็นใบหย่าเพื่อตัดปัญหาให้จบ ทั้งที่ครอบครัวมองว่าทำไม่ได้ เพราะการจดทะเบียนสมรสเป็นโมฆะตั้งแต่แรกเนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้เป็นคนดำเนินการเอง จึงตัดสินใจนำเรื่องเข้าร้องเรียนต่อ ดร.ธนกฤต เพื่อหวังว่าจะได้รับการคืนสิทธิ์สวัสดิการพร้อมแก้ไขข้อมูลทะเบียนราษฎรให้ถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...