โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“มัทฉะ” กับ “ชาเขียว” เปิดความต่าง คุณประโยชน์ และข้อควรรู้

เดลินิวส์

อัพเดต 24 สิงหาคม 2569 เวลา 2.54 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
มัทฉะกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ ด้วยจุดเด่นด้านสารต้านอนุมูลอิสระและความเข้มข้นของสารจากใบชา แต่ไม่ได้หมายความว่าชาเขียวทั่วไปจะด้อยกว่า ขณะที่วิธีการดื่มและส่วนผสมที่เติมลงไป ล้วนมีผลต่อคุณประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

กระแสความนิยมของ มัทฉะ เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนรักสุขภาพ ภาพของชาสีเขียวเข้มข้นมักถูกเชื่อมโยงกับการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่ใส่ใจตัวเอง แต่คำถามสำคัญคือ มัทฉะดีต่อสุขภาพจริงหรือ และแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปมากน้อยเพียงใด

มัทฉะและชาเขียวทั่วไปต่างทำมาจากต้นชาชนิดเดียวกัน คือ Camellia sinensis แต่มีความแตกต่างกันตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกและการบริโภค โดยก่อนเก็บเกี่ยวราว 20-30 วัน เกษตรกรจะคลุมต้นชาเพื่อจำกัดแสงแดด ทำให้ต้นชาผลิตคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโนแอล-ธีอะนีน เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ใบชามีสีเขียวเข้มและมีรสอูมามิ จากนั้นใบชาจะถูกนำไปนึ่ง อบแห้ง และคัดก้านออก เหลือเฉพาะเนื้อใบที่เรียกว่า “เทนฉะ” ก่อนบดอย่างละเอียดจนกลายเป็นผงมัทฉะ

ความแตกต่างสำคัญระหว่างมัทฉะกับชาเขียวทั่วไปอยู่ที่วิธีการบริโภค ชาเขียว เช่น เซนฉะหรือชาเขียวแบบซอง ใช้วิธีแช่ใบชาในน้ำร้อนแล้วกรองกากออก ร่างกายจึงได้รับเฉพาะสารอาหารที่ละลายออกมากับน้ำ ขณะที่มัทฉะถูกบดเป็นผงและบริโภคทั้งใบ ทำให้ได้รับสารประกอบจากใบชาในปริมาณมากกว่า โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มคาเทชิน รวมถึง อีจีซีจี ( Epigallocatechin Gallate - EGCG ) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ

อย่างไรก็ตาม การที่มัทฉะมีสารประกอบเข้มข้นกว่าไม่ได้หมายความว่าชาเขียวทั่วไปไม่มีประโยชน์ ชาเขียวแบบชงยังคงเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และมีข้อดีในแง่ความเบาและความสะดวกในการดื่ม เนื่องจากมีปริมาณคาเฟอีนและสารจากใบชาเจือจางกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการจิบชาเป็นระยะ หรือต้องการหลีกเลี่ยงการได้รับคาเฟอีนในปริมาณมาก

ในด้านความรู้สึกหลังดื่ม มัทฉะมีทั้งคาเฟอีนและกรดอะมิโนแอล-ธีอะนีน ซึ่งอาจช่วยให้เกิดภาวะตื่นตัวและมีสมาธิ ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าการได้รับคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว ส่วนสารอีจีซีจีและสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ในชาเขียวก็มีการศึกษาถึงบทบาทในการปกป้องเซลล์จากความเสียหายและสนับสนุนสุขภาพโดยรวม ขณะที่คาเฟอีนและสารประกอบในชาอาจมีส่วนช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญพลังงาน

ถึงกระนั้น มัทฉะไม่ได้หมายความว่ายิ่งเข้มข้นยิ่งดี โดยเฉพาะเมื่อนำไปทำเป็นเครื่องดื่มสำเร็จรูป เช่น มัทฉะลาเต้หรือเครื่องดื่มตามร้านกาแฟ เพราะการเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม หรือนมข้นหวานในปริมาณมาก สามารถเพิ่มพลังงานและน้ำตาลจนลดทอนประโยชน์ด้านสุขภาพของชาได้ ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน ผู้มีปัญหากระเพาะอาหาร หรือผู้ที่ต้องจำกัดคาเฟอีน ควรระมัดระวังปริมาณและช่วงเวลาในการดื่ม

ดังนั้น ทั้งมัทฉะและชาเขียวทั่วไปต่างมีประโยชน์ หากต้องการเครื่องดื่มที่มีรสเข้มข้นและได้รับสารจากใบชาในรูปแบบที่เข้มข้นกว่า มัทฉะอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการเครื่องดื่มเบาสบายสำหรับจิบระหว่างวัน ชาเขียวแบบชงก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี สิ่งสำคัญที่สุดคือ เลือกดื่มโดยไม่เติมน้ำตาลหรือส่วนผสมที่ให้พลังงานสูง เพื่อให้ประโยชน์ของชาไม่ถูกกลบด้วยส่วนประกอบอื่น ๆ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...