โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“สหรัฐ” เตรียมเปิดฉากคว่ำบาตรอิหร่านครั้งใหญ่ เบสเซนต์ประกาศ D-Day ทางเศรษฐกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 สิงหาคม 2569 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 26 นาทีที่แล้ว

รมว.คลังสหรัฐฯ เตรียมแถลงมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชุดใหม่ จันทร์นี้ หวังเปิดฉากปฏิบัติการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ พร้อมขู่ใช้มาตรการทางการเงินกับประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่าน

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 05.32 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านชุดใหม่ในวันจันทร์ โดย สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า มาตรการครั้งนี้จะเป็นการรณรงค์เพื่อ “โดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจอย่างประสานงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก” ขณะที่เตหะรานออกมาปฏิเสธภัยคุกคามดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าอิหร่านยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศต่าง ๆ ได้

เบสเซนต์เปิดเผยกับ CNBC ว่า เขาจะจัดแถลงข่าวในวันจันทร์เพื่อชี้แจงรายละเอียดของมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ซึ่งเขาระบุว่าจะเป็นมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และมีเป้าหมายเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของรัฐบาลอิหร่านอย่างเต็มกำลัง

ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์เขียนบทความแสดงความคิดเห็นใน Financial Times เมื่อวันอาทิตย์ โดยเปรียบมาตรการที่จะเริ่มต้นขึ้นว่าเป็น “D-Day ทางเศรษฐกิจ” หรือการเปิดฉากโจมตีทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยใช้กับฝ่ายตรงข้าม

รัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศอื่นทั่วโลก ยุติการทำธุรกิจกับอิหร่าน พร้อมเตือนว่าวอชิงตันจะใช้มาตรการอย่างเต็มที่ต่อประเทศหรือหน่วยงานที่ไม่ให้ความร่วมมือ

“ถึงเวลาที่พันธมิตรของเราและประเทศอื่นทั่วโลกต้องตัดสินใจว่า จะอยู่ฝ่ายเดียวกับเราหรืออยู่ฝ่ายตรงข้าม” เบสเซนต์กล่าวกับ CNBC

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังทรัมป์ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหรัฐฯ จะดำเนิน “ปฏิบัติการกดดันทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง” พร้อมขู่ใช้บทลงโทษทางการเงินอย่างหนักกับประเทศที่ช่วยให้อิหร่านหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร โดยระบุว่าจะเป็นการทำ “สงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

ด้าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ออกมาลดทอนความสำคัญของคำขู่จากรัฐบาลทรัมป์ โดยโฆษก IRGC ระบุผ่านสื่อของรัฐบาลอิหร่านว่า เตหะรานมีแนวทางรับมือกับผลกระทบจาก “สงครามของศัตรู” และยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศอื่นได้

โฆษก IRGC ยังระบุว่า การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเปิดสงครามเศรษฐกิจและใช้มาตรการกดดันขั้นสูงสุดต่ออิหร่าน ถือเป็น “การยอมรับโดยนัยถึงความพ่ายแพ้อย่างน่าอับอายของศัตรูในสนามรบ”

อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจะสามารถเปลี่ยนท่าทีของเตหะรานได้มากเพียงใด เนื่องจาก อิหร่านเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลกอยู่แล้ว

เฮลิมา ครอฟต์ (Helima Croft) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์โลกของ RBC Capital Markets ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจะทำให้อิหร่านเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ โดยเตหะรานอาจประเมินว่าตนสามารถยื้อสถานการณ์ได้นานกว่ารัฐบาลทรัมป์ ซึ่งต้องการยุติสงครามโดยเร็ว

นอกจากนี้ อิหร่านยังคงมีศักยภาพในการสร้างความปั่นป่วนต่อภูมิภาค ทั้งการ โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลาง ทำให้ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลกระทบต่อเศรษฐกิจอิหร่าน แต่ยังอาจลุกลามไปยัง เส้นทางขนส่งน้ำมันและตลาดพลังงานโลก หากความขัดแย้งยกระดับขึ้น

ครอฟต์ระบุว่า อิหร่านยังมี ขีดความสามารถในการสร้างความปั่นป่วนอย่างมีนัยสำคัญ และคำถามสำคัญในเวลานี้คือ มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมของสหรัฐฯ จะสามารถเปลี่ยนสมการดังกล่าวได้หรือไม่

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...