นาทีช็อก ตร.หนุ่ม ออกจับคนชนแล้วหนี แต่เจอร่างภรรยาตัวเองในซากรถ
ตำรวจหนุ่มนิวยอร์กเล่านาทีสลด ออกปฏิบัติหน้าที่ชนแล้วหนี แต่เจอร่างภรรยาตัวเองเสียชีวิตในซากรถ เผชิญหน้าคนเมาแล้วขับในชั้นศาล
เรื่องราวสุดสะเทือนใจในกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยขึ้นในชั้นศาลรัฐนิวยอร์ก ฟรานซิสโก มาลากา เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำเขตนาสซอ ขึ้นเบิกความเผชิญหน้ากับ แมทธิว สมิธ ชายวัย 21 ปี ผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับที่ก่อเหตุชนรถของ ปาตริเซีย เอสปิโนซา ภรรยาวัย 42 ปี ซึ่งเป็นตำรวจเช่นกัน จนเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า
เหตุเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ฟรานซิสโกกำลังปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุอุบัติเหตุจราจรตามปกติ เมื่อเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าผู้ประสบเหตุที่กำลังสิ้นใจอยู่ในซากรถคือภรรยาของตนเอง โดยเขาระบุต่อหน้าศาลว่าไม่มีสิ่งใดในชีวิตการเป็นตำรวจที่สามารถเตรียมใจรับมือกับภาพความรักของชีวิตค่อยๆ ดับสูญไปต่อหน้าต่อตาได้ และภาพนั้นจะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต
จากการสืบสวนพบว่า สมิธดื่มแอลกอฮอล์หนักเกินกว่ากฎหมายกำหนดมากกว่าสองเท่า ทั้งที่เพื่อนฝูงพยายามห้ามไม่ให้ขับรถ ก่อนจะขับรถกระบะด้วยความเร็วสูงถึง 70 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเขตควบคุมความเร็ว 30 ไมล์ต่อชั่วโมง และฝ่าสัญญาณไฟแดงเข้าชนรถของปาตริเซียอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตรวจพบขวดเหล้าและแก้วช็อตภายในรถของเขา
ศาลพิจารณาตัดสินจำคุกผู้ต้องหาในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาจากการขับขี่พาหนะโดยประมาทร้ายแรง เป็นเวลา 7 ปีครึ่ง ถึง 22 ปี สร้างความหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์ถึงผลกระทบร้ายแรงจากการตัดสินใจขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งสร้างความสูญเสียใหญ่หลวงแก่ครอบครัวของผู้สูญเสีย โดยเฉพาะลูกสาวของทั้งคู่ที่ต้องเติบโตมาโดยไม่มีแม่
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง