โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชป.จี้รัฐบาลแจง 7 ข้อกังวล Data Center หวั่นซ้ำรอยมลพิษ-กระทบไฟ-น้ำ

The Better

อัพเดต 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 22 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
“กรณ์” จี้รัฐบาลแจง 7 ข้อกังวล Data Center หวั่นซ้ำรอยมลพิษ-กระทบไฟ-น้ำ และเสี่ยงโดนสหรัฐฯ แบนชิป AI ด้าน สส.ระยอง ปชป. แนะ รัฐเตรียมความพร้อม 3 ด้าน 

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังการตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐบาล ถึงนโยบายและท่าทีต่อการเปิดรับการลงทุน Data Center จากทั่วโลก โดยระบุว่า ประชาชนกำลังมีความกังวลอย่างมากต่อการผุดขึ้นของ Data Center ในพื้นที่ต่างๆ เช่น ถนนพระราม 9 รวมถึงกรณีการสะสมน้ำมันจำนวนมากโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ล่าช้าและล้าหลัง เสี่ยงสร้างความเสียหายต่อประเทศทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

แม้รัฐบาลจะเริ่มตื่นตัวตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลนโยบาย Data Center เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่ายังคงมีคำถามมากกว่าคำตอบ จึงขอสรุปข้อกังวลหลัก 7 ประการ เพื่อให้รัฐบาลเร่งชี้แจงความชัดเจน ดังนี้

1. ขาดเจ้าภาพและหลักธรรมาภิบาลในการกำกับดูแล
ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานหลักรับผิดชอบกำกับดูแล Data Center โดยเฉพาะ ทำให้ผู้ประกอบการใช้วิธีเลี่ยงกฎหมาย เช่น อ้างเป็นคลังสินค้า ใบอนุญาตกระจายอยู่หลายหน่วยงานโดยไร้การประสานงาน และไม่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อีกทั้งคณะกรรมการที่รัฐบาลตั้งขึ้นก็ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ เกณฑ์กติกาของ BOI ที่เพิ่งออกมายังไร้ความชัดเจนว่าจะบังคับใช้ย้อนหลังกับโครงการที่ได้รับอนุมัติไปแล้วแต่ยังไม่เริ่มสร้างหรือไม่

2. ผลกระทบย้อนแย้งต่อโครงสร้างพลังงานและค่าไฟฟ้า
การส่งเสริมให้ต่างชาติใช้ "ไฟฟ้าสำรอง" ของไทย ขัดแย้งกับนโยบายลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เนื่องจากไฟฟ้าสำรองส่วนใหญ่ผลิตจากก๊าซธรรมชาติ จึงต้องนำเข้าก๊าซ LNG เพิ่มขึ้น หากราคาก๊าซผันผวน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่า FT และภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน หากไฟสำรองหมดลง รัฐบาลอาจต้องสร้างโรงไฟฟ้าฟอสซิลเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อยุทธศาสตร์การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของประเทศ

3. วิกฤตการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ
โครงการ Data Center กว่าครึ่งเสนอตั้งในพื้นที่ EEC ซึ่ง Data Center ขนาดกลางใช้น้ำปริมาณมหาศาลเทียบเท่าประชากร 50,000–60,000 คนใช้ตลอดทั้งปี การเปิดให้เอกชนทำสัญญาซื้อขายน้ำโดยตรง อาจกระทบต่อสิทธิการเข้าถึงน้ำของประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่

4. ปัญหามลพิษที่ไม่ได้รับการควบคุม
การที่ Data Center ได้รับยกเว้นไม่ต้องทำ EIA ทำให้ไม่มีมาตรการรองรับและกำกับดูแลปัญหามลพิษที่จะเกิดขึ้นตามมา ทั้งเรื่องเสียง ความร้อน และน้ำเสีย

5. ความเสี่ยงต่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีและ AI ภาษาไทย
ไทยกำลังเปิดพื้นที่ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน Data Center ของตนเอง แต่กลับไม่สนับสนุนการยกระดับศักยภาพ AI Model ของไทยเอง โดยปัจจุบันพัฒนาด้วยชิป GPU ล้าสมัยเพียง 700 กว่าตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันและความมั่นคงทางข้อมูลของประเทศในระยะยาว

6. ความไม่ชัดเจนเรื่องสิทธิประโยชน์ของคนไทย (Local Content)
ยังไม่มีมาตรการบังคับหรือข้อตกลงที่ชัดเจนว่า ผู้ประกอบการไทย สตาร์ทอัพ หรือ SME จะได้รับแบ่งปันพื้นที่กำลังการประมวลผล (Compute) เพื่อเข้าใช้ประโยชน์จาก Data Center ของต่างชาติที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและใช้ทรัพยากรของไทยไปอย่างไรบ้าง

7. ข้อกล่าวหาระหว่างประเทศ เสี่ยงถูกสหรัฐฯ ปิดกั้นการนำเข้าชิป
ล่าสุดรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้เอ่ยชื่อประเทศไทย โดยสงสัยว่าไทยอาจกลายเป็นทางลัดให้ประเทศจีนเข้าถึงชิประดับสูงที่สหรัฐฯ ควบคุม หากสหรัฐฯ ดำเนินการคว่ำบาตรหรือจำกัดการส่งออก GPU มายังไทย จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยโดยรวม

นายกรณ์ ย้ำว่า ข้อเสนอทั้ง 7 ข้อไม่ใช่การคิดมากไปเอง แต่เป็นปัญหาระดับสากลที่ทั่วโลกกำลังหาทางออก จึงขอฝากไปยังคณะกรรมการนโยบายฯ ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมนัดแรก ให้เร่งวางแผนการทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้การลงทุน Data Center เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจไทย และส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

ด้าน นายพศิน ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงข้อห่วงใยต่อการลงทุนโครงการ Data Center ในประเทศไทย โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เคยยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ เนื่องจากกังวลเรื่องความไม่พร้อมของภาครัฐ ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าโครงการ Data Center มากกว่าร้อยละ 70 มีเป้าหมายจัดตั้งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตรับผิดชอบของตน

นายพศิน เน้นย้ำและขยายผลข้อกังวลในระดับพื้นที่เพิ่มเติมใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ปัญหาการจัดสรรและเข้าถึงทรัพยากรน้ำ
ปัจจุบันพื้นที่จังหวัดระยองยังคงเผชิญปัญหาทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค (น้ำประปา) และน้ำเพื่อการเกษตรกรรม ดังนั้น รัฐบาลต้องมีความชัดเจนในเรื่องสิทธิและการจัดลำดับความสำคัญในการใช้น้ำว่า ใครจะได้สิทธิ์ใช้ก่อนกัน ระหว่างโครงการ Data Center กับประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ต้องการให้รัฐบาลกำหนดคำจำกัดความของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่นี้ให้ชัดเจน และเตรียมความพร้อมรับมือก่อนเปิดให้ดำเนินการ

2. การกำหนดเขตพื้นที่ (Zoning) และมาตรการลดผลกระทบ
เนื่องจาก Data Center เป็นอุตสาหกรรมที่ปล่อยความร้อนสูง แต่ปัจจุบันกลับยังไม่มีการจัดทำแผนผังโซนนิ่งหรือมาตรการควบคุมที่ชัดเจน เช่น กำหนดเขตพื้นที่สีเขียว การจัดทำแนวกันชนด้วยการปลูกต้นไม้ หรือมาตรการลดความร้อนรอบพื้นที่อยู่อาศัย แต่กลับพบว่าเริ่มมีการก่อสร้างโครงการไปบ้างแล้ว

3. การกระจายผลประโยชน์สู่ท้องถิ่น (Local Content)
ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกได้เสียสละสิ่งแวดล้อมมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 บทเรียนจากโครงการ EEC ในช่วงกว่า 9 ปีที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ต่อเนื่องในการดูแลของภาครัฐ ดังนั้น ในโครงการ Data Center ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ รัฐบาลจึงต้องเน้นย้ำเรื่อง Local Content โดยการวางแผนล่วงหน้าก่อนเดินหน้าโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าการเสียสละทรัพยากรครั้งนี้จะตกเป็นประโยชน์ต่อคนในพื้นที่และประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริง ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนใดกลุ่มทุนหนึ่งเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...