โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บิ๊กราญสั่งล่า หวั่น‘2มือบึ้ม’ ซุกเพื่อนบ้าน

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 กรกฎาคม 2569 เวลา 4.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“บิ๊กราญ" เผยศาลออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาคาร์บอมบ์ สภ.ตันหยง เร่งประสานล่าตัว หวั่นหนีซุกเพื่อนบ้าน “กอ.รมน.” ออกแถลงการณ์โต้ ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ฝ่ายความมั่นคงเปิดสัญจรเส้นทางบึ้ม-ยิงทหารพรานดับ 5 ศพ ชาวบ้านไม่ตระหนก “กฎอัยการศึก”

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) เมื่อคืนวันที่ 21 ก.ค.ว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานและสืบสวนสอบสวนทั้งพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดและรถยนต์ที่คนร้ายใช้ระเบิดคาร์บอมบ์ ได้มีการขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุแล้ว 2 คนคือ นายอาซมิน สะแลแม อายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และนายอับดุลราฮูม (สงวนนามสกุล) มีภูมิลำเนาอยู่ ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า ส่วนกรณีกราดยิงด่านตำรวจทำให้ทหารพรานเสียชีวิตและมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บที่ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เบื้องต้นได้ใช้กฎอัยการศึกคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบถามยังศูนย์ซักถาม ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจะเตรียมออกหมายจับเคสดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มเคยอยู่ในกลุ่มที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า ต้องนำข้อมูลที่ได้รวมถึงพยานหลักฐานไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลเดิมว่า เป็นกลุ่มเดิมที่มีการก่อเหตุมาแล้วหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้จะต้องไปตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ โดยทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เน้นย้ำในการเฝ้าระวัง และต้องทำงานบูรณาการกับทั้งสามฝ่ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการสั่งย้ายผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 หรือไม่ พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า ประเด็นนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณอะไรจาก ผบ.ตร.

ทั้งนี้ สำหรับนายอาซมิน สะแลแม มีหมายจับ 2 หมายอยู่แล้ว คือ 1.ร่วมก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามยิงและวางระเบิดคาร์บอมบ์ที่ว่าการ อ.สุไหงโก-ลก 2.ปล้นรถยนต์ ลอบยิง, วางระเบิดและปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก ส่วนนายอับดุลราฮูม มีหมายจับ 2 หมายเช่นกัน คือ 1.ลอบก่อเหตุยิง นายมะรอสปี หะยีสือแม ที่บริเวณบ้านฮูมอลานัส หมู่ 6 ต.เจ๊ะเห และ 2.วางระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์ บริเวณบ้านพักนายนายอำเภอตากใบ คาดว่าหลังก่อเหตุที่โรงพักเก่าตันหยง ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว

ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังปรากฏการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่กล่าวอ้างว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงบรรยากาศการสร้างสันติสุขในพื้นที่

พร้อมยืนยันว่า การปฏิบัติทุกภารกิจของเจ้าหน้าที่เป็นไปภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย หลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และมาตรฐานสากล โดยยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และความรับผิดชอบในการใช้กำลัง มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มิใช่เพื่อสร้างความหวาดกลัวหรือกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์

สำหรับการบังคับใช้กฎหมายทุกครั้ง เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรอบคอบและสามารถตรวจสอบได้ ตามขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ ดังนี้ 1.การรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล โดยอาศัยข้อมูลด้านการข่าว พยานหลักฐาน และการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการมีเหตุอันควรและเป็นไปตามกฎหมาย 2.การวางแผนและเตรียมการ กำหนดแนวทางการปฏิบัติ มาตรการด้านความปลอดภัย และการลดผลกระทบต่อประชาชน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แถลงการณ์ระบุอีกว่า 3.การเข้าดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะแสดงตน แจ้งเหตุ และวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามคำสั่งโดยสมัครใจเป็นลำดับแรก 4.การควบคุมสถานการณ์ หากมีการขัดขวาง หลบหนี หรือมีพฤติการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เจ้าหน้าที่จะเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมตามลำดับจากเบาไปหาหนัก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ผู้ปฏิบัติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ

และ 5.การใช้กำลัง จะกระทำเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นตามกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือระงับภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในขณะนั้น โดยใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วนกับสถานการณ์ พร้อมสามารถตรวจสอบการปฏิบัติได้ 6.การดำเนินการภายหลังการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ และดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายและสามารถตรวจสอบได้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการและช่องทางสื่อสารที่เป็นทางการเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด กระทบต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีในการปลุกปั่นหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมเปิดเผยและชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยความโปร่งใส ยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้หลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และสันติสุขที่ยั่งยืนแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำหรับบรรยากาศที่ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ทำการเคลียร์พื้นที่และเปิดเส้นทางบริเวณจุดเกิดเหตุให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรไปมาได้ตามปกติแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ต้องปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำซ้อนและเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเส้นทางจะเปิดให้เดินทางได้ตามปกติ แต่บรรยากาศการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ยังคงตั้งด่านตรวจบนเส้นทางสายหลักและสายรองอย่างต่อเนื่อง มีการตรวจค้นยานพาหนะ ตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยอย่างละเอียด

ขณะที่บรรยากาศบริเวณตลาดเทศบาลตำบลตันหยงมัส พบว่าประชาชนในพื้นที่เริ่มออกมาร่วมจับจ่ายซื้อของใช้อุปโภคบริโภคกันตามปกติ บรรยากาศเริ่มกลับมาคึกคักขึ้นตามลำดับ

โดยจากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลหรือตื่นตระหนกกับการประกาศกฎอัยการศึกในครั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีการใช้กฎหมายดังกล่าวในการดูแลความสงบเรียบร้อยมาอย่างยาวนาน ประชาชนจึงมีความคุ้นเคยและเข้าใจถึงความจำเป็นของฝ่ายความมั่นคงเป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังคงดำเนินชีวิตประจำวันไปตามปกติภายใต้การดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...