โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” ขู่ถล่มอิหร่านหนัก หลังเปิดฉากโจมตีตอบโต้ครั้งแรกในรอบ 1 เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 1 กันยายน 2569 เวลา 17.26 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากโจมตีตอบโต้ครั้งแรกในรอบ 1 เดือน ด้านทรัมป์ขู่ถล่มหนัก ขณะที่อิหร่านยังเปิดทางเจรจายุติสงคราม

วันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 05.04 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่เดินหน้าโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม หลังสหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีโดยตรงระหว่างกันเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน จุดชนวนความกังวลว่าสงครามที่ช่วงหลังเปลี่ยนมาเน้นมาตรการคว่ำบาตร การปิดล้อม และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ อาจกลับมายกระดับเป็นการเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้ง

อิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน เพื่อตอบโต้การโจมตีเกาะลารัก (Larak Island) ของอิหร่าน ซึ่งสหรัฐระบุว่าได้โจมตีฐานยิงของอิหร่านที่กำลังเตรียมยิงจรวดซึ่งบรรทุกทุ่นระเบิดทางทะเลเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ

การโจมตีตอบโต้ครั้งล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า ความขัดแย้งที่ช่วงหลังดำเนินไปผ่านมาตรการคว่ำบาตร การปิดล้อม และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ยังสามารถกลับไปสู่การใช้กำลังทางทหารได้อย่างรวดเร็ว แม้ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีท่าทีต้องการกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ แต่ต่างส่งสัญญาณว่าพร้อมตอบโต้หากถูกโจมตีเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าว Fox News อ้างคำกล่าวของทรัมป์ว่า สหรัฐจะโจมตีพวกเขาอย่างหนัก และยืนยันว่าจะมีการตอบโต้ ขณะที่ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า การโจมตีครั้งล่าสุดไม่ได้หมายความว่าสหรัฐกำลังกลับเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ พร้อมเรียกอิหร่านว่าเป็นรัฐที่ล้มเหลว ซึ่งเศรษฐกิจและกองทัพถูกบั่นทอนลงอย่างหนัก

เมื่อถูกถามว่าสหรัฐตัดความเป็นไปได้ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์กับอิหร่านหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลที่จะต้องใช้ เนื่องจากในมุมมองของเขา อิหร่านพ่ายแพ้ทางทหารอย่างสิ้นเชิงแล้ว

แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับ Reuters ว่า การโจมตีตอบโต้ระหว่างสองฝ่ายเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค. ถือเป็นการเผชิญหน้าที่จำกัดและควบคุมได้ แต่เตือนว่าเตหะรานจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากถูกโจมตีอีกครั้ง

ทรัมป์ระบุด้วยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐสามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านทั้งหมดที่อาจสร้างความเสียหายได้ พร้อมกล่าวว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ที่สหรัฐใช้กับอิหร่านกำลังส่งผลกระทบอย่างหนัก

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เผยแพร่วิดีโอ 2 คลิปบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงภาพการระเบิดครั้งใหญ่ที่ท่าเรือส่งออกน้ำมันหลักบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่าน พร้อมข้อความที่สื่อว่าเกาะคาร์กถูกทำลายอย่างหนัก

อย่างไรก็ตาม วิดีโอดังกล่าวเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และไม่มีการโจมตีเกาะคาร์กเกิดขึ้นจริง โดยอิหร่านตอบโต้ว่าโพสต์ดังกล่าวน่าขัน ขณะที่เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า ทรัมป์เพียงต้องการส่งสารถึงอิหร่านผ่านโซเชียลมีเดีย

จนถึงขณะนี้ สหรัฐยังคงหลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ของอิหร่านเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่อิหร่านเตือนว่า หากเกิดการโจมตีในลักษณะดังกล่าว อิหร่านจะตอบโต้ประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียอย่างรุนแรง

แทนที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน วอชิงตันได้เพิ่มแรงกดดันต่อเตหะรานและประเทศคู่ค้าผ่านมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิ (Secondary Sanctions) ซึ่งมุ่งลงโทษประเทศหรือหน่วยงานในประเทศที่สามที่ยังคงซื้อน้ำมันจากอิหร่าน

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า การที่อิหร่านกลับมาใช้กำลังทางทหารเป็นเพราะมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่เริ่มสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ

เบสเซนต์กล่าวระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G20 ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาว่า อิหร่านกำลังตกใจกับภาวะเศรษฐกิจของตัวเอง และเขาเชื่อว่าเตหะรานหันกลับมาใช้กำลังทางทหารเพราะกำลังพ่ายแพ้ทางเศรษฐกิจ

ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์เปิดเผยกับ Reuters ว่า สหรัฐมีแนวโน้มประกาศมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิชุดใหม่ทุกสัปดาห์ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน โดยในช่วงแรกจะมุ่งเป้าไปที่ภาคธนาคาร

กองกำลังสหรัฐโจมตีฐานยิงของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารักเมื่อวันอาทิตย์ หลังพบกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) กำลังเตรียมยิงจรวดที่บรรทุกทุ่นระเบิดทางทะเลเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐ

สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 รายจากการโจมตีดังกล่าว ขณะที่ Nournews ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่านระบุว่า ในจำนวนนี้ 2 รายเป็นสมาชิกกองทัพเรือของ IRGC

เกาะลารักเป็นเกาะขนาดเล็กในช่องแคบฮอร์มุซ ใกล้เมืองท่าสำคัญอย่างบันดาร์อับบาสของอิหร่าน และมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติประมาณหนึ่งในห้าของโลกในภาวะปกติ แต่เส้นทางดังกล่าวถูกปิดกั้นอย่างมีประสิทธิภาพนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นมาตรการที่จำกัดและแม่นยำ ต่อกองกำลังวางทุ่นระเบิดของ IRGC ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านสถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่านอ้าง IRGC ว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ลำหนึ่งเกิดไฟไหม้และหยุดเดินเรือ หลังถูกทุ่นระเบิดทางทะเล 2 ลูกบริเวณตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐฯ ปฏิเสธคำกล่าวอ้างดังกล่าว

แม้ความตึงเครียดทางทหารจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้น แต่ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ระบุว่า เตหะรานยังคงสนับสนุนการยุติความขัดแย้งผ่านการเจรจา

เปเซชเคียนกล่าวระหว่างพบหารือกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย นอกรอบการประชุมด้านความมั่นคงระดับภูมิภาคในคีร์กีซสถานว่า การเดินหน้าสงครามต่อไปไม่เป็นประโยชน์ต่อใคร ไม่ว่าจะเป็นอิหร่าน ภูมิภาค หรือมนุษยชาติ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ยุติปฏิบัติการทิ้งระเบิด “Operation Epic Fury” ด้วยข้อตกลงหยุดยิงเมื่อเดือน เม.ย. และทั้งสองฝ่ายบรรลุกรอบชั่วคราวสำหรับการเจรจาในเดือน มิ.ย. แต่ข้อตกลงดังกล่าวไม่สามารถรักษาไว้ได้ ส่งผลให้เกิดการโจมตีตอบโต้หลายระลอก รวมถึงปฏิบัติการทิ้งระเบิดของสหรัฐเป็นเวลาสองสัปดาห์ในเดือน ก.ค.

ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา วอชิงตันหวังว่าการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านจะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากพอที่จะบีบให้เตหะรานยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิด และจะเปิดอีกครั้งภายใต้การควบคุมของอิหร่านเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ทรัมป์ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหลักที่ตั้งไว้เมื่อเริ่มสงคราม ได้แก่ การรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน การจำกัดศักยภาพของอิหร่านในการโจมตีคู่แข่งในภูมิภาค และการสร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน

อ้างอิง : reuters.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...