โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ศุภจี” ลุยสุวรรณภูมิ เร่งแก้คอขวด ตม. ขยาย Auto Gate รองรับ 33 สัญชาติ

efinanceThai

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

“ศุภจี” ลุยสุวรรณภูมิ เร่งแก้คอขวด ตม. ขยาย Auto Gate รองรับ 33 สัญชาติ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 ส.ค. 69 17:01 น.

“ศุภจี” นำทีมรัฐมนตรีลงพื้นที่สุวรรณภูมิ เร่งแก้ปัญหาคอขวดนักท่องเที่ยว ตั้งเป้าขยาย Auto Gate รองรับต่างชาติ 33 สัญชาติ คาดเริ่มทันไฮซีซั่นปีนี้ ช่วยระบายผู้โดยสารขาเข้า ขณะที่ ตม.ประเมินช่วงพีกมีผู้โดยสารเข้า 5,000-6,000 คนต่อชั่วโมง พร้อมศึกษาการเปิดจุดตรวจ ตม. เพิ่มที่ Satellite Terminal และเร่งแผน East Terminal รองรับ Visitor Economy

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับประสบการณ์และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า รัฐบาลต้องการเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบริเวณด่านหน้าของประเทศ เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิถือเป็นจุดแรกที่นักท่องเที่ยวสัมผัสประเทศไทย หากใช้เวลาในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นาน หรือเกิดความไม่สะดวก ย่อมกระทบต่อความประทับใจ ความเชื่อมั่น และรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งระบบ

รัฐบาลต้องดูแลประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวตั้งแต่การผ่าน ตม. การรับกระเป๋า การเดินทางออกจากสนามบิน ไปจนถึงการรอคิว โดยมาตรการระยะสั้นจะเน้นลดเวลารอคอย บริหารกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับช่วงเที่ยวบินหนาแน่น เพิ่มพื้นที่พักคอย และขยายจำนวนสัญชาติที่สามารถใช้ช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ หรือ Auto Gate

“วันนี้ไม่ได้มาดูเพียงว่าคิว ตม. ยาวเท่าไร แต่ต้องดูว่าอะไรแก้ได้ทันที อะไรต้องใช้งบประมาณ อะไรต้องแก้กฎหมาย และอะไรต้องวางแผนระยะยาว ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่แยกกันแก้เป็นส่วน ๆ” นางศุภจี กล่าว

อีกประเด็นที่ต้องเร่งดำเนินการคือระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) หลังพบกรณีนักท่องเที่ยวถูกเว็บไซต์ปลอมเรียกเก็บค่าบริการ ทั้งที่ระบบทางการไม่มีค่าธรรมเนียม จึงเตรียมประสานสายการบินให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลตั้งแต่ก่อนเช็กอิน รวมถึงให้ผู้โดยสารตรวจสอบและใช้ QR Code จากช่องทางทางการ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการบริหารเวลารอ ของนักท่องเที่ยว ไม่ให้กลายเป็นประสบการณ์เชิงลบ โดยพิจารณานำแนวคิดด้าน Hospitality มาปรับใช้ เช่น ระบบบริหารคิวที่ช่วยลดการยืนรอเป็นเวลานาน รวมถึงการจัดกิจกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยในพื้นที่ที่เหมาะสม

ส่วนมาตรการระยะกลาง มอบหมายให้นายสิริพงศ์หารือร่วมกับ AOT ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่ Satellite Terminal เป็นจุดตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางเชื่อมต่อผู้โดยสารที่ผ่าน ตม. แล้วไปยังจุดรับกระเป๋า เพื่อลดความแออัดบริเวณโถงกลางของอาคารหลัก

ด้านแผนระยะยาว จะเร่งผลักดัน East Terminal เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิ รองรับจำนวนผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมเตรียมความพร้อมรองรับมาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวในปีหน้า โดยมองว่าหากประเทศต้องการเพิ่มรายได้จาก Visitor Economy จำเป็นต้องยกระดับระบบบริการและโครงสร้างพื้นฐานควบคู่กัน

หลังจากการลงพื้นที่ครั้งนี้จะกำหนดผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และผลลัพธ์ของแต่ละมาตรการให้ชัดเจน โดยเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ทันทีจะเร่งดำเนินการ ส่วนเรื่องที่ต้องใช้งบประมาณหรือปรับโครงสร้างจะนำกลับไปวางแผนในระดับรัฐบาล เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถเป็นประตูประเทศที่สร้างความประทับใจ และรองรับการเติบโตของ Visitor Economy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 กล่าวว่า ตม.เตรียมขยายการให้บริการ Auto Gate สำหรับผู้โดยสารต่างชาติจากเดิมที่รองรับบางสัญชาติ เพิ่มเป็น 33 สัญชาติ โดยพิจารณาจากปัจจัยด้านความปลอดภัย สถิติการปฏิเสธเข้าเมือง และความเสี่ยงด้านความมั่นคง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ทันช่วงไฮซีซั่นปีนี้

ปัจจุบันในช่วงโลว์ซีซั่น สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยประมาณ 70,000-75,000 คนต่อวัน ขณะที่ช่วงพีกระหว่างเวลา 14.00-17.00 น. มีผู้โดยสารเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองประมาณ 5,000-6,000 คนต่อชั่วโมง และในช่วงไฮซีซั่นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 85,000-100,000 คนต่อวัน

สำหรับ Auto Gate ใช้เวลาตรวจเฉลี่ยประมาณ 24-30 วินาทีต่อคน หากไม่มีประเด็นด้านความมั่นคง และเมื่อระบบพร้อมเต็มรูปแบบ คาดว่าจะรองรับผู้โดยสารขาเข้าได้ประมาณ 50% ขณะที่ผู้โดยสารที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมจะยังคงเข้าสู่กระบวนการตรวจโดยเจ้าหน้าที่ตามมาตรฐานความมั่นคง

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ความประทับใจแรกของนักท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่เดินทางถึงสนามบิน หากต้องรอคิวในช่วงเวลาเร่งด่วน การบริหารจัดการพื้นที่ต้องดำเนินควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ที่ดี โดยเตรียมหารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อนำการแสดงโขน หุ่นละครโจหลุยส์ หรือดนตรีพื้นบ้านมาสร้างบรรยากาศความเป็นไทยในจุดที่เหมาะสม

ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก โดย AOT มีแผนปรับพื้นที่รองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาเช็กอินก่อนเวลา รวมถึงปรับพื้นที่บางส่วนเป็นพื้นที่กิจกรรมและเชิงพาณิชย์ เพื่อลดความแออัดในอาคารผู้โดยสาร พร้อมผลักดัน East Terminal และศึกษาการเปิดจุดตรวจ ตม. ที่ Satellite Terminal เป็นแผนระยะกลาง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือการบริหารพื้นที่รอบสนามบิน จุดพักคอยผู้โดยสารต่อเครื่อง ร้านค้าและอาหารบริเวณขาเข้า การจัดระเบียบรถสาธารณะ การบริหารสายพานรับกระเป๋า การลาดตระเวนร่วมของตำรวจท่องเที่ยว การปราบปรามไกด์เถื่อน รวมถึงการใช้ CCTV และศูนย์สั่งการอัจฉริยะเพื่อยกระดับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

https://url.in.th/w-stock-news

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...