Sra Bua By Num Weerawat การกลับมาของสระบัวที่ชวนเราไปสำรวจรสชาติและความหลากหลายของอาหารไทยให้ลึกซึ้งกว่าที่เคย
Gourmet & Cuisine
อัพเดต 18 ส.ค. เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. เวลา 10.15 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหารเป็นการกลับมาที่เรียกเสียงฮือฮาจากนักกินไม่น้อยกับ Sra Bua By Num Weerawat (สระบัว บาย หนุ่ม วีระวัฒน์) ภายใต้การดูแลของ เชฟหนุ่ม - วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ เชฟแถวหน้าที่ได้รับการยกย่องทั้งจากมิชลินไกด์และ World's 50 Best มาเป็นผู้กำหนดทิศทางให้กับห้องอาหารซิกเนเจอร์ของ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Siam Kempinski Hotel Bangkok) ให้ลิ้มลองกันตั้งแต่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา
Sra Bua by Num Weerawat นำเสนออาหารไทยร่วมสมัยภายใต้ปรัชญาการทำอาหารที่มีแรงบันดาลใจจาก “Biodiversity” หรือความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยเชฟหนุ่มจะพาเราออกสำรวจรสชาติของวัตถุดิบชั้นยอดตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ สมุนไพร เนื้อสัตว์ หรือสัตว์ทะเล ทั้งจากผืนป่า ฟาร์ม แม่น้ำ และท้องทะเลอันอุดมสมบูรณ์ทั่วไทย
ภายใต้การตกแต่งในโทนสีของใบบัว บริเวณห้องอาหารยังจัดแสดงนิทรรศการขนาดย่อม ถ่ายทอดเรื่องราวของนานาวัตถุดิบที่เรากำลังจะได้ลิ้มรสถึงเบื้องหลังกว่าจะมาถึงโต๊ะอาหาร ไม่ว่าจะเป็นผู้คน วิถีชีวิต และภูมิประเทศที่อยู่เบื้องหลัง อาทิ Fermentation Library นิทรรศการหมุนเวียนข้าวไทยสายพันธุ์ดั้งเดิม และชิ้นงานคราฟต์จากศิลปินไทย
คอร์สอาหารไทยร่วมสมัยของเชฟหนุ่มชวนเราลิ้มลองประสบการณ์ที่ต่างกัน 2 แบบคือ Signature Biodiversity Journey ที่จะพาเราเต็มอิ่มไปกับรสชาติวัตถุดิบที่หลากหลาย และคอร์สอาหารจากพืช Plants and Roots Forward Journey ถ่ายทอดความอร่อยของพืชผักต่างๆ ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
เริ่มจาก Signature Biodiversity Journey นำเสนอความหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ของอาหารไทยผ่านวัตถุดิบจากท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ตามฤดูกาล ข้าวหลากสายพันธุ์ รวมถึงเนื้อสัตว์และสัตว์ทะเล เปิดต่อมรับรสด้วย amuse-bouche ที่ชวนลิ้มลองของว่างไทยในรูปลักษณ์แปลกใหม่ ได้แก่ Miang Kham, River Fish & Rice และ Kluay Kluay
ด้านเครื่องดื่มเลือกได้ทั้ง Wine Pairing และ Zero-Proof Pairing หรือทางเลือกแบบไร้แอลกอฮอลล์ ซึ่งทางร้านนำเสนอเครื่องดื่มจากการผสมผสานชา ชาหมัก และน้ำผลไม้หลากชนิด ชวนสดชื่นและเข้ากับอาหารได้ดีไปอีกแบบ
คอร์สอาหารที่ไม่อาจคาดเดาเริ่มด้วยจานแรกที่น่าตื่นตา Yum Nhor Mai พาไปรู้จักความอร่อยของ “หน่อไม้บงหวาน พันธุ์เพชรรัตน์” ที่มีเนื้อหวานกรอบและกินดิบได้ (หน่อไม้ทั่วไปไม่สามารถกินดิบได้เนื่องจากมีสารไซยาไนด์ธรรมชาติซึ่งเป็นพิษต่อมนุษย์) เพิ่มสัมผัสด้วยหอยไม้ไผ่ แมงกะพรุน และหน่อไม้ฝรั่งขาว ราดซอสใบย่านาง ให้กลิ่นอายซุปหน่อไม้ในเวอร์ชั่นที่หรูหรา ตามด้วย Flowers & Pickles สนุกกับผักและผลไม้ดองหลายหลายชนิดที่เชฟให้เราเลือกมาเคียงกับขนมจีนน้ำพริก เป๋าฮื้อเคี่ยวไฟอ่อน และดอกไม้ทอดกรอบ
Bua หรือ “เมี่ยงคำบัว” เมนูซิกเนเจอร์ที่รวมส่วนต่างๆ ของบัว ไม่ว่าจะเป็นรากบัว สายบัวกิมจิ ไหลบัว เมล็ดบัว และต้นอ่อนบัว กินพร้อมกับงบไก่ (ไก่ห่อใบตองย่าง) ตับไก่อ่อน และคอลลาเจนไก่กับเกสรบัว ราดซอสเผ็ดจัดจ้านระเบิดรสชาติในคำเดียว
Citrus & Sour Fruits จับคู่ความอร่อยของกุ้งแม่น้ำกับผลไม้รสเปรี้ยว ทั้งมะกรูด มะนาว ตะลิงปลิง ส้มซ่า และมะปี๊ด กินกับมันกุ้งร้อนๆ และขนมดุกงาเคี้ยวหนึบ จากนั้นเป็นการพบกับของวัตถุดิบจากผืนดินและท้องทะเล Land & Sea มันปูนาคลุกเคล้าสาหร่ายผมนางทอปด้วยเนื้อปูม้า เคียงกับขนมปังไข่ผำ เสิร์ฟมาพร้อมกับ Eggplant & Cucumber มะเขือยาวและหมึกในซุปแตงกวาชวนสดชื่น ทอปด้วยผักกาดกรอบ
จานต่อมาชวนเราไปสัมผัสรสชาติแห่งป่า Into The Wild กับแกงป่าเห็ดรสเข้มข้น กินกับเนื้อย่างราดบีฟจูส์ และเพสต์มะเขือเทศเพิ่มรสชาติ แล้วจึงเข้าสู่จานซุปที่รวมความอร่อยลึกล้ำของอาหารทะเลตากแห้ง Tom Zaab ที่ทั้งกลมกล่อมและจี๊ดจ๊าด ได้แรงบันดาลใจมาจากพระกระโดดกำแพง
Rice & Landscape จานหลักที่เสิร์ฟมาในรูปลักษณ์ที่คนไทยคุ้นเคยกับถาดอาหารที่มีสำรับครบครัน ตัวเอกคือข้าว ซึ่งเชฟเลือกใช้ข้าวหลายสายพันธุ์หมุนเวียนไปตามฤดูกาล ฤดูกาลนี้เราได้ลิ้มลองข้าว 3 ชนิดจาก 2 ภูมิภาค ข้าวซ้อมมือ “ข้าวนางขวิด” จากจังหวัดตรังเม็ดสั้นเรียวยาว ข้าวขาว “ข้าวอู” จากเชียงราย เป็นข้าวดอยเม็ดสั้นเนื้อเหนียวนุ่มหนึบ และข้าวกล้อง “ข้าวสังข์หยด” จากพัทลุง เสิร์ฟพร้อมสำรับตามฤดูกาล ได้แก่ แกงคั่วส้มปลาเทราต์ทอปด้วยน้ำมันแซฟฟรอน บ๊อกฉ่อยผัดกะปิ ยำแตงโม และน้ำพริกตะไคร้ห่อไข่ ลองจับคู่ข้าวแต่ละชนิดกับกับข้าวเพื่อค้นหาคู่ความอร่อยได้ตามชอบใจ
เติมความสดชื่นด้วยของหวาน From Petchaburi ไอศกรีมข้าวคั่วทอปด้วยลูกตาลจากเพชรบุรี ราดซอสข้าวลืมผัว เคียงด้วยกระยาสาร์ทงาดำ งาขาว งาขี้ม้อน และกระบก ราดซอสคาราเมล ตามด้วยผลไม้ไทยเสิร์ฟกับพริกเกลือ 4 ภาค ภาคเหนือใช้เกลือจากบ่อเกลือใส่พริกลาบ ทางอีสานเป็นเกลือบ้านบึงใส่ผิวมะกรูด ภาคกลางสีม่วงใส่อันชันและบ๊วย สุดท้ายภาคใต้สีเหลืองใส่ขมิ้นและพริกพาน และเปอร์ตีฟูผลไม้ไทย ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างสวยงาม
ด้านคอร์สอาหารจากพืช Plants and Roots Forward Journey ซึ่งไม่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์แม้แต่น้อย แต่กลับอัดแน่นด้วยรสชาติและสัมผัสที่เต็มเปี่ยม มอบประสบการณ์ความอร่อยจากวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสที่แปลกใหม่น่าสนใจ เป็นอีกประสบการณ์ที่เราแนะนำอย่างยิ่งเลย
เชฟหนุ่มดึงเอารสชาติอาหารไทยที่เราคุ้นเคยมาตีความอีกครั้ง สอดประสานวัตถุดิบและเครื่องปรุงที่หลากหลาย และสร้างสรรค์ขึ้นเป็นอาหารจานใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ เป็นอาหารไทยที่เราคล้ายจะรู้จักแต่ก็เพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก ไม่อยากให้พลาดมาลิ้มลองประสบการณ์นี้กัน