โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รฟท.นัดถก ‘ซีพี’ 27 ส.ค. ปมหยุดเดินรถ‘แอร์พอร์ต เรล ลิงก์’ ย้ำต้องไม่กระทบประชาชน

ไทยโพสต์

อัพเดต 27 สิงหาคม 2569 เวลา 1.36 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘สิริพงศ์’ เผยปม ‘เอเชีย เอรา วัน’ ขอยุติสัญญา 3 สนามบิน โยนรฟท.นัดเคลียร์ 27 ส.ค.นี้ ลุ้นเอกชนเดินรถ ‘แอร์พอร์ต เรล ลิงก์’ ต่อ ย้ำหากไม่เดินรถต่อ รัฐพร้อมหาผู้รับช่วงเดินรถ ลั่นรัฐไม่เสียประโยชน์ และประชาชนต้องไม่ได้รับผลกระทบ

26 สิงหาคม 2569-นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังการหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถึงแนวทางการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) หลังจากบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (เครือซี.พี.) ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยัง รฟท. เพื่อยืนยันการใช้สิทธิ์ขอสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ตามเงื่อนไขของสัญญา รวมถึงขอยกเลิกข้อตกลงการบริหารและการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ที่จะสิ้นสุดสัญญาการเดินรถในวันที่ 30 กันยายน นี้

“เอราวัณได้ส่งหนังสือขอยกเลิกสัญญามายัง รฟท. แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นทาง รฟท. ยังไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกสัญญาดังกล่าวและได้พยายามเชิญชวนให้เอกชนมาพูดคุย เพื่อขอให้ถอนหนังสือยกเลิกสัญญาออกไปก่อน แต่ทางเอกชนกลับมีการส่งหนังสืออีกฉบับเมื่อ 1-2 วัน ที่ผ่านมา เพื่อยืนยันความประสงค์ในการขอเลิกสัญญาอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า เป็นการส่งหนังสือเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง แม้ในเนื้อความจะมีความหมายชัดเจนว่าต้องการยุติสัญญาและไม่ไปต่อก็ตาม”นายสิริพงษ์ กล่าว

สำหรับหนังสือดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแจ้งความประสงค์และรักษาสิทธิของเอกชน โดยเนื้อหาชัดเจนว่าเอกชนต้องการขอยกเลิกหรือยุติสัญญา แต่ในทางกฎหมายการส่งหนังสือดังกล่าวยังไม่ได้ทำให้สัญญาสิ้นสุดลงทันที เนื่องจากการสิ้นสุดสัญญาร่วมลงทุนมีเงื่อนไขและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วน โดยหลักเกณฑ์การสิ้นสุดสัญญา มีแนวทางสำคัญประมาณ 4 กรณี ได้แก่ การที่คู่สัญญาตกลงยุติสัญญาร่วมกัน การสิ้นสุดสัญญาโดยปริยาย การที่ศาลมีคำสั่งให้ยุติสัญญา และการบอกเลิกสัญญาโดยฝ่ายรัฐตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ดังนั้น การที่เอกชนส่งหนังสือแสดงความประสงค์ขอยุติสัญญาเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง และ รฟท.ยังมีหน้าที่ต้องดำเนินการเจรจาและบริหารจัดการสัญญาตามมติและกรอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง

“ตอนนี้เรายังดำเนินการไม่ได้ในส่วนของการยกเลิกสัญญา เพราะ รฟท.ยังมีหน้าที่ในการเจรจาและบริหารสัญญาให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยพยายามหาทางออกที่เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะและประชาชน ขณะเดียวกันรัฐต้องไม่เสียประโยชน์” นายสิริพงศ์กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและ รฟท.อยู่ระหว่างพิจารณาประเด็นเร่งด่วนที่จำเป็นต้องหาข้อยุติ แม้การเจรจาเรื่องสัญญา 3 สนามบินจะยังไม่แล้วเสร็จ โดยมี 2 ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ประเด็นแรกคือกรณีที่เอเชีย เอรา วันมีท่าทีว่าจะหยุดเดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมรองรับไว้แล้ว และมีความสามารถที่จะดำเนินการเดินรถต่อได้ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ รฟท.เห็นว่าหากเอกชนยังสามารถเดินรถต่อไปได้ในระหว่างที่การเจรจายังไม่ยุติ จะเป็นประโยชน์มากที่สุด เพราะจะทำให้บริการประชาชนสามารถดำเนินต่อเนื่องโดยไม่เกิดรอยต่อ

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 รฟท.จะนัดหาเจรจากับเอกชนในประเด็นดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีการหารือกันเพื่อขอให้เอกชนยังคงเดินรถต่อไป เนื่องจากสิทธิในการเดินรถแอร์พอร์ตลิ้งก์ ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่มีผลผูกพันอยู่ จึงจำเป็นต้องหารือกับคู่สัญญาให้ชัดเจนก่อนดำเนินการใด ๆ หากท้ายที่สุดเอกชนไม่สามารถหรือไม่ยินยอมเดินรถต่อ รัฐจำเป็นต้องจัดหาผู้ดำเนินการรายอื่นเข้ามารับช่วงเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ โดยอาจพิจารณาหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนรายอื่นที่มีความพร้อมเข้ามาดำเนินการด้านการเดินรถและการบำรุงรักษาในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายและเงื่อนไขของสัญญา

“กรณีที่เอกชนไม่เดินรถ เราก็ต้องหาคนอื่นมาเดิน เพราะสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน แต่สิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือการเจรจากับเอกชนก่อน เพื่อให้ยังเดินรถต่อไปได้และรักษาประโยชน์ของประชาชน ส่วนกรณีที่เอกชนหยุดเดินรถโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา หากมีการผิดสัญญา ก็อาจมีประเด็นเรื่องค่าปรับ ค่าเสียหาย หรือข้อพิพาทที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดีในอนาคตได้ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์” นายสิริพงศ์กล่าว

สำหรับประเด็นที่สอง คือความจำเป็นในการเร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน โดยเฉพาะส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เนื่องจากปัจจุบันโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนดำเนินการมาประมาณ 10 ปีแล้ว แต่ยังมีส่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะสัญญา 4-1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์-อยุธยา รวมถึงงานส่วนที่เป็นแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ที่มีความจำเป็นต่อการเชื่อมโยงโครงข่าย

นอกจากนี้ ยังมีโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง Missing Link ในช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง บริเวณโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นอีกช่วงสำคัญที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงได้มอบหมายให้ รฟท.ไปหารือกับคู่สัญญาเดิมเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการปรับรูปแบบสัญญา โดยเฉพาะการแยกหรือปรับลดเนื้องานบางส่วนออกมาดำเนินการก่อน เพื่อไม่ให้โครงการส่วนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องหยุดรอผลการเจรจาสัญญา 3 สนามบิน

“หากเอกชนไม่เดินรถ เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน เราก็ต้องจัดหาคนมาเดินรถให้ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปบอกให้เอกชนหยุดเดินรถ สิ่งที่เราทำคือเจรจาให้เขาเดินต่อ เพื่อรักษาประโยชน์ของประชาชนและให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญา คาดว่าพรุ่งนี้ 27 สิงหาคม นี้ จะได้ข้อสรุปในแต่ละประเด็น จากนั้นผลการเจรจาจะนำไปสู่การพิจารณาแนวทางดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยเป้าหมายสำคัญคือให้โครงการเดินหน้าต่อได้ รัฐไม่เสียประโยชน์ และไม่กระทบประชาชน” นายสิริพงศ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...