Tesla ถูกเรียกคืนครั้งใหญ่ที่จีน เกี่ยวกับมือจับประตูแบบซ่อนหรือไม่?
◾️◾️◾️
🔴 จีนห้ามใช้ที่จับประตูแบบซ่อน กังวลด้านความปลอดภัย
การเรียกคืนสินค้าครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่กฎระเบียบใหม่ในประเทศจีนจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งกำหนดให้รถยนต์ต้องมีระบบปลดล็อกแบบกลไก (mechanical release) ทั้งจากด้านในและด้านนอกของประตู
ที่จับประตูแบบซ่อนได้รับความนิยมจากบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลา ซึ่งมีอีลอน มัสก์ เป็นเจ้าของ และกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปทั่วโลก แต่เหตุการณ์หลายครั้งที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดความกังวลว่าการออกแบบเช่นนี้ อาจทำให้เปิดประตูได้ยากในกรณีฉุกเฉิน
เหตุการณ์หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า ที่จับประตูรถแบบซ่อนอาจทำให้การเปิดประตูในสถานการณ์ฉุกเฉินทำได้ยากขึ้นหรือไม่
ที่จับประตูรถแบบซ่อนถูกใช้อย่างแพร่หลายในรถยนต์สมัยใหม่ของจีน โดยทั้งรถยนต์ EV และรถยนต์ไฮบริดประมาณ 60% ของรถที่ขายดีที่สุด 100 รุ่นในจีน ใช้ที่จับประตูรูปแบบนี้
สตีเฟน ไดเออร์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมรถยนต์จากบริษัทที่ปรึกษา AlixPartners ซึ่งประจำอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีว่า ดีไซน์แบบมินิมอลดังกล่าวช่วยให้รถดู “โฉบเฉี่ยวและลดแรงต้านลม” แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ผู้ใช้สับสนว่าต้องเปิดประตูอย่างไร เพราะหลายครั้งผู้ใช้และผู้โดยสารมักหาที่เปิดประตูไม่เจอ จนทำให้เกิดความกังวลว่า หากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือร้ายแรง จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหากเปิดประตูรถไม่ได้ในทันที
◾️◾️◾️
🔴 Xiaomi ก็เผชิญคำถามหลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จีน Xiaomi (เสียวหมี่) ถูกจับตามองอย่างหนัก หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง 2 ครั้งในปี 2025 ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์รุ่น SU7 โดยมีข้อสงสัยว่า ระบบไฟฟ้าขัดข้องจนทำให้ผู้โดยสารติดอยู่ภายในรถ
หนึ่งในเหตุการณ์ เกิดขึ้นบนทางหลวงในเมืองถงหลิง ทางภาคตะวันออกของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยญาติของผู้เสียชีวิตระบุว่า ผู้โดยสารติดอยู่ภายในรถ เนื่องจากไม่สามารถปลดล็อกประตูได้หลังเกิดการชน
ในเวลานั้น ตัวแทนของเสียวหมี่ระบุว่า รถ SU7 มี มือจับปลดล็อกฉุกเฉินแบบกลไก ซึ่งยังสามารถใช้งานได้แม้รถไม่มีไฟฟ้า โดยติดตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของประตูแต่ละบาน
บริษัทกล่าวเพิ่มเติมว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเหตุการณ์และให้ความร่วมมือกับตำรวจ
สำหรับ SU7 รุ่นล่าสุด เสียวหมี่ได้ปรับมาใช้ มือจับประตูรูปแบบใหม่ที่สามารถเปิดได้แม้ไม่มีไฟฟ้า
◾️◾️◾️
🔴เทสลาก็เคยถูกฟ้องเกี่ยวกับที่จับประตูรถ
เทสลาก็เคยเผชิญคดีความในสหรัฐฯ จากการออกแบบมือจับประตูเช่นกัน โดยบริษัทถูกฟ้องโดย จอร์แดน มิลเลอร์ ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากอุบัติเหตุในปี 2024 ที่เกี่ยวข้องกับ Cybertruck รถกระบะไฟฟ้าของเทสลา โดยอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้นักศึกษามหาวิทยาลัย 3 รายในรัฐแคลิฟอร์เนียเสียชีวิต
มิลเลอร์กล่าวหาว่า การออกแบบของ Cybertruck ทำให้ผู้โดยสารติดอยู่ภายในรถที่กำลังลุกไหม้ และขัดขวางการช่วยเหลือ
ตามข้อมูลจากทนายความของเขา ซึ่งมาจากสำนักงานกฎหมาย The Veen Firm รถคันดังกล่าวไม่มีมือจับประตูแบบทั่วไป ขณะที่ปุ่มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเปิดประตูก็ไม่สามารถทำงานได้ ทนายความคนหนึ่งกล่าวในแถลงการณ์ว่า “เมื่อคุณออกแบบรถที่ไม่มีวิธีเชิงกลในการเปิดประตูจากด้านนอก เท่ากับว่าคุณกำลังเดิมพันว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์จะทำงานได้ในทุกสถานการณ์ รวมถึงกรณีรถชนด้วยความเร็วสูงแล้วเกิดไฟไหม้ตามมา”
ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล เทสลาปฏิเสธการกระทำผิด และระบุว่า Cybertruck ได้รับการออกตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ในสหรัฐฯ ยังมีกรณีอื่น ๆ ที่ผู้โดยสาร รวมถึงเด็ก ถูกกล่าวหาว่าติดอยู่ภายในรถเทสลา หลังจากระบบประตูหยุดทำงานกะทันหัน
◾️◾️◾️
🔴 จีนกำลังทำอะไรกับที่จับประตูแบบซ่อน?
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จีนประกาศว่าจะห้ามใช้มือจับประตูแบบซ่อน นับเป็นประเทศแรกที่ออกกฎในลักษณะนี้ โดยกฎใหม่จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2027 รถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่มีระบบปลดล็อกประตูแบบกายภาพทั้งด้านในและด้านนอก จะไม่สามารถนำมาจำหน่ายในจีนได้
นอกจากนี้ ภายในรถจะต้องมีป้ายหรือสัญลักษณ์แสดงวิธีเปิดประตูอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้โดยสารทราบว่าต้องดำเนินการอย่างไรในกรณีฉุกเฉิน
ไดเออร์ชี้ว่า มาตรการของจีนเกิดขึ้นก่อนสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนและการปล่อยมลพิษ เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ในจีนเป็นจำนวนมหาศาล
เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (State Administration for Market Regulation: SAMR) ประกาศว่า Tesla และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนหลายราย ซึ่งรวมถึง Xiaomi, XPeng และ Geely จะต้องเรียกคืนรถยนต์รวมกันมากกว่า 4 ล้านคัน
ผู้ผลิตรถยนต์ได้รับคำสั่งให้ติดตั้งป้ายเตือนภายในประตูรถ เพื่อบอกผู้โดยสารถึงวิธีเปิดประตู นอกจากนี้ รถยนต์บางรุ่นจะได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อให้กระจกหน้าต่างลดระดับลงโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
SAMR ระบุว่า มือจับประตูของรถที่ถูกเรียกคืน “สังเกตได้ยาก” เนื่องจากสีใกล้เคียงกับวัสดุตกแต่งภายในรถ
นอกจากนี้ หากระบบไฟฟ้าขัดข้อง การออกแบบมือจับดังกล่าวอาจทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถเปิดประตูเพื่อหนีออกจากรถได้อย่างรวดเร็ว หรืออาจเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือจากบุคคลภายนอกได้
ส่วน Xiaomi, XPeng และ Geely จะเรียกคืนรถรวมกันอีกกว่า 750,000 คัน
ขณะที่วิศวกรบางรายมองว่า มาตรการของจีนอาจยังไม่เพียงพอที่จะขจัดข้อกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากยังไม่ได้จัดให้มีวิธีที่น่าเชื่อถือสำหรับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือบุคคลภายนอกในการเปิดรถเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ โดยการติดป้ายเตือนเป็นเพียงมาตรการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างอ่อน เพราะเมื่อเกิดความตื่นตระหนก ผู้คนมักกลับไปใช้ปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณ และไม่ได้หยุดอ่านตัวหนังสือขนาดเล็กในห้องโดยสารที่มืดและอาจเต็มไปด้วยควัน
◾️◾️◾️
🔴 แล้วนอกประเทศจีนมีการเรียกรถคืนหรือไม่?
ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเรียกคืนรถในลักษณะเดียวกัน นอกประเทศจีนหรือไม่
สำนักข่าวบีบีซีระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ผู้ผลิตรถยนต์ยังไม่ได้แจ้งต่อหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ว่ามีแผนจะเรียกคืนรถในลักษณะเดียวกัน
สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า กำลังพิจารณาว่าจะกำหนดให้รถยนต์ต้องมีระบบเปิดประตูฉุกเฉินหรือไม่
ส่วนในยุโรป หน่วยงานกำกับดูแลได้แสดงความกังวลถึงอันตรายที่อาจเกิดจากมือจับประตูแบบซ่อน และกำลังจัดทำมาตรฐานใหม่เพื่อให้มั่นใจว่า มือจับประตูยังสามารถใช้งานได้ แม้ระบบไฟฟ้าของรถจะถูกตัดขาด
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมมองว่า เนื่องจากรถยนต์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อจำหน่ายในตลาดทั่วโลก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของจีนจะถูกนำไปปรับใช้ในประเทศอื่นด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “เทสลา” ผนวก AI “โต้วเปา” ขายตลาดจีน
- Tesla งบพลาดเป้า กดหุ้นร่วง 4% ราคาเฉลี่ยต่อคันลดลง รายได้เครดิตคาร์บอนชะลอ
- เทสลาซุ่มพัฒนาโรโบแท็กซี่เพื่อผู้ใช้รถเข็น คาดปรับใช้จากรุ่น Robovan
- หลุดสเปก Tesla Cybercab แท็กซี่ไร้คนขับ ไร้พวงมาลัย 219 แรงม้า แบต 48 kWh ลุ้นราคาต่ำล้านปีนี้
- ยอดจดทะเบียนรถ EV ทั่วโลกเพิ่ม 3 เดือนติด