โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Tesla ถูกเรียกคืนครั้งใหญ่ที่จีน เกี่ยวกับมือจับประตูแบบซ่อนหรือไม่?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ทำไม Tesla จึงถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกคืนรถครั้งใหญ่ในจีน เกิดอะไรขึ้น?” ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา “ที่จับประตูรถแบบซ่อน” ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างหนัก หลังจีนประกาศการเรียกคืนรถยนต์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยมีรถยนต์มากกว่า 4 ล้านคันที่ได้รับผลกระทบ และส่วนใหญ่เป็นรถของเทสลา

◾️◾️◾️

🔴 จีนห้ามใช้ที่จับประตูแบบซ่อน กังวลด้านความปลอดภัย

การเรียกคืนสินค้าครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่กฎระเบียบใหม่ในประเทศจีนจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งกำหนดให้รถยนต์ต้องมีระบบปลดล็อกแบบกลไก (mechanical release) ทั้งจากด้านในและด้านนอกของประตู

ที่จับประตูแบบซ่อนได้รับความนิยมจากบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเทสลา ซึ่งมีอีลอน มัสก์ เป็นเจ้าของ และกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปทั่วโลก แต่เหตุการณ์หลายครั้งที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดความกังวลว่าการออกแบบเช่นนี้ อาจทำให้เปิดประตูได้ยากในกรณีฉุกเฉิน

เหตุการณ์หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดคำถามว่า ที่จับประตูรถแบบซ่อนอาจทำให้การเปิดประตูในสถานการณ์ฉุกเฉินทำได้ยากขึ้นหรือไม่

ที่จับประตูรถแบบซ่อนถูกใช้อย่างแพร่หลายในรถยนต์สมัยใหม่ของจีน โดยทั้งรถยนต์ EV และรถยนต์ไฮบริดประมาณ 60% ของรถที่ขายดีที่สุด 100 รุ่นในจีน ใช้ที่จับประตูรูปแบบนี้

สตีเฟน ไดเออร์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมรถยนต์จากบริษัทที่ปรึกษา AlixPartners ซึ่งประจำอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีว่า ดีไซน์แบบมินิมอลดังกล่าวช่วยให้รถดู “โฉบเฉี่ยวและลดแรงต้านลม” แต่ในขณะเดียวกันก็อาจทำให้ผู้ใช้สับสนว่าต้องเปิดประตูอย่างไร เพราะหลายครั้งผู้ใช้และผู้โดยสารมักหาที่เปิดประตูไม่เจอ จนทำให้เกิดความกังวลว่า หากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินหรือร้ายแรง จะทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหากเปิดประตูรถไม่ได้ในทันที

◾️◾️◾️

🔴 Xiaomi ก็เผชิญคำถามหลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จีน Xiaomi (เสียวหมี่) ถูกจับตามองอย่างหนัก หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง 2 ครั้งในปี 2025 ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์รุ่น SU7 โดยมีข้อสงสัยว่า ระบบไฟฟ้าขัดข้องจนทำให้ผู้โดยสารติดอยู่ภายในรถ

หนึ่งในเหตุการณ์ เกิดขึ้นบนทางหลวงในเมืองถงหลิง ทางภาคตะวันออกของจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยญาติของผู้เสียชีวิตระบุว่า ผู้โดยสารติดอยู่ภายในรถ เนื่องจากไม่สามารถปลดล็อกประตูได้หลังเกิดการชน

ในเวลานั้น ตัวแทนของเสียวหมี่ระบุว่า รถ SU7 มี มือจับปลดล็อกฉุกเฉินแบบกลไก ซึ่งยังสามารถใช้งานได้แม้รถไม่มีไฟฟ้า โดยติดตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของประตูแต่ละบาน

บริษัทกล่าวเพิ่มเติมว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเหตุการณ์และให้ความร่วมมือกับตำรวจ

สำหรับ SU7 รุ่นล่าสุด เสียวหมี่ได้ปรับมาใช้ มือจับประตูรูปแบบใหม่ที่สามารถเปิดได้แม้ไม่มีไฟฟ้า

◾️◾️◾️

🔴เทสลาก็เคยถูกฟ้องเกี่ยวกับที่จับประตูรถ

เทสลาก็เคยเผชิญคดีความในสหรัฐฯ จากการออกแบบมือจับประตูเช่นกัน โดยบริษัทถูกฟ้องโดย จอร์แดน มิลเลอร์ ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากอุบัติเหตุในปี 2024 ที่เกี่ยวข้องกับ Cybertruck รถกระบะไฟฟ้าของเทสลา โดยอุบัติเหตุครั้งนั้นทำให้นักศึกษามหาวิทยาลัย 3 รายในรัฐแคลิฟอร์เนียเสียชีวิต

มิลเลอร์กล่าวหาว่า การออกแบบของ Cybertruck ทำให้ผู้โดยสารติดอยู่ภายในรถที่กำลังลุกไหม้ และขัดขวางการช่วยเหลือ

ตามข้อมูลจากทนายความของเขา ซึ่งมาจากสำนักงานกฎหมาย The Veen Firm รถคันดังกล่าวไม่มีมือจับประตูแบบทั่วไป ขณะที่ปุ่มอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเปิดประตูก็ไม่สามารถทำงานได้ ทนายความคนหนึ่งกล่าวในแถลงการณ์ว่า “เมื่อคุณออกแบบรถที่ไม่มีวิธีเชิงกลในการเปิดประตูจากด้านนอก เท่ากับว่าคุณกำลังเดิมพันว่าระบบอิเล็กทรอนิกส์จะทำงานได้ในทุกสถานการณ์ รวมถึงกรณีรถชนด้วยความเร็วสูงแล้วเกิดไฟไหม้ตามมา”

ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล เทสลาปฏิเสธการกระทำผิด และระบุว่า Cybertruck ได้รับการออกตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ในสหรัฐฯ ยังมีกรณีอื่น ๆ ที่ผู้โดยสาร รวมถึงเด็ก ถูกกล่าวหาว่าติดอยู่ภายในรถเทสลา หลังจากระบบประตูหยุดทำงานกะทันหัน

◾️◾️◾️

🔴 จีนกำลังทำอะไรกับที่จับประตูแบบซ่อน?

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จีนประกาศว่าจะห้ามใช้มือจับประตูแบบซ่อน นับเป็นประเทศแรกที่ออกกฎในลักษณะนี้ โดยกฎใหม่จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2027 รถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่มีระบบปลดล็อกประตูแบบกายภาพทั้งด้านในและด้านนอก จะไม่สามารถนำมาจำหน่ายในจีนได้

นอกจากนี้ ภายในรถจะต้องมีป้ายหรือสัญลักษณ์แสดงวิธีเปิดประตูอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้โดยสารทราบว่าต้องดำเนินการอย่างไรในกรณีฉุกเฉิน

ไดเออร์ชี้ว่า มาตรการของจีนเกิดขึ้นก่อนสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยบนท้องถนนและการปล่อยมลพิษ เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก จำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ในจีนเป็นจำนวนมหาศาล

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (State Administration for Market Regulation: SAMR) ประกาศว่า Tesla และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนหลายราย ซึ่งรวมถึง Xiaomi, XPeng และ Geely จะต้องเรียกคืนรถยนต์รวมกันมากกว่า 4 ล้านคัน

ผู้ผลิตรถยนต์ได้รับคำสั่งให้ติดตั้งป้ายเตือนภายในประตูรถ เพื่อบอกผู้โดยสารถึงวิธีเปิดประตู นอกจากนี้ รถยนต์บางรุ่นจะได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อให้กระจกหน้าต่างลดระดับลงโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

SAMR ระบุว่า มือจับประตูของรถที่ถูกเรียกคืน “สังเกตได้ยาก” เนื่องจากสีใกล้เคียงกับวัสดุตกแต่งภายในรถ

นอกจากนี้ หากระบบไฟฟ้าขัดข้อง การออกแบบมือจับดังกล่าวอาจทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถเปิดประตูเพื่อหนีออกจากรถได้อย่างรวดเร็ว หรืออาจเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือจากบุคคลภายนอกได้

ส่วน Xiaomi, XPeng และ Geely จะเรียกคืนรถรวมกันอีกกว่า 750,000 คัน

ขณะที่วิศวกรบางรายมองว่า มาตรการของจีนอาจยังไม่เพียงพอที่จะขจัดข้อกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากยังไม่ได้จัดให้มีวิธีที่น่าเชื่อถือสำหรับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือบุคคลภายนอกในการเปิดรถเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ โดยการติดป้ายเตือนเป็นเพียงมาตรการแก้ปัญหาที่ค่อนข้างอ่อน เพราะเมื่อเกิดความตื่นตระหนก ผู้คนมักกลับไปใช้ปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณ และไม่ได้หยุดอ่านตัวหนังสือขนาดเล็กในห้องโดยสารที่มืดและอาจเต็มไปด้วยควัน

◾️◾️◾️

🔴 แล้วนอกประเทศจีนมีการเรียกรถคืนหรือไม่?

ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเรียกคืนรถในลักษณะเดียวกัน นอกประเทศจีนหรือไม่

สำนักข่าวบีบีซีระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ผู้ผลิตรถยนต์ยังไม่ได้แจ้งต่อหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ว่ามีแผนจะเรียกคืนรถในลักษณะเดียวกัน

สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า กำลังพิจารณาว่าจะกำหนดให้รถยนต์ต้องมีระบบเปิดประตูฉุกเฉินหรือไม่

ส่วนในยุโรป หน่วยงานกำกับดูแลได้แสดงความกังวลถึงอันตรายที่อาจเกิดจากมือจับประตูแบบซ่อน และกำลังจัดทำมาตรฐานใหม่เพื่อให้มั่นใจว่า มือจับประตูยังสามารถใช้งานได้ แม้ระบบไฟฟ้าของรถจะถูกตัดขาด

ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมมองว่า เนื่องจากรถยนต์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อจำหน่ายในตลาดทั่วโลก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของจีนจะถูกนำไปปรับใช้ในประเทศอื่นด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...