ทำความรู้จัก TSUTAYA BOOKSTORE ก่อนเปิดสาขาแรกในไทย และคุณค่าของร้านหนังสือที่มีต่อคนและพื้นที่
อีกไม่นาน คนไทยจะได้รู้จัก TSUTAYA BOOKSTOREในฐานะร้านหนังสือที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย เพราะในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 แบรนด์ร้านหนังสือและไลฟ์สไตล์จากญี่ปุ่นเตรียมเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ One Bangkok หลังจากเดินทางไปเปิดสาขาในหลายประเทศทั่วเอเชีย
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการนำแบรนด์ TSUTAYA เข้ามาเปิดสาขาใหม่ในไทย แต่ต้องการนำประสบการณ์ด้านการสร้างและบริหารพื้นที่ของ Culture Convenience Club (CCC) มาผสานกับความเข้าใจตลาดหนังสือและผู้บริโภคไทยของ Asia Books เพื่อสร้างร้านหนังสือรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงหนังสือ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน
ขณะเดียวกัน One Bangkok ก็ถูกวางให้เป็นพื้นที่ Mixed-use ที่รวมทั้งสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย รีเทล รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรม ทำให้การเข้ามาของ TSUTAYA ครั้งนี้น่าสนใจในอีกมิติหนึ่ง นั่นคือบทบาทของร้านหนังสือที่อาจไม่ได้สร้างคุณค่าให้เพียงคนอ่าน แต่ยังสร้างชีวิตและกิจกรรมให้กับพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่ด้วย
สำหรับคนที่คุ้นเคยกับชื่อ TSUTAYA อยู่แล้ว การมาถึงของสาขาแรกในไทยอาจเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของแบรนด์ แต่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก TSUTAYA มากนัก นี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะย้อนกลับไปดูว่า ร้านหนังสือแห่งนี้มีที่มาอย่างไร และเหตุใด TSUTAYA จึงไม่ได้วางตัวเองเป็นเพียงสถานที่สำหรับซื้อหนังสือ
เพราะเมื่อพูดถึง TSUTAYA สิ่งที่น่าสนใจอาจไม่ใช่แค่หนังสือจำนวนหลายหมื่นเล่มบนชั้น แต่คือวิธีคิดที่มองว่า ร้านหนังสือสามารถเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ผู้คน และพื้นที่รอบตัวได้ และการมีร้านหนังสือที่ดีสักแห่งอยู่ในเมือง จึงอาจสร้างคุณค่าได้มากกว่าการทำให้คนมีที่ซื้อหนังสือเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง
จากร้านเช่าวิดีโอ สู่พื้นที่ของไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรม
เรื่องราวของ TSUTAYA เริ่มต้นขึ้นในปี 1983 ที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น จากร้านที่ให้บริการเช่าหนังสือ ภาพยนตร์และเพลง ก่อนที่ธุรกิจจะค่อยๆ พัฒนาไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของวิธีที่ผู้คนบริโภคความบันเทิงและข้อมูล
เมื่อเวลาผ่านไป TSUTAYA ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงธุรกิจค้าปลีก แต่ขยับไปสู่การเป็นพื้นที่ที่รวบรวมสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือแนวคิด Daikanyama T-SITE ในโตเกียว ซึ่งเปิดให้บริการในปี 2011 โดยมี TSUTAYA BOOKSTORE เป็นหัวใจสำคัญของพื้นที่ แต่ไม่ได้หยุดอยู่ที่การขายหนังสือ เพราะยังมีร้านกาแฟ พื้นที่สำหรับนั่งอ่านและทำงาน รวมถึงกิจกรรมและบริการอื่นๆ ที่ทำให้ผู้คนใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ได้นานขึ้น
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของร้านหนังสือจาก Retail Space ไปสู่พื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้ หนังสือจึงไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้คนมาที่ร้าน แต่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้เกิดประสบการณ์บางอย่างขึ้น และนี่เป็นวิธีคิดที่ทำให้ TSUTAYA BOOKSTORE แตกต่างจากภาพจำของร้านหนังสือแบบเดิม
TSUTAYA BOOKSTORE ในไทยไม่ได้มีแค่หนังสือ
สำหรับสาขาแรกในประเทศไทย TSUTAYA BOOKSTORE จะตั้งอยู่ที่ One Bangkok บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 2 ชั้น และมีหนังสือและนิตยสารมากกว่า 5 หมื่นเล่ม ตั้งแต่หนังสือภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ไปจนถึงหนังสือและนิตยสารจากญี่ปุ่น
นอกจากหนังสือ ยังมีพื้นที่สำหรับมังงะ นิทรรศการศิลปะ คาเฟ่ และสินค้าไลฟ์สไตล์ ภายใต้แนวคิด ‘The Waves of Wisdom’ ซึ่งสะท้อนความตั้งใจที่จะทำให้ร้านเป็นพื้นที่สำหรับการค้นพบความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจในหลากหลายรูปแบบ
การออกแบบเช่นนี้ทำให้การเดินเข้า TSUTAYA BOOKSTORE ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากคำถามว่า “วันนี้ฉันจะมาซื้อหนังสืออะไร” แต่เริ่มจากการเดินเข้ามาดูหนังสือ แวะดูงานศิลปะ นั่งอ่าน ดื่มกาแฟ ค้นหาหนังสือเล่มใหม่ หรือใช้เวลาอยู่กับตัวเองสักพัก พูดอีกอย่างคือ TSUTAYA ไม่ได้ขายแค่หนังสือ แต่ขายโอกาสในการค้นพบสิ่งใหม่ๆ
เมื่อร้านหนังสือไม่ได้แข่งด้วยราคา แต่แข่งด้วยประสบการณ์
ในวันที่การซื้อหนังสือออนไลน์ทำได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ ร้านหนังสือ Physical จึงต้องตอบคำถามใหม่ว่า จะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คนยังอยากเดินทางมาที่ร้าน คำตอบหนึ่งอาจเป็นเรื่องที่โลกออนไลน์ให้เราได้ยาก นั่นคือความบังเอิญ หรือการค้นพบบางสิ่งโดยบังเอิญ
เวลาค้นหาหนังสือออนไลน์ เรามักเริ่มต้นจากสิ่งที่รู้อยู่แล้วว่าอยากได้ อยากอ่านหนังสือธุรกิจ ก็ค้นหาหนังสือธุรกิจ อยากอ่านนิยาย ก็ค้นหานิยาย หรืออยากซื้อหนังสือของนักเขียนคนหนึ่ง แค่พิมพ์ชื่อแล้วกดสั่งซื้อ แต่การเดินเข้าร้านหนังสือทำงานต่างออกไป เราอาจกำลังหาหนังสือธุรกิจ แต่เดินผ่านชั้นหนังสือศิลปะแล้วพบหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่เคยรู้จัก หรือกำลังหานิยายเล่มใหม่ แล้วบังเอิญเห็นหนังสือเกี่ยวกับเมืองที่ทำให้อยากไปเยี่ยมชม
การค้นพบเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอัลกอริทึมที่รู้ว่าเราชอบอะไร แต่เกิดจากพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เราเจอสิ่งที่เราไม่รู้ว่าตัวเองกำลังตามหา และนี่อาจเป็นหนึ่งในคุณค่าที่สำคัญที่สุดของร้านหนังสือในยุคดิจิทัล
ร้านหนังสือที่ดีจึงเป็นพื้นที่สำหรับ ‘อยู่’ ไม่ใช่แค่ ‘ซื้อ’
อีกคุณค่าหนึ่งที่ร้านหนังสือ Physical สร้างได้ คือการเป็นพื้นที่ที่ผู้คนใช้เวลา โดยมีงานศึกษาร้านหนังสืออิสระในประเทศไทยที่ชี้ให้เห็นว่า ร้านหนังสือสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งความรู้สร้างสรรค์ และพื้นที่ที่สาม (Third Place) หรือพื้นที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้เวลา พบปะ และสร้างชุมชนร่วมกันได้ โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการคัดสรรหนังสืออย่างมีเอกลักษณ์ รวมถึงการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับผู้คนในชุมชน
ขณะเดียวกัน แนวคิดเรื่อง Third Place นอกเหนือจากบ้านและที่ทำงาน ก็ถูกนำมาอธิบายบทบาทของร้านหนังสือในยุคดิจิทัลเช่นกัน เพราะร้านหนังสือเป็นพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาอ่าน พัก พบปะ พูดคุย หรือทำกิจกรรมร่วมกันได้
ความสำคัญของเรื่องนี้ยิ่งชัดขึ้นในเมืองที่ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทาง การทำงาน และหน้าจอ เราอาจมีสถานที่สำหรับการกินเที่ยวอยู่มากมาย แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามีพื้นที่สำหรับหยุดพัก ขบคิด และใช้เวลาโดยไม่ต้องมีเป้าหมายมากพอ ร้านหนังสือที่ดีจึงเติมเต็มช่องว่างนี้ได้
แล้วร้านหนังสือจะสร้างคุณค่าให้พื้นที่ได้อย่างไร
ถ้ามองจากตัวคนไปสู่ตัวเมือง บทบาทของร้านหนังสือก็ยิ่งน่าสนใจ เพราะร้านหนังสือที่ดีทำหน้าที่เป็นจุดหมายที่ทำให้คนมีเหตุผลในการเดินทางมาพื้นที่หนึ่ง เพราะเมื่อคนเดินทางมาเพื่อร้านหนังสือ พวกเขาอาจไม่ได้ใช้เวลาอยู่แค่ในร้าน แต่อาจได้นั่งดื่มกาแฟ กินขนม เดินดูร้านอื่น ไปชมงานศิลปะ นัดพบเพื่อน หรือกลับมาอีกครั้งเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมในสัปดาห์ถัดไป ดังนั้นร้านหนังสือจึงดึงดูดผู้คนให้เข้ามา และก่อเกิดกิจกรรมต่างๆ รอบตัว
ในกรณีของ TSUTAYA BOOKSTORE แนวคิดนี้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของญี่ปุ่น โดยร้านหนังสือถูกนำไปเชื่อมโยงกับคาเฟ่ พื้นที่ทำงาน พื้นที่จัดกิจกรรม และธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้เกิดคอมมูนิตี้ และประสบการณ์ที่มากกว่าการซื้อหนังสือเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม การมาถึงของ TSUTAYA BOOKSTORE ในประเทศไทยจึงน่าสนใจมากกว่าการได้เห็นประตูร้านหนังสือชื่อดังจากญี่ปุ่นถูกเปิดออกในกรุงเทพฯ เพราะมันทำให้เราได้กลับมาคิดถึงบทบาทของร้านหนังสืออีกครั้ง ในยุคที่เราสั่งหนังสือจากที่ไหนก็ได้ ร้าน Physical อาจไม่ได้แข่งขันด้วยความสะดวกที่สุดหรือราคาถูกที่สุด แต่แข่งขันด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
สิ่งที่น่าจับตามองเมื่อ TSUTAYA BOOKSTORE เปิดประตูในประเทศไทย จึงไม่ใช่แค่ว่า คนไทยจะซื้อหนังสือกี่เล่ม แต่อาจเป็น ร้านหนังสือแห่งนี้จะทำให้ผู้คนอยากใช้เวลาอยู่กับหนังสือ กับผู้คน และกับพื้นที่รอบตัวมากขึ้นแค่ไหน
ที่มา:
- https://www.facebook.com/profile.php?id=61593994000879
- https://www.ndc.co.jp/en/projects/tsutaya-books/
- https://store.tsite.jp/daikanyama/english/