โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เยนอ่อนเสี่ยงผันผวนหนัก ช่วงญี่ปุ่นหยุดยาว ตลาดผิดหวัง BOJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยไม่ชัด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

เงินเยนเผชิญความเสี่ยงอ่อนค่าต่อและผันผวนรุนแรงในสัปดาห์หน้า หลังญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงวันหยุด 3 วัน ทำให้สภาพคล่องในตลาดลดลง ขณะที่นักลงทุนผิดหวัง BOJ ส่งสัญญาณไม่ชัดถึงจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป ตลาดจับตาความเสี่ยงทางการญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงค่าเงินอีกครั้ง หลังเยนปิดล่าสุดที่ 156.88 เยนต่อดอลลาร์

วันที่ 20 กันยายน 2569 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เงินเยนญี่ปุ่นมีความเสี่ยงเผชิญการเคลื่อนไหวรุนแรงและอ่อนค่าลงต่อในช่วงสัปดาห์หน้า เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดติดต่อกัน 3 วัน ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องในการซื้อขายลดลง ขณะที่นักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BOJ) ไม่ได้ให้แนวทางที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับจังหวะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

ตลาดเงินจะกลับมาเปิดซื้อขายในวันจันทร์ หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินเยนอ่อนค่าลงมากถึง 1.3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยเกิดขึ้นในวันที่กรรมการ BOJ จำนวน 2 คนลงมติไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจปรับขึ้นต้นทุนการกู้ยืมของธนาคารกลาง

ต่อมาในวันเดียวกัน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ BOJ ได้ติดต่อผู้ร่วมตลาดเพื่อสอบถามระดับอัตราแลกเปลี่ยน หรือที่เรียกว่า “เรตเช็ก” (rate check) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณก่อนที่ทางการจะเข้าซื้อเงินเยนเพื่อพยุงค่าเงิน แต่ข่าวดังกล่าวช่วยลดการอ่อนค่าของเยนได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

เงินเยนปิดการซื้อขายที่ 156.88 เยนต่อดอลลาร์ ลดลงมากกว่า 2% ตลอดทั้งสัปดาห์

เจมส์ ไรลีย์ (James Reilly) นักเศรษฐศาสตร์ตลาดอาวุโสของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ (Capital Economics) ระบุว่า เช่นเดียวกับหลายครั้งที่ผ่านมา เงินเยนมักแข็งค่าก่อนการประชุม BOJ แต่หลังจากการประชุม ท่าทีของธนาคารกลางกลับทำให้แรงส่งของเงินเยนหยุดลง

เขามองว่า หากเงินเยนจะกลับมาแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ปัจจัยสำคัญอาจต้องมาจากฝั่งสหรัฐมากกว่า

ขณะเดียวกัน การที่มีรายงานว่า BOJ ทำเรตเช็ก ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงที่ทางการญี่ปุ่นอาจกลับเข้าสู่ตลาดเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรุนแรง สร้างความเสี่ยงต่อนักลงทุนที่ถือสถานะเก็งกำไรค่าเงิน

สภาพคล่องที่คาดว่าจะลดลงจากวันหยุดของญี่ปุ่นจนถึงวันพุธ ยังอาจช่วยขยายผลกระทบของการแทรกแซงค่าเงิน หากรัฐบาลตัดสินใจดำเนินการ โดยสถานการณ์คล้ายกันเคยเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดโกลเดนวีก (Golden Week) ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อญี่ปุ่นเข้าซื้อเงินเยนหลังค่าเงินอ่อนทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์

การแทรกแซงเงินเยนรอบล่าสุด ซึ่งเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือนกรกฎาคม และสหรัฐเข้าร่วมปฏิบัติการกับญี่ปุ่น ช่วยหนุนเงินเยนแข็งค่าขึ้นมากกว่า 6% ก่อนการแข็งค่าจะไปแตะระดับสูงสุดที่ 152.89 เยนต่อดอลลาร์ เมื่อวันที่ 8 กันยายน

ก่อนหน้าสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนบางส่วนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเงินเยน

โจอี ชิว (Joey Chew) หัวหน้าฝ่ายวิจัยอัตราแลกเปลี่ยนเอเชียของเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ (HSBC Holdings Plc) ระบุว่า ก่อนหน้านี้ตลาดกำลังตั้งคำถามว่าอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ต่อเยน (USD/JPY) กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนหรือไม่

อย่างไรก็ตาม HSBC ประเมินว่า เหตุการณ์ล่าสุด ทั้งการแทรกแซงค่าเงินร่วมกันของสหรัฐและญี่ปุ่น รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในช่วงเวลาเพียง 3 เดือน น่าจะช่วยรักษาเสถียรภาพของ USD/JPY ได้เท่านั้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเข้าสู่แนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน

คาซูโอะ อูเอดะ (Kazuo Ueda) ผู้ว่าการ BOJ ส่งสัญญาณที่ค่อนข้างผสมผสานเกี่ยวกับทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หลังธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันศุกร์

ด้านหนึ่ง อูเอดะส่งสัญญาณเข้มงวดด้านนโยบายการเงินมากขึ้น โดยระบุว่า สภาพแวดล้อมในการกำหนดนโยบายได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่อีกด้านหนึ่ง เขากล่าวว่า ยังเป็นเรื่องยากที่จะระบุระดับอัตราดอกเบี้ยปลายทาง (terminal rate) ของรอบการคุมเข้มนโยบายครั้งนี้ และไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับความเร็วของการขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไป

ตลาดสวอป (swaps market) ให้น้ำหนักความเป็นไปได้ไม่ถึง 20% ที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมนโยบายปลายเดือนตุลาคม ขณะที่ความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมถูกสะท้อนในราคาแล้วเกือบ 90%

ในช่วงต้นเดือนกันยายน เงินเยนเคยแข็งค่าขึ้นจากความคาดหวังว่า BOJ จะเร่งคุมเข้มนโยบายการเงิน ประกอบกับการคลายสถานะซื้อสินทรัพย์ที่ใช้เงินเยนเป็นแหล่งเงินทุน หรือเยนแคร์รีเทรด (yen-funded carry trade) รวมถึงกระแสคาดการณ์ว่ากองทุนบำนาญของญี่ปุ่นอาจโยกเงินลงทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ภายในประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) ในสัปดาห์นี้ ประกอบกับถ้อยแถลงของอูเอดะ ทำให้นักกลยุทธ์บางส่วนเตือนว่า USD/JPY อาจปรับตัวสูงขึ้นต่อ หากนักลงทุนเชื่อว่า BOJ จะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ทันกับการคุมเข้มนโยบายของ Fed

โคอิจิ ซูกิซากิ (Koichi Sugisaki) และฮิโรมุ อูเอซาโตะ (Hiromu Uezato) นักกลยุทธ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ เอ็มยูเอฟจี ซีเคียวริตีส์ (Morgan Stanley MUFG Securities) ระบุว่า ปัจจัยแวดล้อมจากต่างประเทศยังคงเป็นแรงกดดันต่อเงินเยน

ก่อนหน้านี้ เงินเยนอ่อนค่าลงแตะประมาณ 164 เยนต่อดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ และนำไปสู่การเข้าซื้อเงินเยนร่วมกันระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นปฏิบัติการลักษณะดังกล่าวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2541 ทำให้ความเสี่ยงของนักลงทุนที่เดิมพันว่าเงินเยนจะอ่อนค่าต่อเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่น ระบุว่าญี่ปุ่นใช้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 15.4 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 9.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการแทรกแซงตลาดในช่วงหนึ่งเดือนถึงวันที่ 26 สิงหาคม

นอกจากนี้ สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยังคงส่งสัญญาณสนับสนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น

อีกด้านหนึ่ง กองทุนเฮดจ์ฟันด์ (hedge funds) ปรับสถานะสุทธิต่อเงินเยนเป็นเชิงบวกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 15 กันยายน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงมุมมองของนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญภายหลังการแทรกแซงค่าเงิน

อย่างไรก็ตาม การกลับมาเดิมพันฝั่งแข็งค่าของเงินเยนอาจทำให้นักลงทุนบางส่วนเผชิญความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวสวนทาง หลัง BOJ สร้างความผิดหวังให้ตลาดที่ก่อนหน้านี้คาดหวังว่าจะได้เห็นสัญญาณเข้มงวดด้านนโยบายการเงินมากกว่านี้

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...