โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซูเปอร์โนวาประเภทหายากที่สุด! ดาวแคระขาว 2 ดวงชนกัน

Environman

เผยแพร่ 22 ม.ค. 2566 เวลา 13.00 น.

การระเบิดเมื่อ 850 ปีก่อนคือการชนกันของดาวแคระขาว เป็นซูเปอร์โนวาที่หายากที่สุด และทิ้งซากศพที่บ้าคลั่งให้นักวิทยาศาสตร์ตกตะลึง

เนบิวลาจาง ๆ ที่มีชื่อว่า ‘Pa 30’ ถูกรายงานครั้งแรกในปี ค.ศ. 1181 โดยนักดาราศาสตร์จีนและญี่ปุ่น โดยระบุถึงแสงสว่างจ้าในพื้นที่ท้องฟ้าที่ปัจจุบันเรียกว่ากลุ่มดาวแคสซิโอเปีย หรือกลุ่มดาวค้างคาว ซึ่งมีแสงสว่างเท่ากับหรือมากกว่าดาวเวก้า (Vega) และตั้งชื่อให้มันว่า ‘ดวงดารารับเชิญ’ (Guest Star)

และแสงนั้นค่อย ๆ จางหายไปในช่วงระยะเวลา 6 เดือน ทิ้งไว้แต่เนบิวลาที่สร้างความมึนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ว่ามันเกิดจากอะไร เนื่องจากมันไม่ทิ้งร่องรอยการระเบิดของซูปเปอร์โนวาแบบปกติไว้เลย และไม่มีเศษซากแบบนี้ใด ๆ เลยในกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา งานวิจัยใหม่จึงได้เสนอว่ามันเกิดจากการชนกันของดาวแคระขาว

“ผมทำงานเกี่ยวกับซากซูเปอร์โนวามา 30 ปีแล้ว” โรเบิร์ต เฟเซน (Robert Fesen) นักดาราศาสตร์จากวิทยาลัย Dartmouth กล่าวในการประชุมสมาคมดาราศาสตร์อเมริกันครั้งที่ 241 “ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้”

ด้วยข้อมูลทางอ้อมจากงานวิจัยอื่นเมื่อปี 2019 ของนักดาราศาสตร์ชาวรัสเซียที่ค้นพบว่าวัตถุส่องสว่างมากกว่าดวงอาทิตย์ 36,000 เท่าแท้จริงเป็นดาวแคระขาวสองดวง พร้อมกันนั้นทีมงานของเฟเซนได้ถ่ายสเปกตรัมแบบพิเศษและพบว่ามันตรงกับการชนกันของดาวแคระขาว มันจึงกลายเป็นซูเปอร์ประเภทหายากมาก นั่นคือ Supernova Type lax (อ่านว่า วัน-เอ-เอ็กซ์)

ซูเปอร์โนวามี 2 ประเภท นั่นคือ Type l แบบพิเศษที่เกิดจากดาวแคระขาวและดาวกฤษ์ และ lax คือประเภทย่อยของกลุ่มนี้ ซึ่งเกิดจากดาวแคระขาว 2 ดวงชนกัน ขณะที่ Type ll เป็นแบบคลาสิกที่เกิดจากดาวฤกษ์ดวงเดียว ทีมงานคำนวณว่าเนบิวลา Pa 30 กำลังขยายตัวด้วยความเร็ว 1,100 กิโลเมตรต่อวินาที ดังนั้นเมื่อคำนวณกลับไป การระเบิดนี้เกิดขึ้นเมื่อราว 850 ปีที่แล้ว

สิ่งที่น่าตื่นตะลึงคือ ร่องรอยอันรุนแรงของดาวแคระขาว ทีมงานระบุว่ากระแสลม (กระแสการไหลของอนุภาค) บนดวงดาวที่เคยวิ่งอยู่นั้นสูงถึง 16,000 กิโลเมตรต่อวินาที หรือ 5% ของความเร็วแสง “นี่มันบ้าไปแล้ว” เฟเซนกล่าว “แม้แต่ดาว Wolf-Rayet ขนาดยักษ์ที่ส่องสว่างก็ยังมีลมที่ความเร็วสูงสุดไม่กี่พันกิโลเมตร/วินาที”

ความบ้าคลั่งเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เศษซากที่ไม่มีที่ไหนอีกแล้วในกาแล็กซีของเรา มันเป็นปรากฏการณ์หายากมาก ไม่เพียงแค่สวยงามเท่านั้น แต่มันบ่งบอกถึงข้อมูลมากมายทั้งองค์ประกอบทางเคมีและวิธีที่ดาวกฤษ์ได้สร้างความโดดเด่นเช่นนี้

ในตอนนี้ทีมงานได้ยื่นขอช่วงเวลาเพื่อถ่ายภาพและสังเกตเพิ่มเติมจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล และเจมส์ เวบบ์แล้ว พวกเขาหวังว่าจะเป็นสิ่งที่น่าตื่นตะลึงเมื่อทั้งคู่หันกล้องไปที่ Pa 30 นี้

ที่มา

arXiv : Discovery of an Exceptional Optical Nebulosity in the Suspected Galactic SN Iax Remnant Pa 30 Linked to the Historical Guest Star of 1181 CE

Space : Ancient 'guest star' may mark rare collision of stellar corpses

IFLSCIENCE : "Guest Star" Last Seen 840 Years Ago Finally Found Again, And It Looks Weird

Sky & Telescope : 850-YEAR-OLD SUPERNOVA LEFT "ZOMBIE STAR" BEHIND

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...