โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรียนรู้เข้าใจความต่างแต่ละเจนเนอเรชั่น พร้อมก้าวผ่านความแต่กต่าง

อีจัน

อัพเดต 21 พ.ย. 2565 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2565 เวลา 14.19 น. • อีจัน

แนวคิดเรื่อง ‘ช่วงวัย’ หรือ เจเนอเรชัน เป็นสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาเนิ่นนาน ยิ่งในยุคปัจจุบันถือว่าเป็นยุคแห่งความหลากหลาย ทั้งเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่เชื่อมถึงกันง่ายขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนในยุคสมัยนี้จะมีความหลากหลายที่ชัดเจนมากกว่ายุคก่อนๆ โดยความต่างที่ชัดเจนคงเป็นเรื่องของช่วงวัยที่ประกอบด้วยคนหลากหลาย Generation มากที่สุด พร้อมชุดความคิดที่แตกต่างรวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิต มาเรียนรู้ Generations ต่างๆที่ต้องทำความเข้าใจเพื่อแนวทางในการเชื่อมต่อคนแต่ละยุค เพื่อช่วยในการบริหารจัดการหรือปรับตัวเข้าหาคนเหล่านั้นได้อย่างเข้าใจมากขึ้น และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเราเองได้

อีกทั้งในองค์กรทุกวันนี้ ล้วนมีคนหลากหลายวัยทำงานอยู่ร่วมกันและจะยังมีมากขึ้นสำหรับอนาคตในอีกไม่กี่ปี ข้างหน้า โดยเฉพาะคนทำงานรุ่นบุกเบิกจะเกษียณอายุไปจากองค์กร อะไรจะเกิดขึ้นในอีก ไม่กี่ปีข้างหน้า การทำงานร่วมกันในช่วงศตวรรษใหม่จะเป็นเช่นไร ?

ความต่างแต่ละ Generation เป็นอย่างไร ?

Baby Boomer Generation หรือ Gen B (พ.ศ. 2489 - 2507)

คือคนที่เกิด ยุคสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านเมืองสงบหลังจากสงคราม ต้องเร่งกลับมาฟื้นฟูให้ประเทศ กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง แต่เนื่องจากได้สูญเสียจำนวนประชากรจากการทำสงคราม คนในยุคนี้จึงมีค่านิยมว่า ต้องมีทายาทหรือลูกหลานเยอะๆ เพื่อเพิ่มจำนวนแรงงานมาช่วยกันพัฒนาประเทศ ลักษณะนิสัยจะเป็นคนจริงจัง เคร่งครัดเรื่องขนมธรรมเนียนประเพณี เป็นเจ้าคนนายคน ชีวิตทุ่มเท ให้กับการทำงาน มีความอดทนสูง ประหยัดอดออม ซึ่งมักถูกจัดเป็นพวก "อนุรักษนิยม"

ชุดความคิด

จงแสดงความนับถือ รับฟัง และเรียนรู้จากประสบการณ์ของ Baby Boom แล้วพยายามปรับใช้ให้เป็น ประโยชน์ ไม่ว่าเราจะเก่งกาจแค่ไหนหรือจะประสบความสำเร็จเพียงใดก็ยังคงต้องเรียนรู้อยู่เสมอ อย่า แสดงออกว่าการทำงานหนักคือการถูกเอาเปรียบ เพราะ Baby Boom ให้ความสำคัญต่อหลักการทำงาน ยึดถือวัฒนธรรมองค์กร และเห็นคุณค่าต่อการทำงานอย่างทุ่มเท หากต้องทำงานในองค์กรใหญ่ๆ ที่มี ประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งบริหารงานโดย Baby Boom ควรพยายามเรียนรู้วัฒนธรรมองค์กรเสียก่อนว่ามีการ เจริญเติบโตมาอย่างไร ก่อนที่จะเสนอความคิดริเริ่มเพื่อการเปลี่ยนแปลงใดๆ แก่ Baby Boom

Generation X หรือ Gen X (พ.ศ. 2508-2522)

คือคนที่เกิดในยุคมั่งคั่ง ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เติบโตมากับการพัฒนาของวิดีโอเกม คอมพิวเตอร์ สไตล์เพลง แบบฮิปฮอป และเป็นยุคที่มีการให้ควบคุมอัตราการเกิดของประชากร เนื่องจากค่านิยมยุคเบบี้บูมเมอร์ส่งผล ให้มีเด็กเกิดมากเกินไป ปัญหาตามมาก็คือเรื่องของทรัพยากรที่มีอยู่ไม่เพียงพอต่อจำนวนประชากร พฤติกรรมและลักษณะนิสัยของคนกลุ่มนี้ที่เด่นชัดคือ ชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการ มีแนวคิด สร้างความสมดุลในเรื่องงานและครอบครัว คือทำงานตามหน้าที่ ไม่บ้างาน ไม่ทุ่มเท ทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเปิดกว้าง สร้างสรรค์

ชุดความคิด

ต้องพูดให้กระชับ ชัดเจน และไม่อ้อมค้อม เพราะ Gen-X ชอบความตรงไปตรงมา เราสามารถใช้ Email กลับ คนกลุ่มนี้ได้ หากสามารถสื่อสารได้ใจความและตรงเป้าหมาย หากเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ ควรพูดต่อหน้า เพราะ Gen-X ไม่ชอบถูกบงการ ผู้ใหญ่แค่ให้นโยบายกว้างๆ เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ปัญหาเองจะดีที่สุด ส่วน Baby Boom ควรลดความคาดหวังต่อ Gen-X ในการทำงานหนักอย่างหนักโดยไม่มีวันหยุด หรือก้าวไปอย่างช้าๆ อย่างรุ่นตน เพราะ Gen-X ต้องการชีวิตที่สมดุล ไม่ชอบการอยู่ติดที่

Generation Y หรือ Gen Y ( Millennials ) (พ.ศ. 2523 - 2540)

คือคนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิตัล มีความเป็นสากล เปิดรับวัฒนธรรมแบบ Teen Pop มองว่าการ ชื่นชอบศิลปินต่างชาติเป็นเรื่องปกติธรรมดา มีเทคโนโลยีพกพา รักความสะดวกสบาย เกิดมาในยุคที่เศรษฐกิจ กำลังเติบโตและเฟื่องฟูมีแนวคิดเป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และปฏิเสธสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ลักษณะพฤติกรรมของคน Gen-Y มักต้องการความชัดเจนในการทำงาน เช่น ต้องชัดเจนว่าสิ่งที่ทำ มีผลต่อตนเองและต่อหน่วยงานอย่างไร?

คาดหวังที่จะมีเงินเดือนสูงๆ คาดหวังคำชม แต่ไม่อดทนต่องานที่ทำชอบเปลี่ยนงานอยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ คน Gen-Y ยังต้องการสร้างสมดุลเวลาให้กับตัวเอง เช่น หลังเลิกงาน มักจะไปทำกิจกรรมให้ความสุขกับตัวเอง อย่างไปเล่นฟิตเนส แฮงเอาท์พบปะเพื่อนฝูง คนกลุ่มนี้จะมีความสามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร ชอบงานด้านไอที ใช้ความคิด สร้างสรรค์ทำสิ่งใหม่ๆ รวมทั้งสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่าสามารถใช้เครื่องไม้ เครื่องมือต่าง ๆได้อย่างคล่องแคล่วอย่างที่เราอาจจะเคยเห็นภาพคนยุคใหม่ที่นั่งเล่นสมาร์ตโฟน ไอแพด คุยโทรศัพท์ ไปพร้อมๆ กับทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างการเดิน การทำงาน หรือกินข้าวได้

ชุดความคิด

ลองท้าทายพวกเขาด้วยภารกิจใหม่ๆ Millennium จะชอบความเป็นคนสำคัญ การเพิ่มความรับผิดชอบ เสมือน การให้คำชมจงเปิดโอกาสให้ Millennium ได้แสดงความคิดเห็นของเขา เห็นพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งในทีม ผู้ใหญ่ ที่ยอมรับความคิดเขาก็จะได้รับการยอมรับจากพวกเขาเช่นกัน Millennium ชอบให้เราแสดงออกต่อสิ่งที่พวก เขาทำทุกขณะจิตเพราะความรู้สึกและความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงานมีผลต่อพวกเขามาก

Generation Z หรือ Gen Z (พ.ศ. 2540 – 2555)

เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน เรียนรู้รูปแบบการดำเนินชีวิตในสังคมแบบ ดิจิตัล ดำเนินชีวิตแบบมีการติดต่อสื่อสารไร้สาย และสื่อบันเทิงต่างๆ เนื่องจากเกิดมาในยุคเทคโนโลยีที่ ทันสมัย เด็กในยุคนี้อาจจะจินตนาการไม่ออกเลยว่าโลกที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตนั้นจะอยู่ได้อย่างไร แถมยังยกให้ สมาร์ทโฟนเป็นอวัยวะของชาว Gen-Z จนถูกเรียกว่า Digital in their DNA คนเจนนี้ติดโลกออนไลน์และรับ ข้อมูลข่าวสารมากมายอย่างรวดเร็ว ทันโลกและวิเคราะห์สถิติเรื่องต่างๆ เพื่อคาดการณ์อนาคตได้เร็ว ตัดสินใจ ทำอะไรอย่างรวดเร็ว ไม่ชอบรอคอย แต่ก็เป็นคนที่กลัวอนาคต จึงมักหาข้อมูลมาเปรียบเทียบและป้องกัน เช่น เรียนอะไรไม่ตกงาน อาชีพอะไรมั่นคง นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่าจะเลือกงานที่เงินดีมากกว่าที่ชอบจริงๆ

คน Gen-Z จะเปิดกว้างทางความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่างมากขึ้นจากการมองเห็นในโลกโดิจิตัล จึงเปิดกว้างในการยอมรับความแตกต่าง มีแนวโน้มที่จะปรับทัศนคติได้ดี ไม่แบ่งแยกชนชั้น สีผิว ศาสนา หรือ ประเพณีที่แตกต่าง แต่มีแนวโน้มที่จะเป็นมนุษย์หลายงาน เพราะความอดทนต ่า ต้องการคำอธิบายมากขึ้น ต้องมีเหตุผล ต้องรู้สึกว่าได้เข้าใจกับทุกเรื่องในชีวิต ส่วนการเรียนรู้ของคน Gen Z จะหาความรู้ได้ทุกที่ เกลียด การเรียนแบบบรรยาย ก็ชอบข้อมูลแนวกราฟ ภาพ สถิติชัดเจน เน้นข้อมูลสั้นๆ ที่เข้าใจง่ายๆ เพราะจดจำข้อมูลได้ดีจากข้อมูลสั้นๆ ตามแบบฉบับโลกออนไลน์

ชุดความคิด

จงให้เกียรติพวกเขาก่อนเสมอในฐานะที่พวกเขาน่าจะฉลาดกว่าเรา เพราะพวกเขาเติบโตมากับยุคอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงตั้งแต่เด็ก ส่วนปรัชญาที่เหมาะสมกับการทำงานของพวกเขาคือ Work-Life Balance ไม่ชอบสไตล์ การทำงานแบบคนรุ่นเก่าที่น่าเบื่อ และเพื่อป้องกันการสูญเสียความคิดและไอเดียของคน Gen Z ดาวรุ่งดวง ใหม่ เราควรใช้ระบบการฝึกอบรมพนักงานที่ได้มาตรฐาน ใช้เทคโนโลยีปรับปรุงให้องค์กรมีความทันสมัยเพื่อ ดึงดูดพวกเขาให้มาทำงาน สุดท้ายคือการให้โอกาสพวกเขาในการแสดงความสามารถอย่างเต็มที่และส่งเสริม ให้พวกเขาได้แสดงบทบาทที่สำคัญมากยิ่งขึ้นเสมอ

Generation Alpha หรือ Gen Alpha (พ.ศ.2553 – 2568)

ถือว่าเป็นเจนที่ฉลาดที่สุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์จากช่วงวัยที่เกิดขึ้นมาด้วยความเพียบพร้อมของเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ตั้งแต่วัยเด็กความพิเศษของเด็กกลุ่มนี้คือ มีการใช้อินเตอร์เน็ตทุกวันเฉลี่ย 47.4% และมีแนวโน้มการใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เมื่อ Gen Alpha ส่วนใหญ่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยียุคใหม่ที่พัฒนาเต็มที่ ไม่เคยใช้ชีวิตโดยขาดสมาร์ทโฟนและมีพฤติกรรมแสดงออกผ่านโลกออนไลน์เร็ว จึงส่งผลต่อทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิตและความคิดของเด็กเจนนี้หลายมิติ เช่น พวกเขาคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง การศึกษาเปลี่ยน ทำให้เขามีมุมมองในมิติโลกการเรียนรู้และอาชีพการงานเปลี่ยนไป อย่าแปลกใจที่เด็กรุ่นนี้จะมีความคิดและความต้องการคนละแบบกับบุคคลที่เติบโตมาในยุคสมัยที่แตกต่าง เพราะยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลก้าวไกลยังมีอาชีพเกิดใหม่อีกมากมาย ที่ชาว Alpha Generation ให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ชุดความคิด

เติบโตขึ้นมาท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีหลากหลายชนิดบนโลกนี้ทำให้เด็กเจนอัลฟ่าคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง และกล้าที่จะลงมือลองผิดลองถูกเพื่อการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ ด้วยตนเองอยู่เสมอ โดยพวกเขาจะสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ไว และมีเซนต์ในการเซนต์ในการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคนรุ่นก่อน ๆ อีกทั้งเจนอัลฟ่ายังเป็นเจนที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง รักอิสระเป็นอย่างมาก และสามารถใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวได้ จนทำให้ในบางครั้งพวกเขาจึงมักจะละเลยการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นไปได้ และนอกจากนี้เจนอัลฟ่ายังมีแนวโน้มที่จะเป็นคนขี้เบื่อ มีความอดทนต่ำ และอารมณ์ร้อน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่พวกเขาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยอำนวยความสะดวกและตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างรวดเร็วทันใจมาตั้งแต่เกิด

Generation C (Connected) หรือ Gen C (แบ่งกลุ่มตามพฤติกรรมการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค)

เป็นเจนที่บัญญัติขึ้นมาใหม่ในช่วงที่ Internet เริ่มบูมในช่วงไม่กี่ปีมานี้ สำหรับความหมายของ

C ของ Gen C ก็คือ Connected กล่าวคือเป็นเจนที่มีการเชื่อมต่อ (Connect) อยู่ตลอดเวลานั่นเองอย่างไรก็ตาม Generation C หรือ Gen C เป็นการแบ่งด้วยพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral) ไม่ได้เป็นการแบ่งด้วยหลักประชากรศาสตร์ (Demography) เหมือนกับ Generation ที่คุ้นเคยอย่าง Gen X Gen Y และ Gen Z แต่ก็ต้องยอมรับว่า Gen C ส่วนใหญ่ก็คือคนที่อยู่ใน Generation Y และ Generation Z

ชุดความคิด

นับเป็นทั้งผู้เสพ และผู้สร้าง ในคนคนเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Gen C นิยมเสพข้อมูลแบบไม่ฉาบฉวย และที่สำคัญก็คือถือว่าการเสพข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน นอกจากเป็นผู้รับที่ดีแล้ว ยังเป็นผู้สร้างที่ดีอีกด้วย เพราะชาว Gen C ชอบที่จะสร้างสรรค์ พร้อมกันนั้นก็สนุกกับการแบ่งปันสารสนเทศต่างๆ ไปด้วยในตัว Cyber Space หรือ Internet จึงเป็นศูนย์กลางของการติดต่อสื่อสารที่สำคัญมากสำหรับ Gen C อีกทั้งยังกล้าคิด กล้าทำ กล้าสร้างสรรค์ และกล้าปลดปล่อยผลงาน ไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลงอ่านหนังสือหรืองานศิลปะ เป็นกลุ่มคนพวกที่ตื่นนอนตอนเช้าก็เช็ค Twitter Instagram Facebook LINE TikTok TV วิเคราะห์ข่าว ระหว่างเดินทางไปเรียน หรือไปทำงานก็ฟัง Poscast เช็คข่าวสาร ฟังเพลงใหม่ ทันทีที่ถึงโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือ Office ก็จะเปิด Computer อ่าน e-Mail เข้าห้อง Chat โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใช้ Internet ในการค้นหาข้อมูลเพื่อประกอบเรียน และการทำงาน พูดง่ายๆ ว่า Gen C ก็คือประชาชนคนรุ่นใหม่ที่มี Life Style การ Connecting People อยู่ตลอดเวลา

วิธีก้าวข้ามความต่างเพื่อเข้าหากันระหว่าง Generation

  • เข้าใจถึงความแตกต่าง ยอมรับว่าคนเราถูกหล่อหลอมมาไม่เหมือนกัน คนที่มีความเชื่อหรือทัศนคติต่อ ชีวิตไม่เหมือนเรา เขาไม่ใช่คนไม่ดีเสมอไป

  • ชื่นชมจุดดีแทนที่จะต่อต้าน ให้เราลองมองหาจุดเด่นของคนในแต่ละกลุ่มให้พบ

  • บริหารความแตกต่าง เปลี่ยนวิธีการสื่อสารให้เข้าถึงคนแต่ละกลุ่มที่เราต้องท างานด้วย

***************

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...