โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ESG”…กระแสหลักที่สำคัญในโลกการลงทุน ‘ที่ไม่ควรมองข้าม’ !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2566 เวลา 14.03 น. • ดร.ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

Where2put Ur Money: ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับ “ปัญหาโลกรวน” (Climate Change) จนทำให้เกิดการเสียสมดุลทางชีวภาพ เช่น ภาวะโลกร้อน ภาวะมลพิษต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้ทรัพยากรมีการเปลี่ยนแปลง หรือเสียหายอย่างรุนแรง ความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอันรุนแรงมากยิ่งขึ้น มีการหยิบยืมทรัพยากรธรรมชาติของคนรุ่นหลังมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย จนส่งผลให้ทรัพยากรทั่วโลกเข้าสู่สภาวะขาดแคลน เกิดการแพร่ระบาดของโรคภัยไข้เจ็บที่รุนแรง และกินเวลายาวนานมากขึ้น
“นอกจากนี้โลกยังต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมที่ขยายวงกว้างมากขึ้น การทุจริต คอรัปชั่น และความไม่ปลอดภัยในโลกไซเบอร์ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มตระหนัก และใส่ใจในเรื่องความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันมากยิ่งขึ้น”
“ภาคธุรกิจ” จึงจำเป็นต้องทำการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนให้ความสำคัญกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมโดยรวม เพื่อให้สามารถอยู่รอด มีศักยภาพในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในต่างประเทศ เกิดกระแสเรียกร้องให้ธุรกิจต่างๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลกระทบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการดำเนินงานของตนเองมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเป็นภาระต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้นๆ
แนวคิดเรื่อง ESG” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 (พ.ศ. 2548) โดยแต่เดิมถูกเรียกว่า “Value-based Exclusion” ที่แสดงถึง ความชื่นชอบของนักลงทุนที่จะไม่ลงทุนในธุรกิจที่ทำกิจกรรมซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคม หรือทำลายสิ่งแวดล้อม ต่อมาแนวคิดดังกล่าวได้ถูกพัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบการลงทุนที่เรียกว่า “Impact Investing” หรือการลงทุนเพื่อให้ธุรกิจนั้นๆ สร้างผลกระทบเชิงบวกในเรื่องของสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลที่ดี นอกเหนือไปจากผลตอบแทนในรูปตัวเงินที่นักลงทุนพึงจะได้รับ

และในที่สุดก็ถูกพัฒนาขึ้นเป็นแนวคิดที่เรียกว่า “ESG (ย่อมาจาก Environment, Social, Good Governance)” ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการลงทุนในธุรกิจที่มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยจะให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบใน 3 ด้านหลักๆ ดังนี้

  • สิ่งแวดล้อม (Environment) ปัจจัยที่พิจารณาประกอบด้วย การมีนโยบายเพื่อจัดการต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจนทั้งในเรื่องการรักษา และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีความรับผิดชอบในการใช้ทรัพยากรที่อยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้น

  • สังคม (Social) ปัจจัยที่พิจารณาประกอบด้วย การมีนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรม และเท่าเทียมกัน คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน มาตรฐานด้านความปลอดภัย สวัสดิการ และสุขภาพของแรงงาน รวมถึงความสัมพันธ์กับชุมชน และการคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

  • การกำกับดูแล (Good Governances) ปัจจัยที่พิจารณาประกอบด้วย การมีนโยบายต่อต้านการทุจริต และคอรัปชั่น การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี จ่ายภาษีอย่างถูกต้องครบถ้วน และดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด

“แน่นอนว่า มีการนำหลัก ‘ESG’ มาปรับใช้ในการดำเนินงานของภาคธุรกิจกันมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีการผลักดันให้นำหลัก ‘ESG’ มาเป็นวัฒนธรรมขององค์กรด้วยความสมัครใจอีกด้วย”
โดยนักลงทุนทั้งบุคคลธรรมดา และสถาบันได้ปรับสู่โหมดการจัดสรรเงินลงทุนบนหลัก “ESG” มากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งกระแสที่สำคัญในอนาคตที่ไม่ควรถูกมองข้ามอย่างเด็ดขาดครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...