โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“โรงพยาบาลแพทย์รังสิต” รพ.เอกชนรายใหญ่ย่านปทุมฯ กำลัง IPO

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 00.17 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2566 เวลา 08.46 น. • ณัฐภูมินทร์ ทวีทรัพย์

ธุรกิจการแพทย์ยังเป็นที่น่าจับตาอย่างต่อเนื่อง โดยปี 66 ทาง ttb analytics คาดว่ารายได้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนภาพรวมจะเติบโต 8-10%เนื่องจากภาครัฐมีการเปิดประเทศและการดำเนินธุรกิจในประเทศที่เป็นปกติ ดังนั้นคอลัมน์ Next IPO ประจำวันอังคารในครั้งนี้ ทีมข่าวWealthy Thai ได้มีอีกหนึ่งหุ้น IPO ในอุตสาหกรรมดังกล่าวมาฝากนักลงทุนอีกแล้ว คือ บริษัท แพทย์รังสิตเฮลท์แคร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ PRHG
หากสำรวจอ้างอิงแบบไฟลิ่ง PRHGพบว่า ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ให้บริการทางการแพทย์จำนวน 3 แห่ง ในจังหวัดปทุมธานี ได้แก่ 1.โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2.โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และ 3.โรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต ซึ่งเรียกรวมว่า “กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต” ปัจจุบันมีจำนวนเตียงจดทะเบียนรวมทั้งหมด 270 เตียง โดยสิ้น 9 เดือนปี 65 มีอัตราการให้บริการทางการแพทย์ กลุ่มผู้ป่วยใน (IPD)อยู่ที่ 87.45%
ขณะที่กลุ่มลููกค้าหลักของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ประกอบด้วย 1. กลุ่มลููกค้าทั่วไป สิ้นงวด 9 เดือน 65 มีสัดส่วนรายได้ 48.64% ได้แก่ กลุ่มลูกค้าทั่วไป กลุ่มลูกค้าคู่สัญญา และกลุ่มลูกค้าทั่วไปอื่นๆ
2.กลุ่มลูกค้าตามโครงการสวัสดิการภาครัฐ สิ้นงวด 9 เดือน 65 มีสัดส่วนรายได้ 50.76%ได้แก่ กลุ่มลูกค้าตามโครงการประกันสังคม กลุ่มลูกค้าตามโครงการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกลุ่มลูกค้าโครงการสวัสดิการข้าราชการภายใต้กรมบัญชีกลาง หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ
อย่างไรก็ตามกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตตั้งอยู่บริเวณจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเขตปริมณฑลของกรุงเทพฯ โดยเป็นพื้นที่ที่มีนิคมอุตสาหกรรม หมู่บ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้าและชุมชนอย่างหนาแน่น ซึ่งปทุมธานีถือเป็นจังหวัดที่มีผู้ประตนสิทธิประกันสังคมสูงสุดเป็น 10 อันดับแรกของประเทศไทยอีกด้วย
ทั้งนี้บริเวณโดยรอบของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ประกอบด้วย ชุมชนอยู่อาศัยต่างๆ และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เซียร์ รังสิต และ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต และมีรถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดให้บริการบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้มีการเกิดขึ้นของหมูบ้านจัดสรรและอัตราการเติบโตของประชากรที่สูงซึ่งรวมไปถึงสถานประกอบการพยาบาลต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามการอยู่อาศัยของประชากร
นอกจากนี้บริเวณดังกล่าว ยังใกล้กับท่าอากาศยานดอนเมือง ที่มีทั้งชาวต่างชาติชาวไทยเดินทางอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจากการที่กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตมีกลุ่มลูกค้า 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มลูกค้าสวัสดิการภาครัฐ และกลุ่มลูกค้าทั่วไป ณ 30 กันยายน 2565 โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดปทุมธานีมีจำนวนทั้งสิ้น 12 แห่ง
โดยเมื่อพิจารณาศักยภาพการให้บริการและจำนวนเตียงที่เปิดให้บริการในบริเวณที่ตั้งของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตซึ่งครอบคลุมถึงพื้นที่กรุงเทพตอนเหนือแล้ว โรงพยาบาลที่เป็นคู่แข่งของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตประกอบด้วยโรงพยาบาลดังต่อไปนี้
1.กลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิต ได้แก่ โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โรงพยาบาลแพทย์รังสิต 2 และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิต 270 เตียง ตามด้วย 2.โรงพยาบาลวิภาวดี 258 เตียง 3.โรงพยาบาลปทุมเวช 200 เตียง 4.โรงพยาบาล บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ 150 เตียง
5.โรงพยาบาลภัทร-ธนบุรี 120 เตียง 6.โรงพยาบาลสินแพทย์ลำลูกกา 100 เตียง 7.โรงพยาบาลบางปะกอก-รังสิต 2 จำนวน 100 เตียง และ 8.โรงพยาบาลเปาโลรังสิต 88 เตียง
ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ใกล้เคียงดังกล่าว พบว่า บริษัทมีความได้เปรียบในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์หัวใจที่ให้บริการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดแบบครบวงจรตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งความพร้อมในการให้บริการโรคหัวใจในทุกระดับความรุนแรงของโรค
โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านการทำหัตถการรักษาหลอดเลือดโคโรนารีผ่านสายสวน ระดับ 1 ของ (สปสช.) และโรงพยาบาลเฉพาะทางแม่และเด็กแพทย์รังสิตการที่ให้บริการทางการแพทย์ด้านสูตินรีเวชและกุมารเวชกรรมอย่างครบวงจรเมื่อเปรียบเทียบกับแผนกสูตินรีเวชและกุมารเวชกรรมในโรงพยาบาลทั่วไป
สำหรับขอบเขตการให้บริการทางการแพทย์ของกลุ่มโรงพยาบาลแพทย์รังสิตในปัจจุบัน ประกอบด้วย หัวใจและหลอดเลือด อายุรกรรม จักษุ โสต ศอ นาสิก ศัลยกรรม ศัลยกรรมกระดูกและข้อ สูติ-นรีเวชกรรม กุมารเวชกรรม อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ทันตกรรม ตรวจสุขภาพ สุขภาพท่านชายครบวงจร กายภาพ ไตเทียม จิตเวช ผิวหนัง ส่องกล้องระบบทางเดินอาหารรังสีวิทยาและห้องปฎิบัติการ บริการทางการแพทย์อื่นๆ
ขณะที่ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี นับตั้งแต่ปี 62 ถึง 9 เดือนปี 65 มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปี 62 มีรายได้รวม 1,459.92ล้านบาท และกำไรสุทธิ 60.16ล้านบาท หลังจากนั้นปี 63 รายได้เพิ่มมาที่ 1,555.52ล้านบาท โต 6.54% และมีกำไรสุทธิ 104.64ล้านบาท โต 73.93%
ส่วนปี 64 รายได้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,985.06ล้านบาท โต 27.61% และมีกำไรสุทธิ 317.48 ล้านบาท โต 203.40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ล่าสุด 9 เดือนปี 65 มีรายได้รวม 1,615.83ล้านบาท โต 15.53% และมีกำไรสุทธิ 270.37 ล้านบาท โต 14.63% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...