โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักพระอิสริยยศ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล "วังหน้า" ว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไป

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2567 เวลา 17.03 น.
สมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ในละครเรื่องพรหมลิขิต (ภาพจาก Facebook: Ch3Thailand)

พระอิสริยยศ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล “วังหน้า” ว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไป

ในละครอิงประวัติศาสตร์หลายเรื่อง เช่น เรื่องล่าสุดอย่าง “พรหมลิขิต” มีบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ดำรงพระอิสริยยศ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ “วังหน้า” ซึ่งเป็นตำแหน่ง พระมหาอุปราช อยู่หลายพระองค์ คือ “หลวงสรศักดิ์” ต่อมาคือพระเจ้าเสือ, “เจ้าฟ้าเพชร” พระราชโอรสในพระเจ้าเสือ ต่อมาคือสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ, “เจ้าฟ้าพร” พระอนุชาของเจ้าฟ้าเพชร ต่อมาคือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

“วังหน้า” เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และมีความสำคัญอย่างไรต่อการเป็นกษัตริย์?

วังหน้าเป็นคำที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีความหมาย 2 นัย นัยแรกคือ ผู้ดำรงพระอิสริยยศ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเป็นตำแหน่งพระมหาอุปราช มีอำนาจรองลงมาจากพระเจ้าแผ่นดิน เรียกเป็นสามัญว่าวังหน้า มีอำนาจรักษาพระนครได้กึ่งหนึ่ง และอีกนัยคือ ที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานถึงสาเหตุการเรียกวังที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคลว่าวังหน้า ไว้ใน “ตำนานวังหน้า”ว่า

“ถ้าจะค้นหาว่าเหตุใดจึงเรียกว่าวังหน้า ดูเหมือนจะอธิบายได้ไม่ยาก เพราะตามศัพท์ความก็หมายว่าวังที่อยู่ข้างหน้า คือหน้าของพระราชวังหลวง ตามแผนที่กรุงศรีอยุธยา วังจันทรเกษม ซึ่งเปนที่ประทับของพระมหาอุปราชก็อยู่ทิศตะวันออก อันเปนด้านหน้าของพระราชวังหลวง อยู่ที่ซึ่งสมควรเรียกได้ว่าวังหน้าด้วยประการทั้งปวง”

วังจันทรเกษมนี้ เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์ โปรดให้เปลี่ยนนามเป็นพระราชวังบวรสถานมงคลและตำแหน่งพระมหาอุปราช หรือวังหน้า คือ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล

สาเหตุที่พระราชวังบวรสถานมงคลตั้งอยู่ด้านหน้าพระราชวังหลวง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า มีที่มาจากลักษณะการจัดขบวนทัพออกรบ ทัพของพระมหาอุปราชจะยกออกเป็นทัพหน้า เรียกว่า “ฝ่ายหน้า” และเรียกวังที่ประทับของฝ่ายหน้าว่า “วังฝ่ายหน้า” และย่อมาเป็น “วังหน้า” ในที่สุด ดังที่ทรงระบุไว้ว่า

“…เมื่อมาพิเคราะห์ดูตามหลักฐานในทางโบราณคดี เห็นว่าน่าจะเกิดขึ้นแต่ลักษณพยุหโยธาแต่ดึกดำบรรพ์ที่จัดเปนทัพหน้าและทัพหลวง ผู้ที่รองพระมหากษัตริย์ถัดลงมา คือพระมหาอุปราชย่อมเสด็จเปนทัพหน้า ไปก่อนทัพหลวงเปนประเพณี จึงเกิดเรียกพระมหาอุปราชว่า ฝ่ายหน้า แล้วเลยเรียกที่ประทับของของพระมหาอุปราชว่า วังฝ่ายหน้า และย่อลงเปนวังหน้าโดยสะดวกปาก…”

ตำแหน่ง พระมหาอุปราช ในสมัยอยุธยา มีศักดินา 100,000 สูงสุดในบรรดาเจ้านายและขุนนาง มีอำนาจหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินรองจากพระมหากษัตริย์ ยามศึกสงครามก็เป็นจอมทัพ บัญชาการรบแทนพระองค์ ตำแหน่งนี้มักตกเป็นของพระราชโอรส แต่หากพระมหากษัตริย์ยังไม่ทรงมีพระราชโอรส หรือพระราชโอรสยังทรงพระเยาว์ ตำแหน่งก็จะตกแก่ผู้ใกล้ชิดรองลงมา ได้แก่ พระอนุชา นอกจากนี้ ก็อาจเป็นตำแหน่งที่พระมหากษัตริย์ทรงปูนบำเหน็จความชอบแก่ผู้เป็นกำลังสำคัญที่สนับสนุนให้ทรงขึ้นครองราชย์ เช่น พระราชนัดดา ข้าราชการ หรือคนสามัญก็ได้

พระมหากษัตริย์และเจ้านายสมัยอยุธยา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราชหรือวังหน้ามีหลายพระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระเอกาทศรถ, เจ้าฟ้าสุทัศน์ พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระเอกาทศรถ, พระเจ้าศรีเสาวภาคย์, พระเจ้าทรงธรรม, พระเชษฐาธิราช, พระอาทิตยวงศ์, พระเจ้าปราสาททอง, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, ขุนหลวงสรศักดิ์ หรือพระเจ้าเสือ, พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ, พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ, เจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) และเจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิต (พระเจ้าอุทุมพร)

แต่ใช่ว่าเป็นวังหน้าแล้วจะได้ขึ้นครองราชบัลลังก์อย่างราบรื่น เพราะมีเหตุการณ์ที่วังหน้าต้องเปิดศึกกับวังหลวงชิงราชสมบัติ อย่างเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ ทรงแต่งตั้ง เจ้าฟ้าพร พระอนุชา ให้เป็นวังหน้า แต่พอถึงปลายรัชกาล พระองค์กลับมอบราชสมบัติให้ เจ้าฟ้าอภัย ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ทำให้วังหน้าไม่พอพระทัย กลายเป็นศึกกลางเมือง ท้ายสุดวังหน้าเป็นฝ่ายมีชัย ส่วนเจ้าฟ้าอภัยและเจ้าฟ้าปรเมศร พระอนุชาของเจ้าฟ้าอภัย ถูกประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์ในที่สุด

พระอิสริยยศ “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” ใช้สืบต่อมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และถูกยกเลิกไปในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า). กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, 2558.

ณัฎฐภัทร จันทวิช. กรมพระราชวังบวรสถานมงคล กับงานศิลปกรรมแบบพระราชนิยม. กรุงเทพ : สำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร, 2545.

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม. องค์ความรู้ทางวิชาการ เรื่อง รู้จัก “วังหน้า” ในสมัยอยุธยา / https://www.facebook.com/chantharakasemmuseum/posts/5629344497123233/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 ตุลาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จักพระอิสริยยศ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล “วังหน้า” ว่าที่กษัตริย์องค์ต่อไป

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...