โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สงขลา โชเฟอร์รถบรรทุกหัวร้อน ท้าชกตำรวจจราจร สภ.สะเดา งานเข้าบริษัทไล่ออกแล้ว

77kaoded

เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2566 เวลา 09.28 น. • 77 ข่าวเด็ด

สงขลา-สะเดา โชเฟอร์ขับรถบรรทุกสินค้าหัวร้อน ท้าชกตำรวจจราจร หลังจากจอดรถซ้อนคันกลางถนน และถูกสั่งให้กลับรถไปต่อคิวเหมือนคันอื่นๆ ล่าสุดทางบริษัทเจ้าของรถสั่งพ้นสภาพพนักงาน หลังวันก่อเหตุ

4 ธันวาคม 2566 จากเหตุการณ์นาทีคนขับรถเทรลเลอร์ของบริษัทแห่งหนึ่งได้จอดรถซ้อนคันกลางถนนกาญจนวานิช ฝั่งขาออกประตูด่านตรวจชายแดนไทย-มาเลเซีย บ้านด่านนอก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งคนขับรถได้มีปากเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.สะเดา อย่างดุเดือด

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรพยายามเปิดประตู และบอกให้คนขับรถขยับรถเข้าข้างทาง แต่คนขับรถไม่ยอม โดยหันหัวรถจอดชิดปิดท้ายรถบรรทุกที่กำลังต่อคิวจะยูเทิร์น พร้อมกับพูดจาหยาบคาย ท้าทายและท้าชกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “ให้ถอดชุดตำรวจแล้วมาต่อยกันตัวต่อตัว” ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ของชาวบ้าน รวมถึงรถของนักท่องเที่ยวที่กำลังรอจะเข้าด่านสะเดา ไม่สามารถขับผ่านไปได้ ทำให้การจราจรติดขัด ยาวหลายกิโลเมตร

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุจุดกลับรถ ถนนกาญจนวานิช บ้านด่านนอก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา พร้อมทั้งติดตามหาข้อเท็จจริง โดย พ.ต.อ.ภูวรา แก้วพารัตน์ ผกก.สภ.สะเดา พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.ต.อวยพร อุบลพันธ์ สวป.สภ.สะเดา ทำการชี้แจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พ.ต.ต.อวยพร อุบลพันธ์สวป.สภ.สะเดา เปิดเผยว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 13.45 น. ( 2 ธันวาคม 2566 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.สะเดา กำลังปฎิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนบริเวณหน้าด่านสะเดา ระหว่างนั้นได้มีรถเทรลเลอร์แซงซ้ายขึ้นมาเพื่อจะลัดคิวผ่านด่านไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งช่องถนนเลนขวาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้จัดช่องทางเพื่อให้รถต่อคิวเข้าด่าน ปรากฎว่าคนขับได้พยายามเบียดแทรกคิว แต่คนขับรถคันอื่นที่ต่อคิวอยู่ไม่ยอมให้แซงเป็นเหตุให้รถคันดังกล่าวจอดขวางการจราจรอยู่กลางถนน จึงทำให้เกิดการจราจรติดขัด

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้มาที่จุดเกิดเหตุ และได้แจ้งคนขับรถให้วนรถกลับไปต่อคิวเหมือนกับรถคันอื่นๆ แต่คนขับรถไม่ปฎิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ พร้อมกับแสดงกิริยาไม่สุภาพกับเจ้าหน้าที่ และใช้ถ้อยคำหยาบคายและท้าชกเจ้าหน้าที่

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนานเกือบ 1 ชม. แต่ทางคนขับรถยังไม่ยอมเคลื่อนย้ายรถ จนในที่สุดคนขับรถได้เปิดประตูลงมาและเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปที่จุดตรวจ เพื่อทำการตรวจสอบว่ามีสิ่งผิดกฎหมายอยู่บนรถหรือไม่ แต่ทางคนขับรถกลับโวยวายขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว เพื่อให้คนขับรถมีอารมณ์เย็นลง

โดยหลังการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ได้พยายามอธิบายว่ากล่าวตักเตือนให้ทราบว่าพฤติกรรมดังกล่าว เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน จนกระทั่งคนขับรถได้เกิดความสำนึกกับพฤติกรรมของตนเอง และได้มีการขอโทษเจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ได้จัดทำประวัติก่อนจะปล่อยตัวไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็น.เจ.พี. ทรานสปอร์ต อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา เพื่อเข้าพบกับทางเจ้าของบริษัทเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางเลขาของบริษัทได้แจ้งว่าทาง เจ้าของบริษัทเดินทางไปทำธุระที่ต่างประเทศ

โดยเปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ตนได้สอบถามทางคนขับรถเทรลเลอร์ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทางคนขับได้ยอมรับกับตนว่าได้ทำผิดกฎจราจร และได้เกิดอารมณ์โมโหฉุนเฉียว ทางตนจึงได้ว่ากล่าวไปหลายคำ ว่าการกระทำแบบนี้ไม่ถูกต้องนะ จึงเป็นเหตุให้โดนทางตำรวจว่ากล่าวตักเตือน ตนก็เลยให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามระเบียบไปเลย ซึ่งการดำเนินการเป็นอย่างไร ตรงนี้ทางตนไม่ทราบ

แต่ทางตนได้ปลดคนขับรถคนดังกล่าวออก และสิ้นสภาพพนักงานตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ทางตนก็รับไม่ได้กับกริยาการกระทำของคนขับรถ เบื้องต้นวันเกิดเหตุทางตนได้เดินทางไปที่โรงพักสะเดาด้วยตนเอง พร้อมขอโทษทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว

และตั้งแต่เกิดเรื่องมาทางตนได้กำชับกับคนขับรถเทรลเลอร์ทุกคนในบริษัท ว่าถ้าหากต้องเข้าด่านฯต้องให้เคารพกฎหมายจราจร ทั้งนี้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งวันนั้นทางตนต้องยอมทิ้งตั๋วเครื่องบินที่จะต้องเดินทางไปสุวรรณภูมิ เพื่อที่จะไปเคลียร์ปัญหานี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...