โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การย้ายไปอยู่เมืองพริบพรี ช่วยให้ครอบครัวออกญาวิสูตรสาคร รอดพ้นภัยสงครามหรือไม่ ?

The Structure

อัพเดต 19 ธ.ค. 2566 เวลา 21.04 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2566 เวลา 14.03 น. • The Structure

ในตอนสุดท้ายของพรหมลิขิต คุณยายของคุณหญิงการะเกด (เกศสุรางค์) มาเข้าฝันคุณหญิงและออกญาวิสูตรสาคร เพื่อเตือนถึงเหตุการณ์การเลียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2ที่จะเกิดขึ้นในอีกประมาณ 30ปีข้างหน้า ทำให้ครอบครัวของออกญาวิสูตรสาครตัดสินใจ โยกย้ายไปอยู่เมืองพริบพรี หรือเมืองเพชรบุรีกันยกครัว

การตัดสินใจย้ายครอบครัวในครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่ามีสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องมาจากการที่ พ่อมิ่ง-จมื่นศรีสรรักษ์ ลูกเขยซึ่งสมรสกับแม่ปรางลูกสาว รับราชการอยู่ที่เมืองพลิบพรี เนื่องจากในสมัยนั้น อาจเป็นการยากหากครอบครัวขุนนางสำคัญ จะโยกย้ายถิ่นฐานไปยังเมืองที่ไม่มีเครือญาติอยู่อาศัย

เพราะนับตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรเป็นต้นมา กลุ่มเจ้านายและขุนนางเริ่มมีอำนาจมากเพียงพอที่จะคานอำนาจ หรือแข็งข้อกับพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะภายหลังการปราบดาภิเษกของสมเด็จพระเพทราชา ชิงราชสมบัติจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ทำให้พระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมถอยลงไป จนถึงขั้นไม่สามารถควบคุมหัวเมืองได้อย่างเด็ดขาด

การโยกย้ายถิ่นฐานของครอบครัวออกญาวิสูตรสาคร ซึ่งมีสมาชิกเป็นขุนนางสำคัญอย่าง ขุนพิพัฒน์ราชสินธุ์ (พ่อริด) ซึ่งเป็นลูกชาย และมีจมื่นศรีสรรักษ์ (พ่อมิ่ง) และหมื่นจันภูเบศร์ (พ่ออิน) เป็นลูกเขย อาจเป็นที่ต้องสงสัยว่าซ่องสุมกำลังเตรียมก่อการกบฏได้

แต่การย้ายไปอยู่เมืองพริบพรี ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่นั้น สามารถพิจารณาได้จากประวัติศาสตร์ในช่วงเหตุการณ์การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 11ม.ค. พ.ศ. 2307ถึงวันที่ 7เมษายน พ.ศ. 2310และเป็นที่น่าเสียดายที่จะระบุว่า “ไม่รอดพ้นภัยสงคราม”

เนื่องจากในการทัพรุกรานกรุงศรีอยุธยาของฝ่ายพม่านั้น พม่ายกทัพมาทั้งสิ้น 4เส้นทาง ซึ่งเส้นทางใต้ กองทัพพม่าซึ่งนำโดยมังมหานรธา ยกทัพลงมาจากทวาย ลงมายังตะนาวศรี รุกล้ำเขตแดนไทยเข้าโจมตีเมืองชุมพร ก่อนจะยกทัพวกกลับขึ้นมาเข้าโจมตีเมืองพริบพรี หรือเพชรบุรีในปัจจุบัน และเมืองแตกทั้ง 2เมือง

การเข้าโจมตีเมืองพริบพรีของกองทัพพม่านั้น ถือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงมิได้ เนื่องจากเมืองพริบพรีเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญทั้งทางทหาร และทางเศรษฐกิจต่ออาณาจักรอยุธยา เนื่องจากเมืองพริบพรี ถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สำคัญในสมัยนั้น เป็นจุดส่งกำลังพล และเสบียงอาหารที่สำคัญของอยุธยามาอย่างช้านาน จนมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

จึงอาจกล่าวได้ว่าตระกูลของออกญาวิสูตรสาคร ไม่สามารถหลบรอดพ้นจากภัยสงครามการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2ไปได้ แต่จะถึงขั้นสิ้นตระกูลไปหรือไม่นั้น ไม่มีผู้ใดทราบ เนื่องจากในบันทึกทางประวัติศาสตร์ มิได้กล่าวถึงชะตากรรมของเชื้อสายออกญาวิสูตรสาครเอาไว้เลย

แต่ก็อาจจะเป็นไปได้เช่นกันที่ลูกหลานของออกญาวิสูตรสาคร สามารถรอดพ้นจากชะตากรรมอันเลวร้าย เนื่องจากในกองทัพกอบกู้เอกราชของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลวงพิไชยราชา ซึ่งเป็นบุตรชายของพระยาเพชรบุรี เจ้าเมืองเพชรบุรีคนสุดท้ายของอยุธยา เป็นแม่ทัพคนสำคัญ ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ที่เชื้อสายของออกญาวิสูตรสาคร และคุณหญิงการะเกด อาจจะมีชีวิตรอดมาได้ด้วยเช่นกัน

แต่ที่แน่ ๆ คือการอพยพย้ายครัวในครั้งนี้นั้น ช่วยให้ทั้งตระกูลหลุดพ้นจากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (เจ้าฟ้าพร) กับเจ้าฟ้าอภัยและเจ้าฟ้าปรเมศร์มาได้ ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนั้น มีการล้างบางขุนนางที่เข้าร่วมกับฝ่ายเจ้าฟ้าอภัย ซึ่งรวมไปถึงออกญาโกษาธิบดี (จีน) ไปด้วยได้นั่นเอง

โดย ศิราวุธ ภุมมะกสิกร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...