โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รีวิว ‘หุ้นแบงก์’ มอง ‘แนวโน้มปี 2566’

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 ก.พ. 2566 เวลา 04.33 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2566 เวลา 04.32 น. • The Bangkok Insight

หลังจากที่หุ้นกลุ่มธนาคาร (Banking) ได้ประกาศผลประกอบการปี 2565 ออกมาครบถ้วนแล้ว ซึ่งภาพรวมของกำไรถือว่าต่ำกว่าที่ตลาดคาดค่อนข้างมาก โดยกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 4/2565 ลดลง 23% จากช่วงปีก่อน ส่วนปี 2565 เติบโต 9% จากปีก่อน

ปัจจัยที่เกิดขึ้นมาจากการที่ธนาคารบางแห่งด้วยเหตุผลเฉพาะตัว ไม่ใช่ปัจจัยของทั้งกลุ่ม อาทิ KBANK ที่มีการตั้งสำรองจำนวนมาก BBL มีผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน ที่วัดมูลค่าด้วยวิธีมูลค่ายุติธรรม (FVTPL) และ SCB ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยวิธี FVTPL และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างกลุ่มที่เกิดขึ้นครั้งเดียว

หุ้นแบงก์

ทั้งนี้ บทวิเคราะห์บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ (innovestx) ได้สรุปแง่มุมต่างๆ ของผลประกอบการหุ้นธนาคาร เพื่อให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น แบ่งเป็น 5 ประเด็นสำคัญ

1. คุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารส่วนใหญ่ (ยกเว้น BBL และ SCB) รายงานการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ KBANK และ KKP ที่รายงานการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งธนาคารส่วนใหญ่มี NPL ค่อนข้างทรงตัว ยกเว้น KKP และ KBANK ที่มี NPL เพิ่มขึ้น

2. การเติบโตของสินเชื่อ อ่อนแอกว่าคาด โดยสินเชื่อของกลุ่มธนาคารอยู่ในระดับทรงตัวจากไตรมาสที่ผ่านมา และเติบโตต่ำ 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเติบโตของสินเชื่อในไตรมาส 4/2565 ถูกฉุดรั้งโดยการชำระคืนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อภาครัฐจำนวนมาก

3. NIM ดีกว่าคาด เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการมีสัดส่วนสินเชื่อกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูงเพิ่มมากขึ้น

4. Non-NII ธนาคารส่วนใหญ่มี non-NII ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากกำไร/ขาดทุนจากการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงินด้วยวิธี FVTPL รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (รวมรายได้จากการประกันภัยสุทธิ) ลดลง

5. อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาตามฤดูกาล และค่อนข้างทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

หุ้นแบงก์

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2566 ได้ปรับระมาณการเพิ่มขึ้น คาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรกลุ่มธนาคารจะเร่งตัวขึ้นสู่ 22% ขณะเดียวกันได้ปรับประมาณการ NIM ปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.18% เพื่อสะท้อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในเดือนมกราคม โดยธนาคารส่วนใหญ่ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แต่คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไว้เท่าเดิม เพื่อชดเชยการปรับอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนฟื้นฟูฯ

นอกจากนี้ ประเมินว่า NIM จะขยายตัว 0.24% สินเชื่อจะเติบโต 5% credit cost จะลดลง 0.06% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะลดลง 3% และรายได้ค่าธรรมเนียมจะทรงตัว ขณะที่อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้จะลดลงเล็กน้อย

สุดท้ายนี้จึงเลือก BBL และ KTB เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธนาคาร เพราะมีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์มากเป็นอันดับต้นๆ จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำกว่าธนาคารอื่นๆ และ valuation น่าสนใจ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...