20 หยิบ 1 สูตรใหม่ที่จะใช้ในแก้รัฐธรรมนูญ
20 หยิบ 1 สูตรใหม่ที่จะใช้ในแก้รัฐธรรมนูญ
ภายหลังพรรคประชาชนทำเอ็มโอเอ ร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการ สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีโดยมีข้อแม้ว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญและเป็นรัฐบาลในเวลาสี่เดือนท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมาที่ประชุมร่วมรัฐสภามีมติ สนับสนุนร่างแก้รัฐธรรมนูญของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สสบัญชีรายชื่อและโฆษก พรรคประชาชน เป็นหลักซึ่งต่อมาที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภายหลังที่รัฐสภารับหลักการก็ได้มีข้อถกเถียงกันอยู่ว่าหลังจากที่ศาลรับธรรมนูญ วินิจฉัยออกมาแล้วว่าการที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรที่จะมีการออกเสียงประชามติถึงสามครั้ง และประเด็นสำคัญคือ “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง” ซึ่งเสมือนถึงการปิดประตูการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือสสร.
ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคประชาชนได้มีข้อเสนอ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยแบ่งคือ การเลือกตั้งของประชาชน 70 คน และผ่านการคัดเลือกของสมาชิกรัฐสภาให้เหลือ 35 คนและให้แก้ไขจาก สภาที่ปรึกษา จำนวน 100 คน ให้เป็นคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็น และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน จำนวน 35 คน เนื่องจากกรรมาธิการบางส่วนเห็นว่าในเมื่อไม่สามารถให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการแรกได้เราก็จะมุ่งเน้นไปที่กระบวนการตรงกลางคือการให้มีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยจะมีกระบวนการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุดเพื่อชดเชยที่ประชาชนไม่มีสิทธิ์ในคูหาเลือกตั้ง
แต่ก็ดูเหมือนจะไม่สำเร็จเพราะนายพริษฐ์ ในฐานะผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญก็ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ถึงข้อเสนอที่ฟังดูยังไม่คุ้นคือ สูตร 20 หยิบ 1 ที่ให้สมาชิกรัฐสภา 20 คนรวมตัวกัน เพื่อเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 1 คน จนกว่าจะครบ 35 คนโดย รวมทั้งจะใช้ด้วยกับกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น โดยสูตรนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เสียงข้างมากผูกขาดรายชื่อของผู้ร่างทั้งหมด ซึ่งในการเลือกนั้นจะเปิดการรับสมัครผ่านสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบด้านคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเนื่องจากมีความเชี่ยวชาญจากการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่ง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐสภา ต้องขึ้นอยู่กับผู้สมัครว่าจะมีทั้งหมดเท่าไหร่ แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกต ของภาคประชาชนว่าข้อเสนอดังกล่าวทำให้ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย
ซึ่งกรณีนี้ถังฟากฝังพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยนำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สอสอพรรคเพื่อไทยในฐานะที่อยู่ในกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ได้บอกว่าแม้จะมีเสียงส่วนน้อยเข้ามาไม่มีส่วนล่างรัฐธรรมนูญแต่ก็ไม่สามารถป้องกันให้มี กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ โดยที่ยกตัวอย่างว่าหากส.ว. เสียงข้างมากมี 160 คนก็จะจะได้กรรมาธิการยกร่าง 8 คน และหักสอสอเสียงข้างมากได้ 300 คน ก็จะได้กลับมาธิการยกร่าง 15 คน โดยบอกว่าวิธี 20 หยิบ 1 ป้องกันได้แค่กาดหัวเลือกคนไปยกร่างแต่ไม่สามารถป้องกันเสียงข้างมากได้ ทางด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส. พรรคเพื่อไทยในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างอีกคนก็ได้มองว่า สูตร 20 หยิบ 1 อาจไม่ใช่วิธีทำให้กรรมาธิการมีความหลากหลายและที่สำคัญคืออาจจะยังไม่สามารถป้องกันปัญหาที่กรรมาธิการถูกกำหนดโดยฝ่ายเสียงข้างมากของรัฐสภาอยู่ดีเพราะไม่มีการคัดกรองมาก่อน
แต่ทางด้านพวกฝั่งพรรคประชาชนอย่างนายพริษฐ์ ก็ตอบว่า กรณีที่หากประชาชนไม่มีส่วนร่วมในนั้น ของพรรคเพื่อไทยที่ขอเติม ส.ส.ร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เป็นการเสนอให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนและมติของที่ประชุมก็ไม่ได้พิจารณาแหล่งที่มาแต่อย่างใด ซึ่งต้องรอดูความคืบหน้าของกรรมาธิการว่าจะมีการพิจารณามาตราที่เหลืออย่างไรเพื่อให้รัฐสภาเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในต้นเดือน ธันวาคม ก่อนที่จะทำให้เสร็จภายในสิ้นปีตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ เพื่อให้พร้อมสำหรับการ ทำประชามติในช่วงใกล้เคียงกับการเลือกตั้งใหญ่ และไทม์ไลน์ที่วางไว้คือแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเดือนมีนาคม
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องมาดูกันต่อไปเพราะสูตร 20 หยิบ 1 นี้ ก็เป็นโมเดลที่พรรคประชาชนได้เสนอเข้าไปในที่ประชุมกรรมาธิการเพื่อป้องกันและให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หรือความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่มีสมาชิกวุฒิสภาด้วย ซึ่งทุกพรรคการเมืองก็จะให้เรื่องนี้ดำเนินการให้เร็วที่สุดเพื่อที่ให้ได้รัฐธรรมนูญที่ตรงตามเจตนารมย์ของพรรคการเมืองและของประชาชนอย่างแท้จริง