โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะรัฐบาลใหม่ “รื้อระบบกฎหมาย-ภาษี” ชี้ปี 69 ยังไม่พ้นเสี่ยงเงินฝืด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 14.02 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 07.02 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ปี 69 สัญญาณเสี่ยง "เงินฝืด" ยังต้องจับตา ห่วงความไม่แน่นอนทางการเมืองฉุดเศรษฐกิจไทย แนะรัฐบาลใหม่ "รื้อระบบกฎหมาย-ภาษี"

9 ธ.ค.2568 นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึงความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจลดลงไปมาก คงไม่ได้สร้างความกังวลมากขึ้น แต่ผลกระทบจากการปิดด่านทำให้สินค้าและบริการบางประเภทที่คนยังมีความต้องการซื้อ แต่ติดปัญหาเรื่องการปิดด่าน เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้น

"ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จะส่งผลต่อการเจรจากับภาษีทรัมป์ ที่ไทยกำลังดำเนินการอยู่นั้น จริงๆ ปัญหาคือกัมพูชาเป็นผู้เริ่มก่อเหตุ เรื่องนี้ยังต้องคุยกัน ซึ่งเป็นความเสี่ยงในอนาคต ซึ่งทีมเจรจากังวลเรื่องอื่นๆ มากกว่า เช่น การเปิดตลาดใหม่ๆ"

รวมถึงส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ที่แม้การปะทะจะไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ภาพรวมทำให้ชาวต่างชาติยกเลิกการเข้ามาท่องเที่ยวในไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 เพราะเกิดความไม่สงบภายในประเทศ ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนจะกลับเข้าไทยมากขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความรู้สึกต่อความปลอดภัยในประเทศ เช่น เรื่องสแกมเมอร์ที่ต้องจัดการให้เด็ดขาด

นายบุรินทร์กล่าวว่า คาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.6% เทียบกับที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.0% ในปี 2568 จากอุปสงค์ต่างประเทศและในประเทศที่ชะลอลง ส่งออกสินค้าของไทยในปี 2569 คาดว่าจะหดตัวส่งผลทำให้แรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยลดลง การท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

ขณะที่การบริโภคของครัวเรือนได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ลดลงตามข้อจำกัดทางการคลัง มอง กนง. ลดดอกเบี้ยต่ออีก 1 ครั้ง อีกทั้งยังต้องติดตามความไม่แน่นอนทางการเมือง

โดยปัจจัยห่วงที่สุดในปี 2569 เรื่องการยุบสภา และนโยบายรัฐบาลใหม่ ซึ่งต้องติดตามความต่อเนื่องของนโยบายจะเป็นอย่างไร สำหรับนโยบายที่อยากเห็นจากรัฐบาลใหม่คือนโยบายที่ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องมีการรื้อระบบ และการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมาย จัดการเรื่องแรงจูงใจในการลงทุนในไทย แม้รัฐบาลจะจัดการต่อเนื่องแต่ยังคงไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ อยากให้ดึงคนมีคุณภาพจากต่างประเทศเข้าในประเทศไทย เพราะขณะนี้ไทยประสบปัญหาด้านทรัพยากรบุคคล และผลิตบุคคลขึ้นมาไม่ทันต่องานที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไทยอาจไปแก้ไขเรื่องภาษีบุคคลให้ทัดเทียมเพื่อนบ้าน เช่น ดูไบ สิงคโปร์ ถ้าสามารถดึงคนมีศักยภาพเข้ามาได้จะช่วยสนับสนุนให้ความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์ และการทำธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ๆ

"เศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัวได้ 2% และปี 2569 ขยับลดลง 1.6% สำหรับปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับเศรษฐกิจคือนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่เรียกเก็บภาษีในหลายประเทศมากขึ้น ซึ่งของประเทศไทยโดนเก็บภาษีที่ 19% สินค้าที่ยังส่งออกได้ดีคือสินค้าที่เกี่ยวกับ AI"

นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ความเสี่ยงเรื่องเงินฝืด ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาสำหรับเศรษฐกิจในปี 2569 แม้ภาพรวมเงินเฟ้อในปี 2568 จะติดลบเล็กน้อยที่ -0.1% และคาดว่าจะกลับมาเป็นบวกได้ในปีหน้า

ในปี 2569 คาดว่าแรงฉุดจากราคาอาหารสด ผัก ผลไม้ และราคาพลังงานจะไม่รุนแรงเท่าเดิม แต่ปัจจัยสำคัญที่น่ากังวลคือทิศทางของ Core Inflation ซึ่งคาดการณ์ว่าจะชะลอตัวลงตามภาวะอุปสงค์ที่ลดลง โดยจะลดลงจาก 0.8% มาอยู่ที่ระดับ 0.4% นอกจากนี้ อาจมีการเห็นการลดลงของราคาสินค้าบางประเภทที่เพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้อีกด้วย

ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลงในปี 2569 โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.6% เทียบกับปี 2568 ที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.0% โดยส่งออกสินค้าของไทยในปี 2569 คาดว่าจะหดตัวส่งผลทำให้แรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยลดลง การท่องเที่ยวที่จะยังฟื้นตัวกลับมาได้ไม่เต็มที่ ใน

ขณะที่การบริโภคของครัวเรือนที่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลง ส่วนหนึ่งจากแรงหนุนจากการใช้จ่ายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอาจลดลงตามข้อจำกัดทางการคลัง โดยคาด กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบายต่ออีก 1 ครั้ง ในปี 2569 จนแตะ 1% นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งด้วยเช่นกัน

นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 ยังอยู่ท่ามกลางความท้าทาย การชะลอลงของคำสั่งซื้อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการแข่งขันกับสินค้านำเข้า กดดันการผลิตต่อเนื่อง ทำให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เสี่ยงหดตัวเป็นปีที่ 4 ส่วนธุรกิจบริการส่วนใหญ่ (เช่น ค้าปลีก ร้านอาหาร การแพทย์ ก่อสร้าง เป็นต้น) คาดเติบโตชะลอลง ขณะเดียวกันต้นทุนวัตถุดิบบางอย่างยังสูงและค่าแรงอาจปรับขึ้น ทำให้การสร้างรายได้สุทธิจะยากขึ้นภายใต้ศักยภาพตลาดที่โตต่ำ ธุรกิจจึงยังต้องเน้นการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ปรับตัวรับเทรนด์อย่างแตกต่าง และมองหาตลาดใหม่

นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ (ระบบแบงก์ไทย) มีแนวโน้มหดตัวลงต่อเนื่องในปี 2569 สอดคล้องกับภาพการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจ โดยคาดว่า สินเชื่อของระบบแบงก์ไทยจะหดตัวลง 0.7% ในปี 2569 ต่อเนื่องจากที่คาดว่าจะหดตัวลง 2.3% ในปี 2568 โดยสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อย ทั้งในส่วนของสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเช่าซื้อ จะยังคงหดตัวตามข้อจำกัดด้านรายได้และอำนาจซื้อของภาคครัวเรือน ขณะที่ หนี้ครัวเรือนในปี 2569 มีแนวโน้มชะลอลงมาที่ระดับไม่เกิน 85% ต่อจีดีพี ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ รวมถึงทิศทางคุณภาพสินเชื่อในปี 2569 ด้วยเช่นกัน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...