โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ไทย" ต้องไปดูงาน! "ปักกิ่ง" เอาชนะ "ฝุ่นพิษ" เผยปี 2568 พบ "PM2.5" รุนแรงแค่ 1 วัน

สยามรัฐ

อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 06.00 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 05.03 น.

">

สำนักงานนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมเทศบาลกรุงปักกิ่ง ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ว่า ตลอดปี 2568 กรุงปักกิ่งมีจำนวนวันที่เผชิญมลพิษทางอากาศในระดับรุนแรงเพียง 1 วันเท่านั้น ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึงราว 98.3% เมื่อเทียบกับปี 2556 ซึ่งเคยมีวันที่อากาศอยู่ในระดับวิกฤตสูงถึง 58 วัน

สำนักงานฯ ระบุว่า สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า โดยพื้นฐานแล้ว ปัญหาวันที่มีมลพิษทางอากาศรุนแรงได้ถูกขจัดออกไปจากเมืองหลวงของจีนเกือบทั้งหมด นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในเขตเมืองขนาดใหญ่

หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้ คือค่าความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดหลักด้านคุณภาพอากาศ โดยในปี 2568 ปักกิ่งบันทึกค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 27.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มมีการติดตามข้อมูลอย่างเป็นระบบที่ค่าฝุ่น PM2.5 ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2556 กรุงปักกิ่งเคยเผชิญวิกฤตหมอกควันอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง โดยค่าความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของ PM2.5 เคยพุ่งสูงถึง 89.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้มลพิษทางอากาศกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อคุณภาพชีวิต สุขภาพของประชาชน และการพัฒนาเมืองในระยะยาว

สำนักงานนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ภายใต้แรงกดดันจากสถานการณ์ดังกล่าว กรุงปักกิ่งได้เปิดฉากนโยบายเชิงรุกในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผ่านแผนปฏิบัติการที่เรียกว่า “สงครามพิทักษ์ท้องฟ้าสีคราม” (Blue Sky Defense War) ซึ่งมุ่งลดแหล่งกำเนิดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม การคมนาคม และการใช้พลังงาน พร้อมยกระดับมาตรฐานการควบคุมมลพิษอย่างเข้มงวด

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในปี 2568 จึงถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในมหานครขนาดใหญ่ และเป็นต้นแบบด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมที่หลายเมืองทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

#ปักกิ่ง #มลพิษอากาศ #PM25 #คุณภาพอากาศ #สิ่งแวดล้อม #จีน #หมอกควัน #BlueSkyDefenseWar #ข่าวสิ่งแวดล้อม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...