“กต." โต้ข่าว กัมพูชา ใช้ AI ลงข่าวปลอมทหารดับ 5,000ศพ แจงไทยให้ค่าวีรชนมากกว่า กัมพูชา
“กต." โต้ข่าว กัมพูชา ใช้ AI ลงข่าวปลอมทหารดับ 5,000ศพ แจงไทยให้ค่าวีรชนมากกว่า กัมพูชา เผย“รมต.สีหศักดิ์” ร่อนหนังสือถึง ข้าหลวงใหญ่ฯ หลังกัมพูชาปิดชายแดนไม่ให้คนไทยเดินทางกลับขัดต่อสิทธิมนุษยชน
วันที่ 19 ธ.ค. 68 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูล อธิบดีกรมสารนิเทศในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เรื่องพัฒนาการชายแดนไทย-กัมพูชา คือการคุ้มครองคนไทยในกัมพูชาตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้ประกาศระงับการเดินทางผ่านแดงทางบกเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เพื่อแสดงว่ามาตรการดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดกติกาว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ด้วยอนุสัญญาเจนีวาเกี่ยวกับการคุ้มครองบุคคล พลเรือนในเวลาสงคราม รวมถึงพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาเวียนนา
ซึ่งไทยได้เรียกร้องให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน กำชับให้ฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ตนขอย้ำว่าการใช้ความช่วยเหลือเป็นภารกิจที่กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในลำดับต้น โดยเฉพาะคนไทยในกัมพูชาไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกเอกสารการเดินทาง การอำนวยความสะดวกการเดินทาง การหาที่พักชั่วคราว การออกบัตรโดยสารเครื่องบินและการประสานกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อให้ออกใบอนุญาตออกนอกประเทศ
ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ประทะเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เป็นต้นมา ซึ่งสถาทูตพนมเปญและในเสียมราฐได้เตือน คนไทยให้กลับและยังติดต่อกับคนไทยเพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยและให้เกิดความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง สำหรับคนที่อยู่ในเมืองปอยเปต ซึ่งมีจุดสถานกงสุลใหญ่เพื่อให้คนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับไทยสามารถทำได้ทางบกแต่ได้รับการปฏิเสธ หลังจากที่มีการประกาศระงับการเดินทางข้ามแดนทางบก สถานเอกอัครราชทูตได้ประชาสัมพันธ์คนไทยในปอยเปรตให้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ในการเดินทางกลับไทยทางเครื่องบิน
นายนิกรเดช กล่าวอีกว่าสำหรับคนที่ติดต่อไม่ได้นั้นจึงขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ลงทะเบียนและผู้ที่กำลังจะลงทะเบียนหรือคิดจะลงทะเบียนระบุหมายเลขโทรศัพท์หรือช่องทางติดต่อที่สามารถติดต่อได้เป็นข้อมูล
ส่วนกรณีที่มีข่าวเรื่องการจัดเที่ยวบินพิเศษนั้นสายการบินพาณิชย์ตามเส้นทางปกติยังมีที่ว่างค่อนข้างมาก จึงยังใช้สายการบินพาณิชย์เป็นทางเลือกแรก เนื่องจากรวดเร็วกว่าและมีความสะดวกมีความยืดหยุ่น โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานงานกับสายการบินอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องใช้การเช่าเหมาลำก็สามารถดำเนินการได้
ส่วนเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชานั้นคือเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งฝ่ายกัมพูชายังเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนอย่างต่อเนื่องเบื้องต้นขอยกตัวอย่างกรณีล่าสุดคือกระทรวงกลาโหมกัมพูชากล่าวหาว่าไทยใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิดในเมืองปอยเปต ขอย้ำว่าเป้าหมายทางอากาศยานไทยคือทำลายคลังอาวุธซึ่งทุกครั้งภารกิจผ่านการกลั่นกรองหลายครั้งทางด้านการทหารและคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศ และมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อพลเรือนอย่างเคร่งครัด โดยเป้าหมายที่มุ่งไปคือเป้าหมายทางทหารที่มีการยืนยันแล้วเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน การมีข้อมูลแสดงให้เห็นว่ากัมพูชากลับเป็นฝ่ายที่ใช้การเคลื่อนย้ายกำลังยุทโธปกรณ์ในพื้นที่ให้ใกล้ชุมชนพลเรือน ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อประชาชนและขัดต่อหลักกฏหมาย
ส่วนกรณีสื่อกัมพูชารายงานว่ามีทหารไทยเสียชีวิตกว่า 5,000 นายนั้น รวมถึงมีการเสนอภาพที่จัดทำขึ้นด้วย ai ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่จากสถิติที่กองทัพไทยรวบรวมผ่านการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนนั้น ฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับคุณค่าและชีวิตของวีรชน โดยมีการเยียวยาและดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอย่างเหมาะสมซึ่งในทางกลับกันฝ่ายกัมพูชากลับไม่ได้ให้ค่ากับทหารผู้เสียสละเลย
ต้องการจะหารือเพื่อหยุดยิงอย่างไรนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับฝั่งกัมพูชาและการต่างประเทศต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดรวมทั้ง
“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าหลักการพื้นฐานสำคัญในการเข้าร่วมการประชุมยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็คือการยึดผลประโยชน์เป็นสำคัญการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนรวมถึงการป้องกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ไทยปรารถนาแห่งสันติภาพแต่สันติภาพนั้นต้องมาจากความพร้อมกับความปลอดภัยของประชาชนและต้องสันติภาพที่มีความยั่งยืน“ นายนิกรเดชกล่าว
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้มีการพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีนในเรื่องชายแดนนั้นเป็นอย่างไร นายนิกรเดชกล่าวว่า ได้คุยจริงเรื่องนี้ ซึ่งรัฐมนตรีได้คุยกับหลายฝ่าย ซึ่งกับจีนได้แสดงความปรารถนาว่าอยากจะเห็นความสงบในบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาในฐานะประเทศเพื่อนบ้านซึ่งรัฐมนตรีก็ได้พูดถึงประเด็นที่นำไปสู่ความปรารถนาที่จะมีสันติภาพ แต่ต้องมาได้ก็คือที่เคยทำข้อตกลงไว้ ก็คือการประกาศด้วยฝ่ายกัมพูชาถึงการหยุดคุกคาม การดูว่ามีการหยุดจริงๆจากฝ่ายกัมพูชา การร่วมมือกันเรื่องทุ่นระเบิด และการพูดเงื่อนไขเพื่อลดความตึงเครียด โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้มีความต้องการให้เกิดการต่อสู้ โดยประเทศจีนก็ได้แสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนและการเจรจา