หนุ่มไทยไปเที่ยวจีนใส่หมวกเขียว เจอทักให้ถอดออก ก่อนรู้เหตุผลชวนอึ้ง!
กลายเป็นประเด็นไวรัลทั่วโลกออนไลน์ หลังมีผู้ใช้โซเชียลชายไทยรายหนึ่งตั้งกระทู้แชร์ประสบการณ์สุดแปลก ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวประเทศจีน โดยเจ้าของโพสต์เล่าว่า ตนได้นำ “หมวกสีเขียว” ไปใส่ระหว่างท่องเที่ยวที่กรุงปักกิ่ง แต่กลับถูกคนจีนในที่พักเตือนว่า “อย่าใส่หมวกสีเขียว” เพราะมีความหมายไม่ดี
เจ้าของโพสต์ระบุว่า “ไปปักกิ่งผมเอาหมวกสีเขียวไปใส่ ปรากฏว่าคนจีนที่อยู่ในที่พักเขาแนะนำว่าอย่าใส่ มันความหมายไม่ค่อยดี ว่าเมียมีชู้ ผมก็เลยงง ๆ ไม่ใส่ก็ไม่ใส่ ใครอธิบายผมได้บ้างครับ”
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น ทั้งในเชิงอธิบายและแปลกใจกับวัฒนธรรมดังกล่าว โดยส่วนใหญ่ยืนยันว่า เป็นความเชื่อจริงในสังคมจีน ว่า “การสวมหมวกสีเขียว” มีนัยเชิงลบ หมายถึง “ถูกสวมเขา” หรือ “ภรรยามีชู้”
หลายคอมเมนต์ได้ยกตัวอย่างที่มาของความเชื่อนี้ว่า มี ตำนานเรื่องเล่าโบราณ เล่าว่า ภรรยาคนหนึ่งมักนัดหมายกับชายชู้ว่า หากเห็นสามีใส่หมวกสีเขียวออกจากบ้าน แปลว่า “ทางสะดวก” สามีไม่อยู่บ้าน ซึ่งต่อมาคำว่า “戴绿帽子” หรือ “สวมหมวกเขียว” จึงกลายเป็นสำนวนภาษาจีนที่หมายถึง “ถูกสวมเขา” นั่นเอง
ชาวเน็ตบางส่วนอธิบายเพิ่มเติมว่า สีเขียวในวัฒนธรรมจีนบางยุค สื่อถึงความอับอายและการถูกหักหลังทางความรัก ทำให้คนจีนจำนวนมากหลีกเลี่ยงการสวมหมวกสีเขียว โดยเฉพาะในโอกาสสำคัญหรือในที่สาธารณะ
อย่างไรก็ตาม มีชาวเน็ตอีกกลุ่มหนึ่งระบุว่า ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ในจีนไม่ได้ถือความเชื่อนี้อย่างจริงจังแล้ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกว่างโจว ที่วัยรุ่นและคนทั่วไปสวมหมวกสีเขียวได้ตามแฟชั่นโดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องต้องห้าม
กระทู้ดังกล่าวจึงกลายเป็นประเด็นพูดคุยที่ทั้งให้ความรู้และสร้างความขบขันแก่ชาวโซเชียลไทย ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจระหว่างไทยและจีน