โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ พระราชอัธยาศัย 'รักการอ่าน' กับวงการ ‘วรรณกรรมไทย’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านวรรณศิลป์ ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ เล่มสำคัญที่แสดงพระปรีชาสามารถยอดเยี่ยมในด้านวรรณศิลป์ นั่นคือ

ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศทางราชการ

จัดพิมพ์ครั้งแรกเนื่องในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 3 รอบ 12 สิงหาคม 2511 เป็นพระราชบันทึกการตามเสด็จทางราชการไปอเมริกาและยุโรป พุทธศักราช 2503 รวม 15 ประเทศ ในระยะเวลา 7 เดือน

นอกจากโปรดการประพันธ์แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดการอ่านหนังสือมาก ทรงอ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสารเพื่อติดตามข่าวสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทรงอ่านหนังสืออื่น ๆ ทั่วไป เพื่อศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ทรงอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมร่วมสมัย เพราะทรงรักและเห็นคุณค่าของงานวรรณศิลป์ที่มีต่อชีวิตและสังคม

นิตยสารต่างประเทศที่ทรงอ่านเป็นประจำ เช่น นิตยสาร TIME, NEWSWEEK และ FAR EASTERN ECONOMIC REVIEW หากมีบทความใดที่ทรงเห็นว่าเป็นประโยชน์ จะมีพระราชเสาวนีย์ให้ถ่ายสำเนาหรือแปลเป็นภาษาไทย พระราชทานแจกจ่ายให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปศึกษา

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศ หากมีเวลาก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังร้านหนังสือ เพื่อเลือกซื้อหนังสือต่าง ๆ จำนวนมาก

ในส่วนของ หนังสือภาษาไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดอ่านหนังสือพระพุทธศาสนา วรรณคดี ประวัติศาสตร์ และ นวนิยาย

ทรงปลูกฝังความรักในวรรณคดี ความรักการอ่าน และทรงส่งเสริมพระปรีชาสามารถในการประพันธ์แก่ทุกพระองค์ไปพร้อมกัน

ดังที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง แม่ พระราชทานแก่วารสารชุมนุมจุฬาฯ ฉบับเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2520 มีความตอนหนึ่งว่า

"…พอค่ำลง เราก็ขึ้นมารับประทานอาหาร ถ้าว่างพระราชกิจ สมเด็จแม่มักจะขึ้นมาอยู่ด้วย ประการแรกท่านจะได้ดูว่ารับประทานสิ่งที่มีคุณค่าทางอาหารพอหรือไม่ ประการที่สองดูมารยาทโต๊ะ และประการที่สามเป็นข้อที่พี่น้องทุกคนรวมทั้งพี่เลี้ยงชอบที่สุด คือ ท่านจะเลือกหนังสือดี ๆ สนุก ๆ มาเล่าให้ฟัง

หนังสือที่ท่านเอามาเล่า บางทีก็เป็นนิทานธรรมดา ๆ หรือนิทานเรื่องชาดกในพระพุทธศาสนา บางทีก็เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ และความรู้รอบตัวอื่น ๆ บางครั้งเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์

ตอนหลัง ๆ นี้ท่านชอบอ่านเป็นภาษาอังกฤษ ให้เราหัดฟังภาษาด้วย อาจจะมีการถามปัญหาทวนความจำ ถ้าตอบถูกมักมีรางวัลเงินสด 1 บาท เป็นที่ขบขันในครอบครัวว่าหนังสือธรรมดา ๆ ที่น่าเบื่อที่สุดในโลก พอสมเด็จแม่เล่ามันสนุกตื่นเต้นมีรสชาติขึ้นมาทันที…

เมื่อตอนเล็ก ๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถม ท่านสอนภาษาไทย โดยการให้อ่านวรรณคดี เรื่องยืนโรงสามเรื่องคือ พระอภัยมณี อิเหนา และ รามเกียรติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่อง อิเหนา ท่านให้ท่องกลอนตอนที่เพราะ ๆ เช่น …ว่าพลางทางชมคณานก โผผกจับไม้อึงมี่… คงจะเป็นเพราะได้อ่านกลอนมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้ข้าพเจ้าชอบเรียนวรรณคดีไทย ชอบแต่งกลอน"

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เคยพระราชทานสัมภาษณ์ว่า พระองค์ประทับพระทัยการเล่านิทานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมาก เพราะทรงเล่าอย่างสนุกสนาน ด้วยทรงทำพระสุรเสียง และทรงแสดงพระราชอิริยาบถประกอบเป็นท่าทางตามเรื่องที่เล่าด้วย ทำให้ผู้ฟังสนุกสนานเพลิดเพลิน

นอกจากนี้ ในโอกาสที่คณะบุคคลเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษาบางปี ทรงเล่าถึงหนังสือที่ได้ทรงอ่านพระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้า ดังตอนหนึ่งของพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2523 ทรงเล่าถึงพระราชจริยวัตรของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอ่านจากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ดังนี้

"…ข้าพเจ้านึกถึงคำของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งข้าพเจ้าได้อ่านพบในหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่ออกจำหน่ายที่กรุงเทพฯ เกี่ยวกับพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ท่านรับสั่งเล่าถึงเด็กกำพร้า กำพร้าพ่อที่โดนรังแกโดยเจ้าของที่ดินไล่แม่ไล่น้อง ๆ เขา เขาก็ไม่มีที่อยู่ ดั้นด้นมากรุงเทพฯ ซ่อนในรถบบรรทุกหญ้าจะไปให้ช้าง ช้างต้นของท่าน พอเสด็จฯมาที่โรงช้าง เขาก็มากราบพระบาทร้องไห้ว่าเขากำพร้าพ่อ แล้วก็ไม่มีทางที่จะต่อสู้เพื่อรักษาที่ดินได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 รับสั่งว่า …เอ็งกำพร้าพ่อเมื่อไร ก็ข้านี่แหละคือพ่อของเอ็ง อย่าร้องไห้ไปเลย จะช่วยทุกอย่าง… อันนี้ ข้าพเจ้าอ่านแล้วจับใจ…"

หนังสือบางเล่มที่ทรงอ่าน แม้เป็นเรื่องราวในอดีตแต่ทรงพระปรีชาสามารถนำมาเปรียบเทียบให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ในสมัยปัจจุบันเพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง ดังพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2524 ว่า พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงดูแลทุกข์สุข การทำมาหากินของราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารนั้น เป็นพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์มาแต่โบราณกาล

"…ข้าพเจ้าพอไปอ่านหนังสือที่สิรินธรให้ เนรูห์เขียน ก็เลยทราบ พระมหากษัตริย์สมัยเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้วได้ประพฤติปฏิบัติเหมือนอย่างที่ทรงทำ คือว่าพยายามช่วยราษฎรในเรื่องการทำมาหากินของเขา การส่งน้ำให้เข้าไร่เข้านาของเขา และต้องไม่มีกาลเวลา หมายความว่าจะมาบอกว่าวันเสาร์วันอาทิตย์ฉันฮอลิเดย์ไม่ได้…"

พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่พสกนิกรที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2538 แสดงถึงพระราชอุตสาหะและพระราชวิริยะในการศึกษาค้นคว้าของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดังนี้

"…ข้าพเจ้าค้นคว้าเองว่า การที่ทางอีสานมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมากนี่ เป็นพระราชนโยบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนานมาแล้ว ข้าพเจ้าไม่เคยทราบ ต่อเมื่อมายุ่งเรื่องไหมนี่จึงได้ไปอ่านพบเข้าว่าได้โปรดเกล้าฯ ให้พระราชโอรสเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปทางอีสาน รู้สึกจะเป็นบุรีรัมย์ ไปสร้างศูนย์หม่อนไหม สนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอไหม โดยเอาครูจากญี่ปุ่นมาสอน…"

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดวรรณคดีไทยมาก พระองค์ทรงใช้วรรรณคดีเป็นหนังสือสอนอ่านแก่พระราชโอรสและพระราชธิดาเมื่อทรงพระเยาว์ ดังที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าไว้ในหนังสือ สมเด็จแม่กับการศึกษา ว่า

"…เมื่อข้าพเจ้าอายุได้ 6-7 ขวบ สมเด็จแม่ทรงสอนให้อ่านหนังสือวรรณคดีต่าง ๆ จำได้ว่าที่ง่ายและสนุกเหมาะสำหรับการเริ่มต้นคือ เรื่อง พระอภัยมณี ต่อด้วยเรื่อง อิเหนา และ รามเกียรติ์ เรื่องอิเหนาเป็นเรื่องที่โปรดมาก ทรงให้ข้าพเจ้าอ่าน คัดบทกลอนต่าง ๆ ให้ ทำให้ข้าพเจ้าท่องได้หลายตอน ทรงมีวิธีการสอนแปลก ๆ เช่น อ่านอิเหนาตอน …เหลือบเห็นดอกปาหนันสำคัญคิด เหมือนวันที่พี่ลิขิตด้วยนขา… ท่านสอนว่าดอกปาหนันคือดอกลำเจียก กลีบใหญ่และแข็งพอจะเขียนตัวหนังสือได้ ให้เก็บมาลองเขียนกลอน สมเด็จแม่ทรงจำเก่ง บทเพลงแปลก ๆ ที่ทรงจำได้ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ บทกลอนที่ทรงเล่าว่าเสด็จตาท่องให้ฟัง ก็มาสอนเราต่ออีก"

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงเล่าไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ว่า

"…เวลามีเวลาว่าง สมเด็จแม่จะทรงซื้อหนังสือมาอ่านแล้วเล่าพระราชทานตั้งแต่หนังสือนิทานสำหรับเด็ก เรื่องประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ เรื่องศิลปวัฒนธรรม ทั้งไทยและสากล แม้แต่ข่าวหนังสือพิมพ์ บทวิจารณ์ข่าวต่าง ๆ เมื่อเล่าพระราชทานแล้ว บางทีก็พระราชทานหนังสือไปให้อ่านเองต่อ บางเรื่องก็สนุกและชอบอ่านมาจนถึงทุกวันนี้ เช่น การ์ตูนการผจญภัยของ TIN TIN ของนักเขียนการ์ตูนชาวเบลเยียมชื่อ Herg ถึงจะเป็นการ์ตูนแต่ก็ให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ เหตุการณ์ในโลกที่เกิดขึ้นในเวลานั้น เพราะว่าก่อนที่จะแต่งเรื่องผู้แต่งได้ไปค้นคว้าวิจัยข้อมูลต่าง ๆ มาจริง ๆ ไม่ใช่ฝันเอาเอง

สมเด็จแม่เล่าเรื่องการ์ตูนเรื่องนี้ตั้งแต่อยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อข้าพเจ้าอายุเพียง 5 ปี ตอนหลังอ่านเองได้ อ่านมาจนทุกวันนี้ หนังสือบางเล่มพออ่านเองแล้วกลับไม่ค่อยสนุกเพราะข้าพเจ้าอ่านภาษาอังกฤษได้ช้าไม่ทันใจ อีกประการหนึ่งเวลาสมเด็จแม่ทรงเล่า ท่านทรงมีวิธีอธิบายขยายความเพิ่มเติมให้ชัดเจน

สมเด็จแม่ทรงอ่านหนังสือมาก มีทุกประเภท ไปไหนก็ต้องไปหาซื้อมาไว้ และทรงใช้หนังสือนั้นเป็นประโยชน์มากที่สุด ทรงแนะนำทั้งการอ่านในใจและการอ่านดัง ๆ ซึ่งมีรับสั่งว่าจะช่วยให้ภาษาพูดของเราดีขึ้น ทรงสนับสนุนให้ตั้งห้องสมุดสะสมหนังสือ"

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โปรด วรรณคดี มาก ทรงจดจำเนื้อหาได้อย่างแม่นยำและทรงท่องจำบทกลอนหลายตอนจากหนังสือหลายเล่มได้ขึ้นพระราชหฤทัย

"สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงสนพระราชหฤทัยและทรงพระปรีชาสามารถมาก โปรดที่จะเล่าเรื่องพระพุทธประวัติให้พระเจ้าหลานเธอฯ ฟัง โดยเฉพาะชาดกนั้นเป็นเรื่องที่พระองค์ท่านทรงแม่นมาก เช่นเวลาเสด็จฯ ไปดอยอินทนนท์ซึ่งกองทัพอากาศสร้างเจดีย์บรรจุพระธาตุถวาย ฐานรอบองค์พระธาตุเป็นชาดกตอนต่าง ๆ พวกเราเดินอยู่ก็จะงงว่า เป็นภาพชาดกเรื่องไหน ตอนไหน แต่พระองค์ท่านทรงจำได้ ทรงเล่าได้ทั้งหมดอย่างแม่นยำมาก

วรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน บทที่ไพเราะจะทรงท่องได้หมด ทรงบอกว่าเป็นเรื่องที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตคนไทยได้ดีที่สุด มีพระราชดำริให้นำเรื่องในวรรณคดีในชาดกมาเล่าให้นักเรียนศิลปาชีพฟัง โปรดฯให้เล่าให้สนุกเพื่อให้เกิดจินตนาการ นำไปสร้างเป็นงานศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ นอกจากได้เรื่องความงดงามของศิลปะแล้ว ยังเป็นการรักษาไว้ไม่ให้สูญหาย

กาพย์เห่เรือเจ้าฟ้ากุ้ง ก็ทรงท่องได้หมด ทรงเห็นว่าวรรณคดีเหล่านี้นับวันเด็ก ๆ จะไม่รู้จัก โปรดฯ ให้นำไปใส่ทำนองเพลงและโปรดฯ ให้กรมประมงหาพันธุ์ปลาต่าง ๆ ในวรรณคดีมาอนุรักษ์ รวมทั้งพรรณไม้ไทย ของโบราณต่าง ๆ ทรงปรารถนาที่จะส่งเสริมและอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลาน"

เช่นเดียวกับ ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน เขียนไว้ในหนังสือ น้ำพระทัยไม่เคยแล้ง ว่า

"สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดการอ่านหนังสือทุกประเภท ทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ ทรงมีความรู้เรื่องวรรณคดีต่าง ๆ อย่างลึกซึ้งจนทรงท่องจำตอนที่โปรดได้ขึ้นพระราชหฤทัย ยามเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องถิ่นต่าง ๆ เมื่อทอดพระเนตรความงดงามของธรรมชาติ ในบางครั้งพาให้ทรงระลึกถึงความงดงามไพเราะของบทประพันธ์ในวรรณคดี จะทรงท่องบทกลอนนั้นออกมา ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จจำนวนน้อยที่จะทราบว่าเป็นคำประพันธ์จากเรื่องใด ใครเป็นผู้แต่ง และสามารถท่องตามได้หมด"

ความสนพระราชหฤทัยในวรรณคดีของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงนำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะประเภท ประณีตศิลป์ จะเห็นได้ว่างานศิลปาชีพหลายประเภทนำเสนอเรื่องราวของวรรณคดีไทย เช่น ผ้าปักชอยขนาดใหญ่ผืนหนึ่งเป็นเรื่องราวของนรก สวรรค์ ป่าหิมพานต์ เขาพระสุเมรุ ตามคติไตรภูมิ

ผ้าปักชอยขนาดใหญ่อีกผืนซึ่งนำเสนอในนิทรรศการศิลป์แผ่นดิน ครั้งที่ 6 พุทธศักราช 2555 เป็นเรื่อง อิเหนา 18 ตอน เช่น ใช้บน ตัดดอกไม้ฉายกริช เสี่ยงเทียน ลมหอบ ฯลฯ ฉากถมทองเรื่อง รามเกียรติ์ ตอนลักสีดา ลงสวน ปล่อยม้าอุปการ ฯลฯ

นอกจากนี้มีตุ๊กตาไม้แกะสลักประดับด้วยปีกแมลงทับเป็นรูปนางกินรี จากเรื่อง มโนราห์ รูปพราหมณ์เกศสุริยงจากเรื่อง สุวรรณหงส์ รูปครุฑและกากี จากเรื่อง กากี รูปหนุมานและนางสุพรรณมัจฉา จากเรื่องรามเกียรติ์ และยังมีตัวละครจากเรื่อง อิเหนา สังข์ทอง ลิลิตพระลอ ส่วนปกรายการพระกระยาหารค่ำทำเป็นรูปกัณหาชาลีซ่อนในสระบัวจากเรื่อง พระเวสสันดรชาดก และรูปตัวละครจากเรื่อง อิเหนา เป็นต้น"

  • พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์หนังสือเพื่อพระราชทานแจก

หนังสือเรื่องใดที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพิจารณาว่ามีคุณค่าควรเผยแพร่ให้รับรู้กันกว้างขวางออกไป จะมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดพิมพ์พระราชทานในโอกาสต่าง ๆ เช่น

หนังสือเรื่อง สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของนายสมภพ จันทรประภา มีพระราชเสาวนีย์ให้ขออนุญาตนำมาแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลและโปรดเกล้าฯให้จัดพิมพ์พระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพหม่อมราชวงศ์หญิงจีริก กิติยากร และต่อมามีพระราชเสาวนีย์ให้จัดพิมพ์เพิ่มเติมเพื่อพระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ ตามพระราชอัธยาศัย อีกด้วย

หนังสือ ลิลิตตะเลงพ่าย พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดมาก เพราะเป็นเรื่องที่เชิดชูพระวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และมีโคลงหลายบทที่มีเนื้อความไพเราะกินใจจนทรงท่องจำได้ เช่น

สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสาย

สายบ่หยุดเสน่ห์หาย ห่างเศร้า

กี่คืนกี่วันวาย วางเทวศ ราแม่

ถวิลทุกขวบค่ำเช้า หยุดได้ฉันใด

ทรงเลือกให้พิมพ์เป็นหนังสือพระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร สนิทวงศ์ อดีตเลขาธิการสภากาชาดไทย

หนังสือ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร : พระประวัติและพระนิพนธ์บทร้อยกรอง โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์เพื่อพระราชทานแก่ผู้สนใจตามพระราชอัธยาศัย และมีพระราชเสาวนีย์ให้คุณหญิงจำนงศรี รัตนิน หาญเจนลักษณ์ แปลกาพย์เห่เรือ พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อพระราชทานแก่ทูตานุทูตและชาวต่างประเทศด้วย

ต่อมามีพระราชเสาวนีย์ให้รองศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ เรียบเรียงเรื่อง ประเพณีไทยจากขุนช้างขุนแผน เป็นภาษาอังกฤษ และโปรดเกล้าฯให้จัดพิมพ์เป็นหนังสือเพื่อพระราชทานแก่ชาวต่างประเทศผู้มารับเสด็จในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศในวาระต่างๆ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดอ่านหนังสือธรรมะในพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงอ่านหนังสือธรรมะหลายเล่มใส่เครื่องบันทึกเทป เช่น กองทัพธรรม พระอานนท์พุทธอนุชา แล้วพระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ

ดังที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเล่าว่า …เปิดให้ข้าพเจ้าฟังตอนไม่สบาย คนที่ป่วยเจ็บหลายคนก็ได้รับพระราชทานด้วย… พระสุรเสียงที่หวานไพเราะ และแจ่มชัด ให้ความสงบและกำลังใจแก่ผู้ฟังอย่างยิ่ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้

  • วรรณกรรมตามแนวพระราชดำริ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โปรดนวนิยายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และเน้นให้เห็นเรื่องความรักชาติรักแผ่นดิน เรื่องใดที่พระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยจะมีพระราชเสาวนีย์โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้แปลเป็นภาษาอังกฤษเพื่อพระราชทานแก่คณะทูตานุทูต และพระสหายชาวต่างประเทศให้รู้จักประเทศไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น เรื่อง พิษสวาท ของ ทมยันตี เรื่อง สายโลหิต ของ โสภาค สุวรรณ

และมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นักเขียนฝีมือดีได้ทำงานถวาย ดังเช่น ในโอกาสการสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี พุทธศักราช 2525 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ทมยันตี หรือคุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เขียนบทละครประกอบการแสดงแสงเสียง (Light & Sound) เรื่อง พระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลปัจจุบัน (ในขณะนั้น) จัดแสดง ณ สวนลุมพินี ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ทำให้ชาวไทยมีความรู้ลึกซึ้งในพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์แต่ละรัชกาลที่ทรงบำรุงรักษากรุงรัตนโกสินทร์ให้เจริญอย่างมั่นคงก้าวหน้ามายาวนานกว่า 200 ปี

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติ เพราะประวัติศาสตร์เป็นเครื่องเตือนใจให้คนรุ่นหลังรำลึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษไทยที่รักษาผืนแผ่นดินไว้ ให้ร่วมมือกันพัฒนาชาติให้รุ่งเรือง

สิ่งที่จะถ่ายทอดสำนึกทางประวัติศาสตร์ไปสู่คนรุ่นใหม่ได้ดีที่สุดคือศิลปะการแสดงและวรรณคดี แนวพระราชดำรินี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างละคร ภาพยนตร์ นวนิยายอิงประวัติศาสตร์หลายเรื่อง เช่น ละครเรื่องนางเสือง ศรีธรรมาโศกราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และ พระสุพรรณกัลยา ของ สมภพ จันทรประภา ภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท และ ตำนานพระนเรศวรมหาราช ของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิมยุคล

นวนิยายเรื่อง บารมีพระแม่ป้อง ปกพื้นธรณิน ของแก้วเก้า นวนิยายเรื่อง กษัตริยา ของทมยันตี ต่อมานำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2547

ในพุทธศักราช 2548 ครบรอบ 400 ปีแห่งการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีพระราชเสาวนีย์ให้ทมยันตีเขียนบทการแสดงแสงเสียง เพื่อจัดแสดง ณ วัดวิหารทอง จังหวัดพิษณุโลก วันที่ 15 พฤษภาคม และมีการจัดพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอย่างยิ่งใหญ่

ในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2535 ว.วินิจฉัยกุล หรือ รองศาสตราจารย์ ดร. คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ถวายงานประพันธ์ บทร้อยกรอง บรรยายการแสดงแสงเสียง ประกอบการแสดงจินตภาพหน้าพระที่นั่ง ชุด คนดีศรีอยุธยา ณ วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในโอกาสนี้ ว.วินิจฉัยกุล ได้ประพันธ์บทและจัดทำหนังสือประกอบการแสดงพิเศษชุด นารีเรืองนามในพระราชอนุสรณ์ ในรัชกาลที่ 9 อีกเรื่องหนึ่งด้วย

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสนพระราชหฤทัยวรรณคดีและวรรณกรรมร่วมสมัยอย่างยิ่งจนเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วไป คณะกรรมการจัดงานรางวัลวรรณกรรมยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนหรือซีไรต์ (S.E.A WRITE AWARD) ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นองค์ประธานและพระราชทานรางวัลซีไรต์แก่นักเขียนและกวีเป็นประจำทุกปี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรางวัลซีไรต์ 3 ปีต่อเนื่องกัน ในปีต่อ ๆ มา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ตลอดมา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงตระหนักถึงคุณค่าของงาน วรรณศิลป์ ทรงทำนุบำรุงวรรณคดีและวรรณกรรมของประเทศชาติให้ดำรงคงอยู่และเผยแพร่ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในหมู่คนไทยและชาวต่างประเทศ

ทรงสอดแทรกเรื่องราวของ วรรณคดี ให้ปรากฎในศิลปะแขนงอื่นๆ เช่น ประณีตศิลป์ หัตถศิลป์ และ นาฏศิลป์ ทำให้เห็นการประสานสอดคล้องกันของมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไทย

ทรงสนับสนุนกวีและนักเขียนให้สร้างสรรค์ผลงานทางวรรณศิลป์ ทรงแสดงความชื่นชม รวมทั้งทรงส่งเสริมเผยแพร่ผลงานที่พอพระราชหฤทัยให้แพร่หลายกว้างขวางยิ่งขึ้น

ทรงปรารถนาให้เด็กและเยาวชนไทยเห็นคุณค่าของวรรณคดีไทยซึ่งเป็นสมบัติทางภาษาและวัฒนธรรมอันงดงามของชาติ กระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเกิดความใส่ใจส่งเสริมทั้งการพิมพ์ การอ่าน การเรียนวรรณคดีอย่างเข้มข้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งใหญ่ต่อการศึกษาของชาติ วงวรรณคดี และปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้น

…………………………………

อ้างอิง : อัคราภิรักษศิลปิน บารมีพระมิ่งแม่ ปกป้องศิลป์ไทย นานเทอญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...