โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อสังหาฯ ไทยปี 68 ตกต่ำหนักในรอบ 7 ปี ซึมต่อปี 69 บ้านเดี่ยวโคม่า ยอดขายดิ่ง -13% แถมเหลือขายบานกว่า 53,000 หลัง คนรวยยังรัดเข็มขัดทำสต๊อกบ้านเดี่ยวหรู 25-50 ล้านขายไม่ออกกว่า 3,000 หลัง

BTimes

อัพเดต 02 ธ.ค. 2568 เวลา 12.01 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2568 เวลา 01.25 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

KKP ซึ่งเป็นสำนักวิจัยในเครือของสถาบันการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยช่วงปี 2568-2569 จะยังไม่กลับไปสู่ระดับก่อนเกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่สำคัญ จะยังไม่ฟื้นกลับไปเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเคยมียอดขายสูงถึงราว 120,000 หน่วยต่อปี ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอจะยืดเยื้อต่อไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี จากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า และอุปทานคงค้างในระบบที่ยังอยู่ระดับสูง ในปี 2568 คาดว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์ทั่วประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 300,000 หน่วย ลดลงจากระดับก่อนโควิดที่เคยอยู่ราว 400,000 หน่วยต่อปี และนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี

ฝั่งอุปทานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การเปิดตัวโครงการใหม่มีแนวโน้มหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั้งปี 2568 คาดว่าจะมีโครงการเปิดใหม่เพียงประมาณ 41,160 หน่วย ลดลงกว่า 33% จากปี 2567 หรือราว 20,000 หน่วย มูลค่าโครงการรวมลดลงเหลือประมาณ 240,000 ล้านบาท จากระดับกว่า 418,000 ล้านบาทในปีก่อนหน้า กลุ่มแนวราบได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยบ้านเดี่ยวลดลง 46% บ้านแฝดลดลง 45% และทาวน์เฮาส์ลดลง 36% ขณะที่คอนโดมิเนียมลดลงน้อยกว่า อยู่ที่ประมาณ 11%

ด้านยอดขายในพื้นที่หลักอย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล ถูกคาดว่าจะอยู่ที่ราว 46,000 หน่วย มูลค่าประมาณ 260,000 ล้านบาท ลดลงกว่า 21% หรือประมาณ 12,000 หน่วยจากปีก่อน ซึ่งเคยมียอดขายราว 58,258 หน่วย สัญญาณนี้สะท้อนว่าในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า การเปิดโครงการใหม่มีแนวโน้มทยอยลดระดับลงตามภาวะดีมานด์ที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

เมื่อมองเชิงประเภทสินค้า คอนโดมิเนียมเป็นกลุ่มที่ยอดขายหดตัวแรงที่สุด ลดลงถึง 28% รองลงมาคือบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดที่ลดลงราว 15% สะท้อนผลกระทบด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างชัดเจน ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหลายรายปรับพอร์ตจากทาวน์เฮาส์ไปเน้นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ส่งผลให้ตลาดเริ่มเผชิญภาวะสินค้าคงค้างในกลุ่มนี้เพิ่มสูงขึ้น

กลุ่มที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือบ้านเดี่ยว โดย KKP คาดว่ายอดขายบ้านเดี่ยวในปี 2568 จะลดลงราว 13% ขณะที่จำนวนยูนิตเหลือขายเพิ่มขึ้นสวนทาง โดยคาดว่าปลายปีนี้จะมีบ้านเดี่ยวเหลือขายสูงถึงประมาณ 53,000 หน่วย แตกต่างจากประเภทอื่นที่สต็อกเริ่มชะลอลงเป็นวงจำกัด โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวระดับราคา 25-50 ล้านบาท ซึ่งมีคงเหลือรวมราว 3,000 หน่วย และอาจต้องใช้เวลาหลายปีในการระบายออก หากการดูดซับยังไม่เร่งตัวกลับมา

ด้านตลาดต่างชาติ ยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมทั่วประเทศในปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 14,638 หน่วย ขณะที่ปี 2568 มีแนวโน้มลดลง โดยคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ราว 14,055 หน่วย ลดลงประมาณ 4% จังหวัดที่หดตัวมากที่สุด ได้แก่ ชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะลดลงราว 800 หน่วย หรือ 15% เชียงใหม่ลดลงประมาณ 250 หน่วย หรือ 28% และสมุทรปราการลดลงราว 240 หน่วย หรือ 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ดียังมีบางพื้นที่ที่ยอดโอนของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นราว 520 หน่วย หรือ 9% จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพิ่มขึ้นประมาณ 200 หน่วย หรือ 66% และจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพิ่มขึ้นราว 150 หน่วย หรือกว่า 200% สะท้อนว่าความต้องการจากต่างชาติยังไม่หายไป เพียงแต่มีการเปลี่ยนจุดหมายและพฤติกรรมการซื้ออย่างรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...