โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เอกนิติ ชี้ไทย 'กินบุญเก่า' มานาน เดินหน้าพัฒนาคน-ลงทุนเทคโนโลยีใหม่-ปลดล็อกกฎเกณฑ์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 10.38 น.
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

เอกนิติชี้โครงสร้างเศรษฐกิจไทยเปราะบางจากการขาดการลงทุนใหม่และพึ่งพาการส่งออกสูง เผยรัฐบาลเดินหน้าปฏิรูประยะยาวด้วยการพัฒนาคน ดัน Reskill-ลงทุนเทคโนโลยีใหม่ พร้อมเร่งปลดล็อกกฎเกณฑ์ผ่าน “Thailand Fast Pass” และกิโยตินระเบียบ

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานปาฐกถาพิเศษคู่หูเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน “Fiscal-Monetary Synergy in Sight” ว่าต้องยอมรับความจริงว่าไทย “กินบุญเก่า” มาเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้ลงทุนใหม่ ทำให้เมื่อเจอความผันผวนภายนอกจะได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะผลกระทบจากภาษีของสหรัฐ เนื่องจากไทยพึ่งพาการส่งออกสูงถึง 60% ของ GDP (รวมบริการราว 70%)

ดร.เอกนิติกล่าวว่า ถึงแม้จะมีเวลาทำงานในรัฐบาลเพียง 4 เดือน แต่สิ่งสำคัญคือการวางรากฐานให้รัฐบาลชุดใดก็ตามที่ทำต่อเดินหน้าได้ โดยมองว่าการสร้างความเข้มแข็งในประเทศผ่านการลงทุนระยะยาวสำคัญที่สุด จึงเน้นการลงทุนใน “คน” เป็นหลัก และเป็นเหตุผลที่เกือบนโยบายทั้งหมดมุ่งพัฒนาทักษะแรงงาน

ทั้งโครงการคนละครึ่งพลัส มาตรการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงการผลักดันการ Reskill เพื่อรองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น เกษตรสมัยใหม่ การแปรรูปอาหาร EV สมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ซึ่งต่างชาติให้ความสนใจสูง แต่ไทยยังขาดกำลังคนด้าน STEM เมื่อเทียบกับเวียดนาม

รัฐบาลจึงใช้ BOI เป็นเครื่องมือ จับคู่ความต้องการแรงงานกับมหาวิทยาลัย พัฒนาหลักสูตรระยะสั้นให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมจริง คล้ายโมเดลสถาบันไทย-เยอรมัน หรือไทย-ญี่ปุ่นในอดีต

นอกจากนี้ ยังแบ่งมาตรการพัฒนาคนเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบนรองรับอุตสาหกรรมใหญ่ผ่าน Reskill, ระดับกลางสำหรับ SMEs โดยผลักดันการใช้เทคโนโลยีและ AI รวมถึงโครงการ “พี่ช่วยน้อง” และเงินกองทุน BOI วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุน Automation และระดับล่างสำหรับพ่อค้าแม่ค้า มุ่งยกระดับทักษะดิจิทัลและการค้าออนไลน์

อีกด้านคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีใหม่ ไทยเป็นประเทศที่มีนักลงทุน Data Center เข้ามาลงทุนจำนวนมาก เพราะโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ไฟ ท่าเรือ สนามบินพร้อม โดยเฉพาะในภาคตะวันออก แต่โลกยุคใหม่ต้องการพลังงานสะอาด ซึ่งไทยยังมีไม่พอ จึงจำเป็นต้องปลดล็อกและลงทุนเพิ่มเติม เช่น Floating Solar และ Solar Farm โดยใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) มาลงทุนได้โดยไม่เป็นภาระงบประมาณ พร้อมการปลดล็อกให้สามารถทำ Direct PPA เพื่อให้เอกชนจัดหาพลังงานสะอาดได้เอง

นอกจากนี้ ดร.เอกนิติระบุว่าประเทศไทยมีกฎเกณฑ์จำนวนมากเป็นอุปสรรคต่อนักลงทุน โดยข้อมูลจาก BOI ระบุว่ามีโครงการพร้อมลงทุนกว่า 80 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4 แสนล้านบาท แต่ติดปัญหาการขอน้ำ ไฟ และวีซ่า ซึ่งหากต้องรอแก้กฎหมายและกฎระเบียบทั้งหมดจะใช้เวลานานเกินไป

จึงได้ผลักดันโครงการ “Thailand Fast Pass” เพื่อปลดล็อกอุปสรรคเร่งด่วนในระยะสั้น พร้อมลงพื้นที่พูดคุยกับนักลงทุนทั้ง 80 โครงการ เพื่อตรวจสอบว่าติดปัญหาใด เพื่อนำกรณีปัญหาจริงจากภาคธุรกิจ Sandbox มาใช้เป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อผลักดันการแก้ไขเชิงโครงสร้าง ผ่านการทำ “กิโยตินกฎระเบียบ” หากสามารถปรับแก้ได้ในระดับกฎกระทรวง หรือระเบียบก็จะดำเนินการทันที

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกนิติ ชี้ไทย ‘กินบุญเก่า’ มานาน เดินหน้าพัฒนาคน-ลงทุนเทคโนโลยีใหม่-ปลดล็อกกฎเกณฑ์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...