โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สัตวแพทย์ จุฬาฯ ผ่าตัดฝัง ‘เครื่องกระตุ้นหัวใจ’ ในแมวสำเร็จครั้งแรกในไทย ช่วยน้องแมวหายจากอาการเป็นลมวันละหลายรอบ

The Reporters

อัพเดต 07 พ.ย. 2568 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2568 เวลา 03.48 น.

วันนี้ (7 พ.ย. 68) คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยความสำเร็จในการผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ในแมวสำเร็จเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยทีมสัตวแพทย์สามารถช่วยเหลือ "เป๊ปซี่" แมวพันธุ์โดเมสติกช็อตแฮร์ อายุ 8 ปี ที่มีอาการเป็นลมหมดสติวันละ 3-4 ครั้ง ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตปกติได้

รศ.น.สพ.ดร.อนุศักดิ์ กิจถาวรรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยว่า เป๊ปซี่ มีอาการซึม อ่อนแรง และเป็นลมกระชาก หลังส่งต่อมาที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก จุฬาฯ ทีมสัตวแพทย์วินิจฉัยพบว่าเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยมีการบล็อกสัญญาณไฟฟ้าระหว่างหัวใจห้องบนกับห้องล่าง ทำให้หัวใจห้องล่างไม่บีบตัวส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง ส่งผลให้เกิดอาการเป็นลม

รศ.น.สพ.ดร.อนุศักดิ์ อธิบายว่า การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นหัวใจในแมวมีความท้าทายมากกว่าในสุนัข เนื่องจากสุนัขสามารถสอดสาย Pacemaker ผ่านหลอดเลือดดำที่คอได้ แต่ในแมวมีข้อจำกัดเรื่องขนาดหลอดเลือดที่เล็กเกินไป และกล้ามเนื้อหัวใจที่บางมากเพียง 2 มิลลิเมตร ขณะที่หมุดของอุปกรณ์ยาว 1.8 มิลลิเมตร ทำให้มีความเสี่ยงที่หมุดจะทะลุกล้ามเนื้อหัวใจ

ทีมสัตวแพทย์จึงต้องใช้วิธีเปิดช่องอกระหว่างกระดูกซี่โครงเพื่อเข้าถึงหัวใจโดยตรง จากนั้นนำสายกระตุ้นหัวใจไปติดไว้บนผิวของหัวใจ และเชื่อมต่อกับตัวเครื่องปล่อยกระแสไฟฟ้าที่ฝังไว้ใต้กล้ามเนื้อบริเวณช่องท้อง การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

รศ.น.สพ.ดร.อนุศักดิ์ กล่าวว่า การผ่าตัดครั้งนี้เป็นการปรับปรุงเทคนิคจากการผ่าตัดเคสแรกในแมวที่ทำสำเร็จไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้า โดยเปลี่ยนจากการผ่าตัดทางกระบังลมมาเป็นการเปิดช่องอกระหว่างซี่โครง ซึ่งทำให้การฝังเครื่องมือทำได้ง่ายและแม่นยำกว่า

อุปกรณ์ที่ใช้เป็นเกรดเดียวกับที่ใช้ในมนุษย์ มีราคาเครื่องประมาณ 45,000 บาท และสายกว่า 10,000 บาท ในกรณีของเป๊ปซี่ ได้รับบริจาคเครื่องปล่อยกระแสไฟฟ้าที่นำมาฆ่าเชื้อและใช้ซ้ำ (Reuse) ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่าย ปัจจุบัน เป๊ปซี่ไม่มีอาการเป็นลมอีก และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องเข้ารับการตรวจและปรับแต่งเครื่องทุก 3 เดือน

รศ.น.สพ.ดร.อนุศักดิ์ แนะนำว่า หากเจ้าของสังเกตเห็นว่าแมวหรือสุนัขมีอาการอ่อนแรงหรือเป็นลม ควรนำไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...