โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐระส่ำ ชัตดาวน์นานสุดพ่นพิษ-สั่งลดเที่ยวบินเหตุขาดแคลนพนักงาน

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 07.00 น.

สหรัฐระส่ำ ชัตดาวน์นานสุดพ่นพิษ-สั่งลดเที่ยวบินเหตุขาดแคลนพนักงาน

สหรัฐระส่ำ - วันที่ 6 พ.ย. รอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงคมนาคมสหรัฐอเมริกาสั่งลดเที่ยวบินภายในประเทศลงร้อยละ 10 ภายใน 36 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ชัตดาวน์ของรัฐล่วงเข้าสู่วันที่ 36 ทำสถิตินานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ประกาศดังกล่าวของกระทรวงคมนาคมสร้างความโกลาหลให้กับบรรดาสายการบินต่างๆ และท่าอากาศยาน 40 แห่งในสหรัฐ เพราะให้เวลาเพียง 36 ชม. โดยนายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า จะยกเลิกคำสั่งหากพรรคฝ่านค้านยอมยุติสถานการณ์ชัตดาวน์

รายงานระบุว่า สถานการณ์ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีผ่านไม่ทันทำให้รัฐบาลไม่มีงบในการบริหารประเทศ หรือชัตดาวน์ ที่เกิดขึ้นนั้นกินเวลายาวนานที่สุดเท่าที่สหรัฐเคยเผชิญมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ในหอวิทยุการบินกว่า 13,000 แห่ง และเจ้าหน้าที่สำนักงานความปลอดภัยคมนาคมกว่า 5 หมื่นคน ต้องทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนจากรัฐมานานกว่า 1 เดือนแล้ว

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อยู่ระหว่างการเดินหน้ากดดันให้พรรคเดโมเครติก หรือเดโมแครต ยอมให้ร่างงบประมาณจากฝ่ายรัฐบาลผ่าน โดยยอมลงมติเห็นด้วยร่วมกันกับพรรครีพับลิกันที่เป็นรัฐบาล ขณะที่พรรคเดโมแครต ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากการที่รัฐบาลและรีพับลิกันไม่ยอมเปิดโต๊ะเจรจากับฝ่ายค้าน

ทั้งนี้ บรรดาสายการบินในสหรัฐ ระบุว่า สถานการณ์ชัตดาวน์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารแล้วกว่า 3.2 ล้านคน เพราะขาดแคลนเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยุการบิน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหรัฐระส่ำ ชัตดาวน์นานสุดพ่นพิษ-สั่งลดเที่ยวบินเหตุขาดแคลนพนักงาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...