โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สลด! ลูกชายฝังร่างแม่ ในโรงรถนาน 3 วัน อ้างกับญาติแม่ไปกรุงเทพฯ

มุมข่าว

เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2568 เวลา 08.52 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สลด! ลูกชายฝังร่างแม่ ในโรงรถนาน 3 วัน อ้างกับญาติแม่ไปกรุงเทพฯ

วันที่ 5 ธ.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.มะนัง พร้อมกำลังฝ่ายปกครองและมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร ได้เข้าตรวจสอบเหตุบุคคลเสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 1 ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล หลังได้รับแจ้งจากญาติว่าอาจมีการปกปิดการเสียชีวิตไว้ภายในบ้าน

โดยผู้ใหญ่บ้าน หมู่1 เปิดเผยว่า ชาวบ้านแจ้งมีเหตุผิดปกติในบ้านหลังดังกล่าว จึงประสานตำรวจเข้าตรวจสอบ แต่ช่วงกลางคืนเจ้าของบ้านไม่ยอมให้เข้า โดยอ้างว่ามีผู้ป่วยติดเตียงอยู่ กระทั่งเช้าวันนี้จึงสามารถเข้าตรวจสอบได้ ก่อนพบลูกชายของผู้ตาย อายุประมาณ 40 ปีอยู่ในบ้าน และยอมรับกับผู้ใหญ่บ้านว่า แม่เสียแล้วและฝังไว้ภายในบ้านเป็นเวลา3วันแล้ว พูดจาเลื่อนลอยสับสนทำให้เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สภ.มะนัง

ส่วนผู้เสียชีวิต เป็นหญิง อายุ 73 ปี ส่วนผู้ต้องสงสัยคือ ลูกชายคนโต อายุ 41 ปี เคยมีประวัติใช้ยาเสพติด และเข้ารับการบำบัดก่อนกลับมาอยู่กับแม่ได้ราว 5-6 เดือน ช่วงหลังแม่ล้มป่วยติดเตียงจึงเป็นผู้ดูแลใกล้ชิด

ด้านป้าสุนัน ลูกพี่ลูกน้องของผู้ตาย เล่าว่า ปกติจะมาเยี่ยมบ่อยแต่ช่วงน้ำท่วมไม่ได้มา กระทั่งล่าสุดมาหาอีกครั้งลูกผู้ตายกลับบอกว่า "แม่ไปกรุงเทพฯมีคนมารับไปแล้ว" ซึ่งไม่เชื่อ เพราะแม่ป่วยติดเตียงไปไหนเองไม่ได้ จึงเริ่มสงสัยว่าเกิดเหตุไม่ปกติ พร้อมยอมรับว่าแม้ผู้ต้องสงสัยจะดูแลแม่ดีหลังล้มป่วย แต่ก่อนหน้านั้นเคยมีปากเสียงกับแม่บ่อยครั้งเพราะปัญหายาเสพติด

เบื้องต้น ญาติทั้งหมดยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นการตายเพราะป่วยหรือเป็นเหตุจากการกระทำของลูกชาย ต้องรอผลการสอบสวนและการชันสูตรจากเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำนายพิทักษ์ อย่างละเอียด และยังไม่สรุปสาเหตุการตายจนกว่าจะได้ผลพิสูจน์ทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...