โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"รวบม้าตระเวน" กดเงินเหยื่อหลอกลงทุน ส่งบอสสแกมเมอร์ชาวจีน

สวพ.FM91

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2568 เวลา 09.43 น.

วันนี้ (21 พ.ย.68 ) เวลา 14.00 น. บก.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์รวบม้าตระเวน กดเงินเหยื่อหลอกลงทุนส่งบอสสแกมเมอร์ชาวจีน และรวบ 2 พ่อลูกรับจ้างถอนเงิน เครือข่ายหลอกซื้อขายรถยนต์ผ่านโซเชียล โดยมีการจับกุมคดีสำคัญ 2 คดี คือ ปฏิบัติการที่ 1 รวบม้าตระเวนกดเงินเหยื่อหลอกลงทุน ส่งบอสสแกมเมอร์ชาวจีน

สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม 2568 ได้มีผู้เสียหายเป็นหญิงสูงวัยรายหนึ่ง ได้ใช้งานแอปพลิเคชัน TikTok แล้วพบโฆษณาชักชวนให้ลงทุนหุ้น ผู้เสียหายเห็นโฆษณาว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรดีจึงตัดสินใจติดต่อไป และได้เข้าร่วมกลุ่มไลน์เทรดหุ้น โดยช่วงแรกของการลงทุนสามารถทำกำไรได้ดีจริงตามที่โฆษณากล่าวอ้าง จึงเริ่มโอนเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายโดนหลอกลวงไปเป็นจำนวนเงินกว่า 2 แสนบาท และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งต่อมา ตำรวจไซเบอร์ได้สืบสวนกรณีดังกล่าว พบว่าเส้นทางการเงินหลังจากที่เหยื่อโอนเข้าบัญชีม้าแถว 1 แล้ว ได้ถูกโอนต่ออย่างรวดเร็วไปยังบัญชีม้าแถว 2 ทันที และเมื่อไหร่ที่มียอดเงินจากการหลอกลวงเหยื่อเข้าบัญชีม้าแถว 2 แล้ว ภายใน 3 นาที หลังจากนั้นเงินจะถูกกดออกจากตู้ ATM ทั้งหมดทันที และจะเป็นแผนประทุษกรรมแบบนี้เสมอ จากการตรวจสอบบัญชีม้าดังกล่าว พบว่ามีความเกี่ยวพันกับคดีอื่นๆ อีกกว่า 10 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้สำเร็จ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังลงพื้นที่ประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กทม. กระทั่งสามารถจับกุมตัวนาย บี (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนไทยสัญชาติจีน ผู้ทำหน้าที่กดเงินสด และ นายวอ(นามมมุติ) อายุ 18 ปี คนไทยสัญชาติจีนฮ่ออิสระ เจ้าของบัญชีม้าแถว 2 โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่นำตังส่งดำเนินคดีตมกฎหมาย

ปฏิบัติการคดีที่ 2 รวบ 2 พ่อลูกรับจ้างถอนเงิน เครือข่ายหลอกซื้อขายรถยนต์ผ่านโซเชียล สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 ต.ค.68 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้ติดต่อซื้อขายรถยนต์ผ่าน Facebook Marketplace พบบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "เหนือสุด" ได้เป็นนายหน้าโพสต์ขายรถยนต์ Toyota Rivo 4x4 2.8 ปี 2018 ตนเองเกิดความสนใจจึงได้ติดต่อไป จากนั้นคนร้ายได้ส่งภาพถ่ายรถยนต์มาให้ดู สุดท้ายตกลงซื้อรถคันดังกล่าวกันในราคา 250,000 บาท จากนั้นคนร้ายได้นัดหมายให้ผู้เสียหายไปพบกับเจ้าของรถยนต์ ณ ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ แม่ขะจาน อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย

เมื่อถึงวันเวลาที่นัดหมาย ผู้เสียหายจึงเดินทางไปยังที่สถานที่นัดหมาย และได้พบเจ้าของรถยนต์ และรถยนต์คันที่ตกลงซื้อขายจริง เมื่อตกลงซื้อขายกัน ผู้เสียหายจึงได้โอนเงิน จำนวน 250,000 บาท ให้นายหน้าไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้ง แล้วนายหน้าจะโอนเงินให้เจ้าของรถเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที ปรากฏว่าเจ้าของรถยังไม่ได้รับการโอนเงินเข้ามาจากนายหน้าแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบในแชทที่พูดคุย พบว่ามีการยกเลิกข้อความหมายเลขบัญชีธนาคารที่คนร้ายแจ้งให้ ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าโดนหลอก และได้เข้าแจ้งความ

ต่อมา ตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า เงินของผู้เสียหายได้ถูกโอนเข้าบัญชีม้าเพียงทอดเดียว แล้วถูกถอนออกทันทีผ่านตู้ ATM ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้สืบสวนขยายผลกระทั่งรู้ตัวผู้ถอนเงิน และได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับได้สำเร็จ

โดยผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่จับกุมคือนาย ซี (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี และนาย พี(นามสมมุติ) อายุ 26 ปี ซึ่งทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน พร้อมของกลางเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะกดเงินสด บัญชีธนาคารที่ใช้รับและถอนเงินที่หลอกลวงจากผู้เสียหายและโทรศัพท์มือถือ

เบื้องต้น นายพี อ้างว่า ตนมีอาชีพซื้อขายรถยนต์มือสองและได้รู้จักกับชายไม่ทราบชื่อผ่านเฟซบุ๊ก แล้วพูดคุยเรื่องซื้อขายรถยนต์กัน กระทั่งวันเกิดเหตุชายดังกล่าวได้บอกว่าจะมีลูกค้าโอนเงินค่าซื้อรถยนต์เข้าบัญชีธนาคารของพ่อของตนเอง เมื่อเงินเข้าแล้ว ตนเองและพ่อจึงได้พากันไปกดเงินสดออกจากตู้ ATM ทันที แล้วนำเงินทั้งหมดไปส่งมอบให้ชายคนหนึ่งอีกคน บริเวณห้างสรรพสินค้าในเชียงใหม่ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 4,000 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...