โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ร่ำไห้ขณะเข้าเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 13.50 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(11พ.ย.68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีการต้อนรับจากหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งทางนายกฯได้มีการเดินทักทายกับเจ้าหน้าที่ก่อนจะเดินขึ้นรถทหารที่จัดเตรียมไว้เพื่อเดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการห้วยตามาเรีย

ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมคณะฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการภูมะเขือ โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะฯให้การต้อนรับ พร้อมรับฟังบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศ และความท้าทายของการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลในพื้นที่ชายแดนที่ต้องรับมือทั้งภารกิจด้านความมั่นคง การลาดตระเวน การช่วยเหลือประชาชน และการรับมือกับภัยคุกคามต่าง ๆ ตามแนวชาย

ทั้งนี้นายกฯ พร้อมคณะฯ ได้ยืนตรงเคารพธงชาติบริเวณด้านหน้าเสาธงบนยอดภูมะเขือแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าพื้นที่ดังกล่าวคืออธิปไตยของไทยจากนั้นได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตรวจเยี่ยม ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ

นายอนุทิน บอกว่า ประเทศไทยเป็นของเรา และที่ที่เรายืนอยู่คือประเทศไทย ใครจะมาแอบอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนไทยเราไม่ได้ ในวันนี้ป่วยการที่จะพูด แต่ถือว่าสิ่งที่เราได้มีข้อตกลงกันไว้เพื่อจะเดินหน้าไปสู่ความสันติภาพนั้นมันจบลงแล้ว จากนี้ไปรัฐบาลไทยจะดำเนินการในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทย เป็นสิ่งที่ประเทศไทยจะทำโดยไม่ต้องไปหารือ ปรึกษา หรือขออนุญาตใคร

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า เมื่อเช้านี้รัฐบาลได้มีการพูดคุยกับทางกองทัพ ซึ่งได้ข้อสรุปชัดเจนในหลักการปฏิบัติ ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมรับทราบอยู่แล้วว่าต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง แต่ขอไม่พูด เราไม่ได้จะไม่โต้ตอบ แต่ขอความกรุณาว่าไม่ต้องถาม เพราะหากรัฐบาลจะทำอะไรที่เป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ ไม่สามารถบอกได้ ซึ่งหากผู้สื่อข่าวถามมาและทางรัฐบาลไม่ตอบจะกลายเป็นว่ารัฐบาลย่อหย่อน แต่แท้จริงแล้วยืนยันว่าไม่เคยหย่อนยาน และไม่เคยคิดที่จะยอม หรือเสียเปรียบใด ๆ กับฝ่ายตรงข้าม และเราเป็นผู้กำหนดบทบาทอยู่เสมอ วันนี้ก็เช่นกัน

"ในฐานะรัฐบาลและเป็นผู้ลงนามในปฏิญญาสันติภาพ ซึ่งเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าขณะนี้ 4 ข้อ ในปฏิญญา ประเทศไทยไม่ปฏิบัติแล้ว และจะกำหนดการดำเนินการของตัวเองโดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนข้อกำหนดและการดำเนินการของกองทัพอย่างเต็มที่" นายอนุทิน ย้ำ

ผู้สื่อข่าวถามว่าทางมาเลเซียจะขอให้ประเทศไทยรื้อฟื้นเรื่องการเซ็นปริญญาสันติภาพทางไทยเราจะทบทวนหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าผู้ร่วมสัญญาไม่ได้ปฏิบัติตามปฏิญญา ในวันนี้เดินทางมาถึงภูมะเขือ เพื่อให้เห็นกับตา และไม่ว่าผู้นำประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศสักขีพยานที่ลงนามอยู่ในปฏิญญานั้น

"ในวันนี้หากท่านทั้งสองประเทศสอบถามมา ผมก็สามารถตอบได้ว่าได้ลงพื้นที่และเห็นกับตาตัวเองว่าคู่สัญญาของประเทศไทยคือประเทศกัมพูชาได้ละเมิดสิ่งที่ต้องทำอย่างไรบ้าง มีความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องทุ่นระเบิดจำนวน 4 ทุ่น ในวันนี้เหลือเพียง 3 ทุ่น เนื่องจากทหารของไทยเหยียบไป 1 ทุ่น เป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่กัมพูชามาวางในเขตของไทยหลังจากวันที่ได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ซึ่งประเทศไทยทำทุกอย่างตามข้อตกลง ส่วนการพยายามดึงให้เกิดความล่าช้ามาจากกัมพูชา ประเทศไทยยังคงใช้ความอดทน และเชื่อมั่นว่าการที่มีประเทศโลกเป็นพยาน มีประชาคมอาเซียนเป็นพยาน จะช้าหรือเร็วข้อตกลงจะได้รับการปฏิบัติ แต่ในวันนี้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ และในเมื่อไม่ใช่ก็ไม่มีข้อตกลง ไทยเราก็จะทำในสิ่งที่เห็นว่าเราต้องทำ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการรีพอร์ตไปยังประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เราเป็นประเทศอธิปไตย ไม่รีพอร์ตใครทั้งนั้น ใครถามมาหากมีความจำเป็นที่จะต้องตอบ ตนเองก็จะตอบ ซึ่งหากเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาถามมาที่ตนเอง ตนเองมองว่าตนเองไม่มีมีความจำเป็นต้องตอบ เพราะไม่ใช่ผู้นำประเทศ

"ยืนยันจะดำเนินการตามแนวทางของตัวเอง ได้กำชับแล้วว่าในวันนี้ให้รักษาอธิปไตย รักษาเกียรติยศ เกียรติภูมิ รักษาจิตใจของพี่น้องทหาร และประชาชน ผมลงพื้นที่มาวันนี้ด้วยเครื่องแบบนี้ขอให้ภาพอธิบายตัวเองในหลายเรื่องโดยไม่ต้องพูด" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน บอกด้วยว่า รัฐบาลเต็มที่ ตนเองกับพี่น้องทหารไม่ต้องใช้คำพูด ใช้สายตา ใช้แรงบีบกล้ามเนื้อซึ่งกันและกันก็จะเข้าใจกันดี ตนมั่นใจในแม่ทัพภาคที่ 2 กองกำลังสุรนารี ได้รับแรงบีบขนาดนี้จะต้องทำอย่างไร

ต่อมา นายอนุทิน พร้อมคณะฯ ได้เดินทางไป โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เพื่อเข้าเยี่ยมกำพลที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 4 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายกฯ ได้เข้าพบพูดคุยกับกำลังพลที่บาดเจ็บนั้น นายกฯ ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ร่ำไห้เสียใจต่อเหตุการณ์ที่ทำให้ทหารทั้ง 4 นาย ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เชิญแจกันดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่กำลังพล จำนวน 4 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่

  • จ่าสิบเอก เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บ ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาดจากแรงระเบิด
  • พลทหาร วชิระ พันธะนา ได้รับบาดเจ็บจากแรงอัดของระเบิด มีอาการแน่นหน้าอก
  • พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณขาขวาท่อนล่าง
  • พลทหาร อนุชา สุจารี ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด

การมอบสิ่งของพระราชทานครั้งนี้ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในขวัญและกำลังใจของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติกำลังพลทั้ง 4 นาย ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมตั้งใจฟื้นฟูร่างกายให้หายเป็นปกติ เพื่อกลับมาปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประเทศชาติอีกครั้ง

ในโอกาสเดียวกันนี้ นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี และนางมัณฑนา ชื่นตา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานและเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มอบแก่กำลังพลทั้ง 4 นาย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการรักษาตัวและฟื้นฟูสุขภาพให้แข็งแรงโดยเร็ว

#ข่าวเวิร์คพอยท์23

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...