โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะเก็ดเงินบนหนังศีรษะรักษาอย่างไร? เปิดเทคนิคที่ช่วยให้อาการดีขึ้น

INN News

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 14.32 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 07.32 น. • INN News

หลายคนที่เป็นสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะต้องเจอกับปัญหาที่น่ารำคาญใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผิวลอกเป็นแผ่น รู้สึกคันตลอดเวลา หรือรู้สึกไม่มั่นใจเวลาต้องจัดทรงผมออกงานต่างๆ ยิ่งภาวะนี้ปะทุเป็นช่วงๆ ก็ยิ่งทำให้การดูแลตัวเองกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนขึ้นไปอีก แม้สะเก็ดเงินจะเป็นอาการเรื้อรัง แต่โชคดีที่ปัจจุบันมีวิธีดูแลรักษาให้อาการทุเลาลงได้ แม้จะไม่หายขาดแต่ก็ช่วยให้ใช้ชีวิตได้สบายขึ้นมาก

สะเก็ดเงินบนหนังศีรษะคืออะไร?

สะเก็ดเงินบนหนังศีรษะเป็นลักษณะของการอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เซลล์ผิวหนังแบ่งตัวเร็วเกินไปจนเกิดเป็นเกล็ดหนา สีขาว หรือสีเงิน แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อแต่ก็สร้างความรำคาญใจได้ไม่น้อย ทั้งเรื่องอาการคัน หนังศีรษะแห้งลอก และขาดความมั่นใจ ซึ่งลักษณะอาการที่พบบ่อยและสาเหตุที่กระตุ้นให้อาการกำเริบ มีดังนี้

ลักษณะอาการที่พบบ่อย

สะเก็ดเงินบนหนังศีรษะสังเกตได้จากผิวหนังที่หนาขึ้น ลอกเป็นแผ่นคล้ายสะเก็ดสีขาวเงิน เกาะแน่นตามบริเวณไรผม กลางศีรษะ หรือท้ายทอย หลายคนมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งอาจรบกวนช่วงทำงานหรือเวลาออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังอาจเกิดอาการแดงหรือผิวอักเสบรอบๆ บริเวณที่มีสะเก็ด หากเกาจนถลอกอาจทำให้การอักเสบลุกลามง่ายขึ้น จึงเป็นภาวะที่ต้องดูแลอย่างระมัดระวัง

สาเหตุที่กระตุ้นให้อาการกำเริบ

แม้สะเก็ดเงินจะเกิดจากภูมิคุ้มกัน แต่สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีผลอย่างมาก เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มแอลกอฮอล์ การติดเชื้อบริเวณผิวหนังบางชนิด รวมถึงสภาพอากาศที่แห้งและเย็น นอกจากนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมหรือทำเคมีผมที่ระคายเคืองก็อาจทำให้อาการกำเริบได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

วิธีดูแลและรักษาเบื้องต้นที่ทำได้เอง

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีสามารถช่วยลดการอักเสบ ระคายเคือง และทำให้อาการทุเลาลงได้ แม้จะไม่ใช่การรักษาที่หายขาดแต่ก็เป็นการดูแลตัวเองเบื้องต้นที่ช่วยให้หนังศีรษะอยู่ในภาวะสมดุลขึ้น

เลือกแชมพูที่เหมาะกับผิวหนังอักเสบ

ควรใช้แชมพูที่มีส่วนผสมลดการอักเสบ เช่น Coal tar, Salicylic acid หรือสารที่ช่วยลดการผลัดเซลล์ผิว นอกจากนี้แชมพูสูตรอ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ก็ช่วยลดการระคายเคืองได้ดีสำหรับคนที่หนังศีรษะไวต่อการอักเสบ

วิธีสระผมและดูแลหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน

เทคนิคการสระผมมีผลมากกว่าที่คิด ควรนวดเบาๆ ด้วยปลายนิ้วแทนการขูดหรือเกาแรงๆ เพราะการเกาอาจกระตุ้นให้เกิดรอยแผลซึ่งทำให้สะเก็ดเงินลุกลามได้ง่าย หลังสระเสร็จควรซับผมเบาๆ และหลีกเลี่ยงลมร้อนจากไดร์เป่าผม เพราะความร้อนสูงอาจทำให้ผิวแห้งและคันเพิ่มขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ควรเลือกแบบไม่เหนียว ไม่ก่อการอุดตัน เพื่อลดโอกาสเกิดการอักเสบค่ะ

การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นในชีวิตประจำวัน

ปัจจัยที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น ความเครียดเรื้อรัง นอนน้อย สภาพอากาศแห้งและเย็น หรือแม้แต่การทำสีผม ดัดผมที่มีสารเคมีแรงๆ นอกจากนี้ การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ก็เป็นตัวกระตุ้นที่พบได้บ่อย การปรับพฤติกรรมเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยให้หนังศีรษะได้พัก และทำให้การดูแลรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

การรักษาทางการแพทย์ที่ใช้ในปัจจุบัน

แม้การดูแลตัวเองจะช่วยบรรเทาอาการได้ระดับหนึ่ง แต่สำหรับคนที่เป็นสะเก็ดเงินบนหนังศีรษะในระดับปานกลางถึงรุนแรงควรพบแพทย์เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมีทางเลือกที่หลากหลายและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แพทย์สามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับความรุนแรง อาการ และไลฟ์สไตล์ของผู้ป่วยได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากกว่าเดิม

ยาทาเฉพาะที่สำหรับสะเก็ดเงิน

ยาทาเฉพาะที่ออกฤทธิ์ตรงกับบริเวณที่มีอาการ โดยยาทากลุ่มที่ใช้บ่อย ได้แก่

  • Corticosteroids ช่วยลดการอักเสบ แดง และลดอาการคัน
  • Vitamin D analogues เช่น Calcipotriol ช่วยชะลอการแบ่งตัวของเซลล์ผิว
  • ยาทาสำหรับหนังศีรษะ ซึ่งซึมซาบได้ง่ายกว่าเนื้อครีมทั่วไป

ยาทาเหล่านี้ช่วยให้ผิวนุ่มลง ลดการลอกเป็นแผ่น และทำให้หนังศีรษะดูเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อย แต่ต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงจากการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานค่ะ

การรักษาด้วยยาเฉพาะทางที่แพทย์อาจพิจารณา

หากอาการสะเก็ดเงินกำเริบเรื้อรังจนรบกวนชีวิตประจำวัน แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยาแบบ systemic therapy เช่น Methotrexate หรือ Cyclosporine ที่ช่วยควบคุมการอักเสบ ยากลุ่มนี้ให้ผลลึกถึงกลไกของโรค มักใช้ในกรณีที่อาการรุนแรงหรือเมื่อการใช้ยาทาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ต้องได้รับการติดตามผลเลือดและประเมินสภาพร่างกายเป็นระยะ เพราะเป็นการรักษาที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง

การฉายแสงหรือการรักษาเพิ่มเติมตามอาการ

อีกหนึ่งทางเลือกที่พบได้บ่อยคือการใช้แสงอัลตราไวโอเลตเพื่อช่วยลดการอักเสบ เช่น UVB Narrowband หรือ Excimer light ซึ่งมุ่งเป้าบริเวณที่เป็นโดยเฉพาะ การฉายแสงมักใช้ร่วมกับยาทาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะกำหนดจำนวนครั้งและความถี่ตามอาการ

คำแนะนำเรื่องไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้อาการดีขึ้น

การจัดการความเครียดและการพักผ่อน

ความเครียดถือเป็นตัวกระตุ้นที่มีผลต่อโรคสะเก็ดเงิน เพราะฮอร์โมนความเครียดสามารถเร่งให้การอักเสบภายในร่างกายทำงานหนักขึ้นกว่าปกติ คนที่อยู่ในช่วงงานเยอะ เรียนหนัก หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ มักพบว่าอาการกำเริบง่ายขึ้น การจัดกิจวัตรประจำวันให้มีเวลาผ่อนคลาย เช่น ฝึกหายใจลึกๆ ทำสมาธิสั้นๆ ก่อนนอน หรือออกกำลังกายเบาๆ ช่วยให้ระดับความเครียดลดลง รวมถึงส่งผลให้คุณภาพการนอนดีขึ้น ซึ่งทั้งสองอย่างช่วยควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

อาหารและโภชนาการที่ส่งผลดีต่อผิว

แม้อาหารไม่ได้ทำให้สะเก็ดเงินหายทันที แต่มีหลักฐานว่าการกินอาหารที่ลดการอักเสบสามารถช่วยให้ผิวหนังที่เป็นผื่นบรรเทาลงได้ เช่น

  • ผักและผลไม้หลากสีที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
  • ไขมันดีอย่างโอเมก้า-3 จากปลาแซลมอน ทูน่า หรือถั่วเมล็ดแข็ง
  • อาหารไม่ผ่านการปรุงแต่งมาก เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี

ในทางตรงกันข้าม อาหารทอด อาหารที่มีน้ำตาลสูง แอลกอฮอล์ และอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมาก อาจกระตุ้นการอักเสบในร่างกายได้ การปรับโภชนาการจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดความรุนแรงของโรคสะเก็ดเงินได้ในระยะยาว

การหลีกเลี่ยงการเกาและการดึงสะเก็ด

แม้จะคันจนอยากเกามากแค่ไหน แต่การเกาหรือดึงสะเก็ดออกด้วยตัวเองอาจทำให้ผิวเกิดบาดแผลและนำไปสู่การลุกลามได้ ยิ่งสะเก็ดเงินอยู่บนหนังศีรษะ การเกาแรงๆ อาจทำให้ผิวถลอกหรืออักเสบหนักกว่าเดิม หากรู้สึกคันมากควรใช้วิธีลดการระคายเคือง เช่น ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน ประคบอุ่นเบาๆ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อปรับการรักษา วิธีดูแลแบบนี้จะช่วยให้หนังศีรษะดีขึ้นโดยไม่ทำให้เกิดแผลหรือการอักเสบเพิ่มเติมค่ะ

แม้สะเก็ดเงินจะเป็นโรคเรื้อรังที่มีช่วงดี-ช่วงแย่สลับกัน แต่เมื่อรู้วิธีดูแลแบบองค์รวมและติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น และทำให้อาการดีขึ้นได้ในระยะยาวค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...