โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ประเมิน SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,230-1,260 จุด

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 23.55 น.

#ทันหุ้น • ในสัปดาห์นี้ เราประเมินว่าตลาดจะยังแกว่งตัวผันผวนตามปัจจัยมหภาคที่จะมาชี้นำตลาดถึงมุมมองการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีหน้า โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อย่างการจ้างงาน (Nonfarm Payrolls) เดือน ต.ค. และ พ.ย., อัตราการว่างงานเดือน พ.ย. และอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย. ที่กลับมารายงานครั้งแรกหลัง Government shutdown รวมถึงถ้อยแถลงของกรรมการเฟด ปัจจัยสำคัญอื่นๆ เรามองว่าอยู่ที่การประชุม BOJ ที่ตลาดคาดว่าอาจเห็นการขึ้นดอกเบี้ย 25 bps สู่ระดับ 0.75% ในครั้งนี้ หลังจากค่าเงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป ซึ่งกดดันให้ราคานำเข้าพลังงานสูงขึ้น จนอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวขึ้นได้ ขณะที่ด้านดีมานด์มีความพร้อมมากขึ้น จากแนวโน้มการขึ้นค่าจ้างในปีหน้าที่ระดับ 5% และผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่าคาด และการประชุม ECB ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยและ BOE ที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ย 25 bps สู่ระดับ 3.75% ด้านเศรษฐกิจจีนให้ติดตาม ราคาบ้าน, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร หลังจากที่ตัวเลขเหล่านี้แสดงความอ่อนแออย่างมากในเดือนที่แล้ว และสุดท้าย ให้ติดตามผลประกอบการของหุ้น Memory Player สำคัญอย่าง Micron Technology

• จากพัฒนาการของ FOMC ที่ออกมาดี ในแง่ของการปรับ Growth ขึ้น, ปรับเงินเฟ้อลง และมีการอัดสภาพคล่อง ทำให้เรายังคงมุมมองบวกต่อการลงทุนในหุ้น พร้อมแนะนำให้หุ้นโลก (KKP GNP) เป็น Core Equity Portfolio ในจังหวะที่ตลาดมีการย่อตัวลงและตราสารหนี้โลก (K-GDBOND-UH) เป็น Core Fixed Income Portfolio เมื่อ 10Y UST ปรับตัวเข้าใกล้ 4.20% สำหรับ Satellite Portfolio 12 เดือน แนะนำลงทุนหุ้นเทคสหรัฐ (KKP TECH-UH) ถึงแม้ผลประกอบการของ Oracle จะต่ำกว่าคาด แต่เรามองเป็นการ Delay จาก Supply มากกว่าความอ่อนแอของ Demand นอกจากนี้งบของ Broadcom สะท้อนถึงความต้องการใน AI ที่สูงทั้ง XPU และ Networking พร้อมคาดรายได้จาก AI จะโต 100% ในไตรมาสหน้า แม้รายได้จาก OpenAI จะยังไม่เข้ามาในปี 2569 ก็ตาม, หุ้นญี่ปุ่น (ASP-NGF) จากการที่ตลาดเริ่มไม่กลัว BOJ ขึ้นดอกเบี้ย แต่กลับมองว่า BOJ ขึ้นดอกเบี้ยได้ เพราะเศรษฐกิจมีความพร้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามองไว้ตั้งแต่ต้นปี 2568, หุ้นอินเดีย (MINDIA) จากผลประกอบการผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วและ GDP ที่โตถึง 8.2% และหุ้นเกาหลีใต้ (SCBKEQTG) จากภาวะ Memory super cycle หนุนให้ Samsung และ SK Hynix จะมีผลประกอบการที่ดีมากในปี 2026 สำหรับกองทุน ONE-FFI ที่เราวางไว้เป็น Satellite Portfolio ระยะสั้น 3-6 เดือน เพื่อเก็งกำไรจากค่าบาท จากปัจจุบันที่ค่าเงินบาทหลุดกรอบสะสมที่ 32-33 บาท/ดอลลาร์ เราจึงแนะนำให้ Wait & See และให้ตัดขาดทุนเมื่อค่าบาทแข็งค่าต่ำกว่า 31.50 บาท/ดอลลาร์

• สำหรับตลาดหุ้นไทย KS ประเมิน SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,230-1,260 จุด โดยดัชนี SET ปรับตัวลงทดสอบ 1,250 อีกครั้ง จากแรงขาย DELTA ตาม Sentiment เชิงลบของ Orcale ที่รายได้ต่ำกว่าคาด และ AOT จากที่ปรับตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความไม่ชัดเจนของมาตรการ TISA (Thailand Individual Savings Account) นอกจากนี้ยังมีความตึงเครียดสงครามที่ชายแดนไทย–กัมพูชา และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่คอยกดดัน Sentiment อีกด้วย สำหรับสัปดาห์นี้เราแนะนำให้ติดตาม การประชุม กนง. ที่ตลาดคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 25 bps สู่ระดับ 1.25%

หุ้นแนะนำสัปดาห์นี้ คือ

SAWAD : ราคาพื้นฐาน 29.00 บาท เรามองผลประกอบการของบริษัทมีแนวโน้มฟื้นตัวจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) ลงเหลือ 150-180bps ในปี 2569 เทียบ 180-200bps ในปี 2568 อีกทั้งผลขาดทุนจากการขายรถยนต์ถูกยึดลดลงอย่างต่อเนื่องโดยจะต่ำกว่า 100 ลบ.ต่อไตรมาสในปี 2569 เทียบกับ 137 ลบ.ในไตรมาส 3/2568 นอกจากนี้อุปสงค์สินเชื่อเช่าซื้อ (HP) ที่อ่อนแอจะถูกชดเชยด้วยความต้องการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่แข็งแกร่งมาก ทำให้สินเชื่อโดยรวมของบริษัทปีหน้าอาจโตได้ 10-15% รวมถึงบริษัทได้ประโยชน์จากต้นทุนดอกเบี้ยที่อยู่ในแนวโน้มขาลงทำให้บริษัทสามารถประหยัดต้นทุนทางการเงินส่งผลให้อัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในปี 2569-70

BDMS : ราคาพื้นฐาน 24.04 บาท จากแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะช่วยชะลอการลดลงของรายได้ QoQ และสนับสนุนการเติบโต YoY แม้ว่ารายได้จากกัมพูชาจะยังอ่อนตัวลง กำไรปกติน่าจะเคลื่อนไหวตามแนวโน้มรายได้ อีกทั้งราคาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากบรรยากาศการลงทุนในตลาดที่ยังคงผันผวนส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนหมุนเข้ามาหลบในกลุ่มปลอดภัยหรือมีความเสี่ยงต่ำ (Defensive) โดยเฉพาะในระยะสั้นมีความหวังคนไข้จากคูเวตมีแนวโน้มฟื้นกลับมายังประเทศไทยหลังตัวแทนจากทางกระทรวงสาธารณสุขของคูเวตทยอยเข้าเยี่ยมโรงพยาบาลในไทยเป็นพัฒนาการเชิงบวกกับกลุ่มโรงพยาบาล

KS Research

บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...