บลูมเบิร์กชี้ “เงินบาท” แข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี กดดัน ธปท.ก่อนประชุมดอกเบี้ย
บลูมเบิร์กชี้ "เงินบาท" แข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี จากแรงหนุนราคาทองคำและเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า นักวิเคราะห์มองไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กดดัน ธปท.ก่อนประชุมดอกเบี้ย
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าค่าเงินบาท แข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี สร้างแรงกดดันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้เข้ามาสกัดการแข็งค่าของสกุลเงิน ก่อนการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เพิ่มความเข้มงวดในการทำธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าของผู้ค้าทองคำเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังค่าเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 31.523 บาทต่อดอลลาร์ และทรงตัวอยู่ใกล้ระดับแข็งค่าสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ทั้งนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้วมากกว่า 8% นับตั้งแต่ต้นปี ทำให้เป็นสกุลเงินที่แข็งค่ามากเป็นอันดับสองในเอเชีย ท่ามกลางราคาทองคำที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
ความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของค่าเงินบาทกำลังกดดันให้ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมในการประชุมวันพุธนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ส่งออกของไทยต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่มจากมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐ แม้ทางการจะสามารถลดอิทธิพลของราคาทองคำที่มีต่อค่าเงินบาทได้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่การเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดกำลังกลายเป็นแรงหนุนใหม่ให้กับค่าเงิน
วี คุน ชอง นักกลยุทธ์อาวุโสจาก BNY ระบุว่า “We see the excessive baht strength as unwelcome given sluggish growth, disinflation, and political uncertainty,” พร้อมเสริมว่า “ความแข็งค่าของเงินบาทเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เรายังมองเห็นความเสี่ยงที่นโยบายการเงินจะผ่อนคลายในปี 2569”
อย่างไรก็ตามการแข็งค่าของเงินบาทอาจเริ่มชะลอลง ท่ามกลางสถานการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่ยังดำเนินอยู่ ซึ่งอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะที่ความเสี่ยงทางการเมืองก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ก่อนการเลือกตั้งที่อาจจัดขึ้นเร็วที่สุดในเดือนมกราคม
*ออเดรย์ อง นักกลยุทธ์ของธนาคารบาร์เคลย์ส ระบุว่า ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากสภาพแวดล้อมที่เงินดอลลาร์อ่อนค่า และปัจจัยฤดูกาลเชิงบวกในไตรมาสที่ 4 อย่างไรก็ดีเตือนว่า “ค่าความเสี่ยงทางการเมืองของเงินบาทอาจเริ่มสะสมเข้าสู่ปีใหม่ หากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ต้องใช้เวลานาน”*
อ้างอิง : bloomberg.com