“จีน” เปิดปฏิบัติการ ไล่ล่าหนีภาษีทรัพย์สินนอกประเทศ ขู่เปิดชื่อสาธารณะ เริ่ม มี.ค.69
"จีน" เร่งไล่เก็บภาษีจากทรัพย์สินและรายได้ในต่างประเทศที่ยังไม่ได้เปิดเผย โดยอาศัยบิ๊กดาต้า กำหนดให้สำแดงรายได้ย้อนหลัง เตรียมเปิดเผยรายชื่อผู้ค้างชำระผ่านสื่อและช่องทางสาธารณะ ตั้งแต่ มี.ค.69
วันที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนกำลังเร่งเดินหน้าจัดเก็บภาษีจากทรัพย์สินในต่างประเทศที่ประชาชนยังไม่ได้เปิดเผย ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล เพื่ออุดช่องว่างการขาดดุลงบประมาณที่ขยายตัวมากขึ้น แม้จะเป็นสังคมที่รัฐควบคุมเข้มงวดอย่างจีน การปราบปรามครั้งนี้ก็ยังดำเนินไปอย่างไม่ทั่วถึง โดยแม้ทางการท้องถิ่นจะพอระบุตัวบุคคลที่มีเงินฝากหรือการลงทุนในต่างประเทศได้ในระดับหนึ่ง แต่กลับไม่สามารถทราบได้แน่ชัดว่ามีมูลค่าเท่าใด
มาตรการกวาดล้างดังกล่าวอาศัยการใช้บิ๊กดาต้าของหน่วยงานท้องถิ่น ตั้งแต่ปักกิ่งไปจนถึงเซินเจิ้น เพื่อติดตามผู้หลบเลี่ยงภาษี พร้อมกำหนดให้ประชาชนกลุ่มกว้างขึ้นต้องยื่นสำแดงรายได้จากต่างประเทศย้อนหลังในช่วงปี 2565-2567 ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากแห่ขอคำปรึกษาด้านภาษีและการจัดการความมั่งคั่ง ท่ามกลางความวิตกว่าควรเปิดเผยข้อมูลมากน้อยเพียงใด
ขนาดของเงินลงทุนในต่างประเทศยังประเมินได้ยาก โดยข้อมูลจากดัชนีของ Bloomberg Intelligence ระบุว่า เงินทุนระยะสั้นหรือ hot money ไหลออกจากจีนราว 9.4 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นการไหลออกสูงสุดอันดับสองนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2549
ทอม พนักงานบริษัทเทคโนโลยีในกรุงปักกิ่ง เปิดเผยว่า ถูกเจ้าหน้าที่ภาษีท้องถิ่นติดต่อในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจคือ ทางการให้เขาเป็นผู้คำนวณภาษีด้วยตนเอง โดยใช้อัตรา 20% สำหรับกำไรจากการลงทุนและเงินปันผล รวมถึงค่าปรับจากการชำระล่าช้า ท้ายที่สุดทอมต้องจ่ายภาษีมากกว่า 100,000 หยวน หรือราว 14,000 ดอลลาร์ และโอนเงิน 2 ล้านหยวนที่เคยลงทุนในหุ้นฮ่องกงกลับเข้าสู่ช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เขายังไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับเงินเกือบ 300,000 ดอลลาร์ที่ลงทุนในหุ้นสหรัฐอย่างไร
ตามเอกสารที่ Bloomberg News ได้ตรวจสอบ นักลงทุนถูกขอให้แจงรายละเอียดรายได้และการลงทุนในต่างประเทศ คำนวณภาษีที่ขาดไปในช่วงปี 2565-2567 และรับรองความรับผิดชอบทางกฎหมายต่อข้อมูลที่ยื่นต่อหน่วยงานภาษี ผู้ที่ไม่ชำระภาษีจะเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม เมื่อกฎใหม่มีผลบังคับใช้ เปิดทางให้ทางการเปิดเผยรายชื่อผู้ค้างชำระภาษีผ่านสื่อและช่องทางสาธารณะ
การยื่นรายงานด้วยตนเองถือเป็นแนวทางที่ผ่อนปรนกว่าการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ซึ่งที่ผ่านมาใช้กับภาคธุรกิจมากกว่าบุคคลทั่วไป ขณะที่ในสหรัฐ รัฐบาลสนับสนุนให้ผู้เสียภาษีเปิดเผยความผิดพลาดโดยสมัครใจเพื่อลดความเสี่ยงทางอาญา
เจฟฟ์ นักลงทุนอิสระในเมืองหางโจว ระบุว่าเขาเตรียมตัวไว้แล้วก่อนถูกเจ้าหน้าที่ภาษีติดต่อ หลังเพื่อนในเซี่ยงไฮ้หลายคนถูกเรียกไปก่อนหน้า เขาคำนวณภาษีและจ่ายราว 20,000 หยวน สำหรับเงินปันผลจากหุ้นสหรัฐและดอกเบี้ยเงินฝากในต่างประเทศ
แม้ทางการยังไม่สามารถระบุขอบเขตทรัพย์สินในต่างประเทศได้ชัดเจน แต่เจฟฟ์เชื่อว่าวิธีการของรัฐจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว การไล่ล่าภาษีเริ่มเห็นผลในระดับหนึ่ง โดยรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของจีนเพิ่มขึ้น 11.5% จากปีก่อน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.47 ล้านล้านหยวนในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568
อย่างไรก็ดีรายได้รวมของรัฐบาลกลับลดลง 0.2% เนื่องจากรายได้จากการขายที่ดินทรุดตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลต้องลดแรงกระตุ้นทางการคลัง และการใช้จ่ายภาครัฐหดตัวเป็นเดือนที่สองติดต่อกันในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่การขาดดุลงบประมาณในช่วง 11 เดือนแรกพุ่งเกือบ 10 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นราว 18% จากปีก่อน
แม้กฎหมายกำหนดให้ต้องเสียภาษีจากรายได้ทั่วโลก รวมถึงกำไรจากการลงทุน แต่แทบไม่เคยบังคับใช้อย่างจริงจังจนถึงปี 2567 ซึ่งเริ่มเล็งเป้าไปที่กลุ่มมหาเศรษฐี และขยายมาสู่กลุ่มที่มีฐานะน้อยลงในปีถัดมา คำถามต่อไปคือ จีนจะย้อนตรวจสอบไปไกลถึงปี 2561 หรือไม่ ซึ่งเป็นปีที่จีนเข้าร่วมระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินระหว่างประเทศ (CRS) เพื่อต่อต้านการเลี่ยงภาษี
เจน เชือง หุ้นส่วนของ PwC ในเซี่ยงไฮ้ ระบุว่า เทคโนโลยีอย่าง AI ทำให้การติดตามข้อมูลภาษีง่ายขึ้นมาก และแนวโน้มนี้จะยั่งยืน โดยคำขอคำปรึกษาจากผู้มีความมั่งคั่งสูงเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ด้านอลัน เจีย ผู้ก่อตั้ง Jupiter Family Office ในฮ่องกง กล่าวว่า ลูกค้าจำนวนมากยังสับสนและกังวล เพราะไม่รู้ว่าควรจ่ายภาษีเท่าไรและจะแก้ไขอย่างไร
Wash Sale หนึ่งในกลยุทธ์ที่ถูกพูดถึง คือขายหุ้นที่ขาดทุนก่อนสิ้นปีเพื่อลดกำไรสุทธิทางภาษี ซึ่งสหรัฐห้ามใช้วิธีนี้ แต่จีนยังไม่มีกฎห้าม สำหรับผู้มีฐานะสูงหรือผู้ที่ต้องการได้ถิ่นพำนักในต่างประเทศ ทางเลือกที่ดีกว่าคือใช้สถานะพำนักในเขตภาษีต่ำ เช่น สิงคโปร์หรือฮ่องกง ขณะที่ชาวต่างชาติที่พำนักในจีนไม่เกิน 6 ปีติดต่อกัน อาจได้รับการยกเว้นภาษีจากรายได้ต่างประเทศ
เซเลีย หว่อง ชาวฮ่องกงที่ทำงานในหางโจว กล่าวว่า เธอเร่งปรับข้อมูลบัญชีลงทุนในต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต
อ้างอิง : bloomberg.com