กกต.เปิดเวทีดีเบต 4 พรรคใหญ่ ประชันนโยบายสังคม–การศึกษา
วันที่ 12 ม.ค.69 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งบันทึกเทปเวที "Election Debate Thailand 2026" ประชันนโยบายระดับประเทศ ซึ่งวันนี้เป็นแรก เป็นกลุ่มพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร 300-400 เขต จำนวน 5 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาชน ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม โดยประชันนโยบายใน 2 ประเด็น 1. ประเด็นด้านสังคม ซึ่งพรรคเพื่อไทยประชันนโยบายกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม โดยพรรคเพื่อไทยส่งน.ส. ธีราภา ไพโรหกุล ผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคภูมิใจไทยส่งนายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคกล้าธรรม เดิมน.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นตัวแทนแสดงวิสัยทัศน์ แต่ติดภารกิจปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดร้อยเอ็ด จึงไม่สามารถมาเวทีประชันนโยบายได้
สำหรับประเด็นที่ 2 ด้านการศึกษา เป็นการประชันนโยบายระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชน โดยพรรคประชาธิปัตย์ส่ง น.ส.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคประชาชน ส่งนายปารมี ไวจงเจริญ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
ทั้งนี้การบันทึกเทปการประชันนโยบายจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-16 ม.ค. 2569 ก่อนจะนำไปออกอากาศสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และสำนักข่าวออนไลน์ ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ.2569 ในช่วงเวลา 05.00น.- 01.00น.วันถัดไป
โดยน.ส.ธีราภา กล่าวภายหลังเข้าร่วมบันทึกเทปว่า การดีเบตวันนี้ เรื่อง หลักๆคือ เรื่องการศึกษา พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพประชากรอย่างจริงจัง ยอมรับว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ขณะที่อัตราการเกิด ลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงไม่ควรเน้นเพียงปริมาณ แต่ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก
นอกจากนี้ยังเสนอนโยบายดูแลประชาชนตั้งแต่ช่วงเด็กแรกเกิด ไปจนถึงการพัฒนาตลอดช่วงวัย รวมถึงแนวคิดเรื่องบัญชีเด็กแรกเกิด เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็กอย่างเป็นระบบ ส่วนประเด็นการปราบปรามยาเสพติด พรรคเน้นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ครบวงจร มีมาตรการทั้งการยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด การบำบัดรักษา และฟื้นฟู ผู้เสพให้กลับเข้าสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน รวมถึงแนวคิดสำคัญอย่างนโยบาย 1 จังหวัด 1 ศูนย์ฟื้นฟู เพื่อให้แต่ละจังหวัดมีศูนย์ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่ครบวงจรและเพียงพอต่อความต้องการ
ส่วนด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาที่กำลังรุนแรงในปัจจุบัน โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างกว้างขวาง พรรคจึงผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังเตรียมร่างพ.ร.บ.ภาวะโลกร้อน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว พร้อมทั้งย้ำถึงนโยบายน้ำสะอาด ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยต่อยอดจากแผนงานนโยบายน้ำ ที่เคยดำเนินการมาตั้งแต่สมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้รับน้ำสะอาดที่เพียงพอและมีคุณภาพ
ด้านนายวราวุธ กล่าวว่าได้นำเสนอนโยบายด้านสังคมที่เช่น การดูแลผู้สูงอายุ ยาเสพติด ส่วนนโยบายขยายอายุเวลาเกษียณราชการ เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้กระฉับกระเฉงทั้งกายและสมองเพื่อไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว และช่วยลดภาระงบประมาณและค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาเตรียมการอีก 2 ปีขึ้นไป
ส่วนด้านการศึกษา เสนอสร้างแพลตฟอร์มเรียนออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่าย มีองค์ความรู้ครบถ้วนตั้งแต่พื้นฐานถึงระดับสูง โดยเชิญภาคเอกชนมาร่วมออกแบบหลักสูตร เพื่อให้เรียนจบแล้วตอบโจทย์ตลาดแรงงานจริง