ใครไม่ทำ "ทรัมป์" ทำ
">
“บารอน”พลอยช็อคไปกับโลก กับโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นกับ นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซูเอลา และ ภรรยา ที่ถูกหน่วยรบพิเศษ เดลต้า ฟอร์ซ ของ สหรัฐฯ บุกจู่โจมเข้าถึงทำเนียบประธานาธิบดีกลางกรุงการากัส เมืองหลวงเวเนซูเอลา คุมตัวไปขึ้นเรือรบ ยูเอสเอส ไอโว จิม่า ที่จอดลอยลำอยู่ในทะเลแคริบเบียน ก่อนจะส่งต่อไปยังมหานครนิวยอร์ค ตั้งข้อหาพัวพันการค้ายาเสพติด
กับอีกข้อหา ไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นประธานาธิบดีเวเนซูเอลา…..คำถามที่ตามมา หยั่งงี้ก็ได้หรือ?
เป็นการล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่ในยุคศตวรรษที่ 21 ของประเทศมหาอำนาจ ใช้กำลังและอาวุธที่เหนือกว่าจู่โจมข้ามประเทศไปจับผู้นำประเทศของอีกประเทศหนึ่งอย่างหน้าตาเฉย
จึงไม่น่าแปลกใจ หลายประเทศสมาชิกสหประชาชาติต่างพากันออกมารุมประณาม นายโรนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผู้บัญชาการใหญ่ในการปฎิบัติการครั้งนี้
โดยเฉพาะ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่แถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง เพราะวันเวลาลงมือปฎิบัติจู่โจมจับตัว ประธานาธิบดีมาดูโร และ ภรรยา เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมาเป็นวันเดียวกันกับ ทูตพิเศษสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่บินตรงจากกรุงปักกิ่ง เข้าพบ ประธานาธิบดีมาดูโร ผู้นำเวเนซูเอลา
หากไม่มีหมายกำหนดการนี้ประธานาธิบดีมาดูโร ก็ไม่ต้องออกมาจากห้องนิรภัยเสริมเหล็ก เพื่อออกมาพบกับ ทูตพิเศษสาธารณรัฐประชาชนจีน เพียงแค่คล้อยหลังภารกิจ ว่ากันว่า “ทูตพิเศษจีน” ยังไปไม่พ้นทำเนียบประธานาธิบดี หน่วยรบพิเศษ เดลต้า ฟอร์ซ ก็บุกถึงตัวประธานาธิบดีมาดูโร แล้ว
ปฎิบัติการรวดเร็วชนิดที่มาดูโรจะพยายามหลบกลับเข้าไปห้องนิรภัยก็ช้าไปแล้วต๋อย
ทางการทูตถือว่าเป็นการไม่ไว้หน้ากัน
แต่ในความสำเร็จของการปฎิบัติการ ก็ต้องชมหน่วยสืบราชการลับ ซีไอเอ ของสหรัฐอเมริกา ที่เข้าไปฝังตัวอยู่ในทำเนียบประธานาธิบดีเวเนซูเอลา ทำให้รู้หมายกำหนดการวันเวลานัดพบกันระหว่าง ประธานาธิบดีมาดูโร กับ ทูตพิเศษจีน และใช้วันเวลา น.การพบกันครั้งนี้ให้หน่วยรบพิเศษ เดลต้า ฟอร์ซ ลงมือปฎิบัติการจนสำเร็จ
ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศว่าจะเข้าไปควบคุมการบริหารประเทศเวเนซูเอลาด้วยตัวเองอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งจะแปลเป็นอื่นไม่ได้เลยว่า นายโรนัลด์ ทรัมป์ จะทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีเวเนซูเอลาในขณะนี้ ด้วยจุดประสงค์เข้าไปควบคุมธุรกิจน้ำมันของเวเนซูเอลา ซึ่งมีน้ำมันดิบสำรองมากกว่าสามแสนล้านบาร์เรล มากที่สุดในโลก
แม้ว่า ศาลฎีกาเวเนซูเอลา จะมีคำสั่งให้ นางเดลซี โดริเกซ รองประธานาธิบดี ปฎิบติหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีเวเนซูเอลา แล้วก็ตาม
ส่วน นางมาซาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซูเอลา ที่ขณะนี้ลี้ภัยอยู่นอกประเทศ และเดินทางไปรับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ อยู่ที่ประเทศนอร์เวย์ ก็มีความหวังว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ จะมอบตำแหน่งผู้นำประเทศเวเนซูเอลาให้เธอ
นางมาซาโด ประกาศจากประเทศนอร์เวย์ว่า ยินดีจะมอบรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่เป็นทั้งเหรียญรางวัล กับ เงินรางวัล ให้แก่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ในฐานะผู้เหมาะสมที่สุดกับรางวัลนี้
เพราะ ทรัมป์ เป็นผู้ทำลายล้างระบอบเผด็จการมาดูโรได้สำเร็จ
โดยสัปดาห์หน้านางมาซาโด จะเดินทางไปพบกับ ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน เพื่อมอบรางวัลโนเบลให้แก่ทรัมป์
คณะกรรมการรางวัลโนเบล ได้ประกาศสวนกลับออกมาทันทีว่า สิ่งที่ นางมาซาโด จะมอบรางวัลโนเบลให้ทรัมป์ ไม่สามารถทำได้ เป็นการผิดระเบียบข้อบังคับ เพราะเป็นรางวัลเฉพาะตัว ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้
ความผิดถึงขั้นยึดเหรียญรางวัลและเงินรางวัล
มาดูกัน ทรัมป์ ยังจะกล้ารับรางวัลโนเบลจาก นางมาซาโด หรือไม่ ในขณะที่อเมริกันชนบอกว่า ทรัมป์ กำลังทำให้อเมริกาขายขี้หน้า