โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รายงานพิเศษ : เจาะยุทธศาสตร์ Creative Nation 2026 ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยสู่เครื่องยนต์หลักแสนล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 มกราคม 2569 เวลา 19.12 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

CEA กางแผนปี 2569 รับมือปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า 2.0 ด้วยการเปลี่ยน "ทุนวัฒนธรรม" สู่ "เศรษฐกิจฐาน IP" มูลค่าสูง เปิดตัวเลข “จีดีพีสร้างสรรค์” 1.44 ล้านล้านบาท พร้อมเดินหน้า New TCDC 20 จังหวัด และแพลตฟอร์มซื้อขายคอนเทนต์ระดับสากล ตั้งเป้าสร้าง New IP เชิงพาณิชย์ 350 รายการ และเพิ่มรายได้ผู้ประกอบการ 30% เพื่อขับเคลื่อน GVA อุตสาหกรรมโต 5%

14 มกราคม 2569 - ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่เผชิญกับดักการเติบโตต่ำเพียง 1.5 - 2% ต่อปี สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญในงาน “CEA Forum 2026” เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากภาคการผลิตที่พึ่งพิงแรงงานราคาถูกและทำเลที่ตั้ง ไปสู่การเป็น “Creative Nation” หรือชาติแห่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยวางตัวอุตสาหกรรมคอนเทนต์ ดนตรี โฆษณา สถาปัตยกรรม และการออกแบบ เป็นฟันเฟืองใหม่ที่จะสร้างรายได้สุทธิให้กับประเทศในยุคที่ซัพพลายเชนแบบดั้งเดิมถูกคุกคามจากปัจจัยภายนอก

เศรษฐกิจสร้างสรรค์: ทางออกท่ามกลางมรสุมภูมิรัฐศาสตร์

นายไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการ CEA วิเคราะห์ถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างของไทยในปี 2569 ว่าต้องเผชิญกับทั้ง “สงครามการค้า 2.0” ที่ส่งผลให้สินค้าจากต่างประเทศทะลักเข้ามา รวมถึงความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วที่กระทบภาคท่องเที่ยวและเกษตรกรรม ส่งผลให้โมเดลเศรษฐกิจเดิมเริ่มถึงทางตัน

ทางออกเชิงกลยุทธ์จึงอยู่ที่การสร้างรายได้จาก “ไอเดีย เนื้อหา และ IP (Intellectual Property)” ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่แข่งขันกันที่ต้นทุนราคา แต่แข่งขันด้วยนวัตกรรมและเรื่องเล่า ข้อดีสำคัญคือเป็นสินค้าและบริการที่สามารถส่งออกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ทันที ลดความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ และยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

เปิดตัวเลขเศรษฐกิจ: 1.44 ล้านล้านบาท มูลค่าที่ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมเสริม

ข้อมูลเชิงสถิติจาก ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการ CEA ระบุว่า มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (GVA) ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยในปัจจุบันสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8.01% ของ GDP ประเทศ โดยมีการจ้างงานนักสร้างสรรค์อยู่ถึง 9.8 แสนคน และสร้างมูลค่าการส่งออกได้ถึง 3.91 แสนล้านบาท

สำหรับการขับเคลื่อนในปี 2569 CEA ได้กำหนดเป้าหมายเชิงตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน ดังนี้:

  • การพัฒนาบุคลากร: สร้างผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์มืออาชีพเพิ่ม 300,000 ราย
  • การสร้างมูลค่าเพิ่ม: ผลักดันให้เกิดผลงานใหม่ (New IP) ในเชิงพาณิชย์ 350 รายการ
  • การเติบโตทางรายได้: ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เฉลี่ยของผู้ประกอบการสร้างสรรค์ขึ้น 30%
  • ภาพรวมเศรษฐกิจ: ขับเคลื่อนให้ GVA ของอุตสาหกรรมเติบโตขึ้น 5% ในปีเดียว

“เศรษฐกิจสร้างสรรค์คือธุรกิจที่ไม่ได้แข่งขันด้านต้นทุนราคาเป็นหลัก แต่เน้นการแข่งขันด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ทั้งยังสามารถส่งข้ามพรมแดนไปทั่วโลกได้รวดเร็ว ซึ่งลดความเสี่ยงด้านซัปพลายเชนโลจิสติกส์” - ไชยยง รัตนอังกูร

โครงสร้างพื้นฐานใหม่: จาก TCDC สู่ New TCDC และ Digital IP

เพื่อให้เป้าหมายดังกล่าวเป็นจริง CEA ได้วางแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านความรู้ โดยการเตรียมเปิด “New TCDC” ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกระจายทักษะสร้างสรรค์และ AI เข้าสู่คนทำงานในระดับภูมิภาค พร้อมทั้งขับเคลื่อนโครงการ “เนรมิต” (Neramyth) เพื่อทำ City Branding ใน 9 จังหวัดเป้าหมาย เปลี่ยนเมืองรองให้เป็นพื้นที่น่าลงทุนและน่าเที่ยวผ่านเรื่องเล่าที่มีเอกลักษณ์

ในภาคอุตสาหกรรมคอนเทนต์และดนตรี จะมีการจัดงาน Thailand International Content IP Expo (TICIP) ซึ่งจะเป็นตลาดซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญาระดับสากลแห่งแรกของไทย เพื่อเปลี่ยนสถานะของนักสร้างสรรค์ไทยจากการเป็น “ผู้รับจ้างผลิต” ไปเป็น “เจ้าของลิขสิทธิ์” อย่างเต็มตัว

PUSH & PULL Strategy: ดึงเม็ดเงินและส่งออกศิลปิน

นายอินทพันธุ์ บัวเขียว รองผู้อำนวยการ CEA เปิดเผยกลยุทธ์การรุกตลาดโลกผ่านโครงการ Music Exchange 2026 ซึ่งจะใช้กลวิธีแบบ PUSH ด้วยการส่งศิลปินไทยกว่า 40 วง เข้าร่วมเทศกาลดนตรี 40 แห่งใน 11 ตลาดเป้าหมายทั่วโลก และกลวิธี PULL ด้วยการดึงตัวแทนค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จาก 5 ประเทศหลักเข้ามาจับคู่ธุรกิจกับบริษัทไทยกว่า 75 แห่ง โดยตั้งเป้ายอดการมองเห็น (Eyeballs) ศิลปินไทยไม่น้อยกว่า 24 ล้านครั้ง

“ปี 2569 เป็นปีที่เราจะตอกย้ำภาพประเทศไทยในฐานะ Creative Nation ทดแทนการพึ่งพิงแรงงานราคาถูก เปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันด้วยความคิดสร้างสรรค์ เรื่องเล่า ประสบการณ์ และทรัพย์สินทางปัญญา” - ไชยยง รัตนอังกูร

การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดงานแสดงศิลปะ แต่เป็นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจาก "ซอฟต์พาวเวอร์" ให้กลายเป็น "สินทรัพย์ทางปัญญา" ที่จับต้องได้จริง เพื่อให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเครื่องยนต์ที่พาประเทศไทยออกจากภาวะซบเซาได้อย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยบนกระดานโลกปี 2569

อย่างไรก็ดีโครงสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย (Creative Nation) เมื่อวางเทียบกับมหาอำนาจอย่างเกาหลีใต้และสหราชอาณาจักร มีประเด็นทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ดังนี้:

1. สัดส่วน GDP และมูลค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Scale)

ประเทศไทยตั้งเป้าหมาย GVA (มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ) ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไว้ที่ 8.01% ของ GDP หรือประมาณ 1.44 ล้านล้านบาท ซึ่งในเชิงสถิตินับว่าสูงกว่า สหราชอาณาจักร (UK) ที่มีสัดส่วนราว 5.3% - 6% อย่างไรก็ตาม ในเชิงคุณภาพ UK มีความได้เปรียบด้าน "มูลค่าต่อหน่วย" ที่สูงกว่ามาก เนื่องจากเน้นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เชิงเทคโนโลยี (Createch) และบริการลิขสิทธิ์ทางสถาปัตยกรรมระดับโลก ขณะที่ไทยยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการผลิตสินค้าสร้างสรรค์เชิงวัฒนธรรมไปสู่เศรษฐกิจฐาน IP

2. โมเดลการเปลี่ยน "วัฒนธรรม" เป็น "ทุน" (Capitalization of Culture)

  • ไทย (Creative Nation 2026): เน้นการใช้กลยุทธ์กระจายอำนาจความรู้ผ่าน New TCDC 20 จังหวัด และโครงการ "เนรมิต" เพื่อสร้างแบรนด์เมือง (City Branding) มุ่งเน้นการดึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์
    • เกาหลีใต้ (K-Culture 5.0): ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศคอนเทนต์แบบครบวงจร (Venture Capital สำหรับสื่อบันเทิง) โดยเน้นการส่งออก "Soft Power" ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลก ซึ่งไทยกำลังพยายามเลียนแบบโมเดลนี้ผ่านโครงการ Music Exchange 2026 เพื่อสร้างฐานแฟนคลับใน 11 ตลาดเป้าหมายทั่วโลก

3. การปรับตัวด้านเทคโนโลยีและ AI (Tech Acceleration)

สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำด้านการใช้ AI ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยมีการลงทุนใน R&D สูงถึง 3% ของมูลค่าอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาเครื่องมือการผลิตคอนเทนต์ยุคใหม่ ในขณะที่ยุทธศาสตร์ของ CEA ในปี 2569 ได้บรรจุเรื่อง "Tech & AI Acceleration" เป็น 1 ใน 6 เทรนด์สำคัญ โดยมุ่งเน้นการติดอาวุธทักษะ AI ให้กับนักสร้างสรรค์ 300,000 ราย เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มความเร็วในการสร้างผลงานใหม่ (New IP) ให้ทันต่อความผันผวนของโลก

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยในปี 2569 มีความโดดเด่นในด้าน "ต้นทุนทางวัฒนธรรม" และการมีส่วนร่วมของชุมชน (Bottom-up approach) ซึ่งแข็งแกร่งกว่าทางยุโรป แต่โจทย์ใหญ่คือการก้าวข้ามจากการเป็นผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นหรือของฝาก ไปสู่การเป็น "เจ้าของ IP" ที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องผ่านลิขสิทธิ์ เหมือนที่เกาหลีใต้และอังกฤษทำได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...